การจัดการพัฒนาเมืองขอนแก่น “เมืองทีดี พี่น้องอยู่ดีกินดี” (ตอนที่ 1)

      “เมืองทีดี พี่น้องอยู่ดีกินดี” (ตอนที่ 1) เมืองที่สร้างโอกาสให้ทุกคน Smart City จากแนวคิด Smart Growth

          อาจารย์ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย กรรมการ และเลขานุการกฎบัตรแห่งชาติ ร่วมสนทนากับ อาจารย์สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น

          รายการขอนแก่น learning city by KKTT เมืองที่สร้างโอกาสให้ทุกคน Smart City แล้วพี่น้อง อิ่มท้อง รึปล่าว? หัวข้อ การจัดการเมืองที่ดีพี่น้องอยู่ดีกินดี วันที่ 2 กันยายน 2564 เวลา 19.00 น.- 20.00 น.

          น.ส.ขวัญฤทัย แก้วหนองตอ นักศึกษาฝึกงาน สาขาพัฒนาสังคม คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เรียบเรียง

 

#เมืองที่ดีเป็นอย่างไร ?

          อาจารย์ฐาปนา อธิบายว่า  เศรษฐกิจดีทำให้คนอยู่ดีกินดีเศรษฐกิจดี Concept คำว่าเมืองที่ดีมันคืออะไร ? การที่จะทำให้เมืองเดินไปข้างหน้า โดยที่เมืองดี คนดี เศรษฐกิจดี ปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องเยอะมาก การจะทำเมืองเศรษฐกิจให้มันดี โดยสิ่งแรกที่นักผังเมืองควรมอง คือ กายภาพของเมือง

          กายภาพของเมืองในปัจจุบันจะสามารถตอบสนองเพื่อให้ผู้คนสามารถมีคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจดีได้หรือเปล่า ซึ่งหากมองว่ากายภาพดีแล้ว ตรงอื่นยังไม่ดีก็ต้องมีการปรับแก้ เพราะเมืองมีระบบอยู่ ก็คือมีผู้คนอาศัย มีสิ่งแวดล้อม หรือมีปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ

          เช่น วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ รสนิยม ที่แฝงอยู่ในกระบวนการพัฒนา จึงต้องเอาตัวกายภาพเมืองเป็นตัวตั้งก่อนเพื่อเป็นการพาเมืองไปข้างหน้า

          การพูดถึงเมืองทุกคนจะพูดถึงการดีไซน์ออกแบบเมืองก่อน เมื่อออกแบบแล้ว อาจจะสวยงาม แต่พฤติกรรมของคนจะเปลี่ยนไปอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นเรื่อง กรอบอาคารสามารถออกแบบกายภาพอาคารและกำหนดพฤติกรรมของคนได้

          เช่น อาคารสูง เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของคน ถ้าหากจะเดินขึ้นอาคารที่สูงคงจะขึ้นโดยใช้บันไดไม่ไหว จึงต้องมีการใช้ลิฟต์ในการขึ้นอาคาร ซึ่งการใช้ลิฟต์จึงทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปจากการใช้บันได แต่เมืองนั้นไม่ใช่ เพราะเมืองมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องค่อนข้างเยอะ จึงทำให้กระบวนการวางแผนทางกายภาพจึงมีความซับซ้อน และมีเงื่อนไขในการทำงาน จึงมองว่าปัจจัยการออกแบบอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เมืองดีขึ้น เพราะฉะนั้นกระบวนการทำเมืองให้ดีปัจจัยต่าง ๆมีความสำคัญมาก

 

#แนวคิด Smart Growth

          อาจารย์ฐาปนา อธิบายแนวคิด Smart Growth ว่า เกิดขึ้นในปี 2503 ในสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 60 กว่าปีแล้ว แต่เพิ่งจะมีชื่อเสียงมาในอีก 20 ปีให้หลังเป็นการพยายามเปลี่ยนแปลงรูปแบบบ้านเมืองเพื่อทำให้เห็นเมืองในอนาคตมีหน้าตาเป็นอย่างไร

  • เมืองสมัยก่อนเป็นเมืองค่อนข้างมีรูปแบบ การเดินทางที่หรือเป็นเมืองที่ค่อนข้างกระชับ โดยมีเมือง แนวคูคลองน้ำ กำแพงซึ่งเป็นการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนที่แน่ชัด
  • เนื่องจากเมืองสหรัฐอเมริกาไม่ใช่เมืองที่มีพื้นที่ เพียงพอต่อประชากร ระบบการเดินทางในเมืองจึงใช้การเดินเท้า การปั่น และการใช้รถขนส่งมวลชน เป็นหลัก
  • ต่อมาเมืองถูกเปลี่ยนแปลงจากการเดิน การปั่น และการใช้รถขนส่งมวลชนเป็นการใช้ถนนและรถยนต์แทน เกิดการทำลายเมืองขึ้นเพราะการขยายถนน เกิดมลภาวะทางอากาศ เนื่องจากการใช้รถเยอะถนนหรือรถยนต์ที่เข้ามาในเมืองเพื่อความเจริญเที่ยงแท้แน่หรือ? ซึ่งเราต้องจัดอันดับความสำคัญ

 

#เมือง คนเป็นใหญ่

          ใจความสำคัญของเมือง คือ คนเป็นใหญ่ หมายถึง คนเดินเท้ามีความสำคัญที่สุด และต้องมีทางเดินเท้าที่กว้าง เราไม่ได้ห้ามรถยนต์ในการสัญจรแต่ถนนต้องเอื้ออำนวยให้คนมากกว่า ฟุตบาทในประเทศไทยถือว่าผิดหลักการไม่สอดคล้องตามหลักเกณฑ์ เพราะรถต้องรู้จักใช้ให้เหมาะสมกับการเดินทาง

          ยกตัวอย่าง คนเดินเท้ามีโอกาสซื้อของตามข้างทาง และมีความสัมพันธ์กันมากกว่าคนขับรถบนท้องถนน เนื่องจากคนที่ขับรถจะไม่ได้ลงมาซื้อของตามข้างถนน และยังเป็นการสร้างอุบัติเหตุทางถนนและปล่อยควันพิษ

          ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่อเรื่องความการสร้างความสัมพันธ์ของคนในชุมชนเป็นอย่างมาก ซึ่งในสหรัฐอเมริกาเองก็มีการรงณรงค์ที่เรียกว่า Safe Routes to School’ คือ ทางเดินเท้าสำหรับเด็กและนักเรียน เพราะมองว่าคนที่ควรได้รับการปกป้องก็คือเด็กต้องปลอดภัย โดยเป็นการให้โรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน

          สหรัฐอเมริกาได้นำแนวคิดมาจากญี่ปุ่นเพื่อหาแรงจูงใจให้คนอยู่ใกล้บ้าน ภาวะรถติดหน้าโรงเรียนจะไม่มีให้เห็นเหมือนในประเทศไทย เกิดความปลอดภัย และการเดินเท้าทำให้เกิดความสัมพันธ์ของคนในชุมชน เพราะความเร่งรีบในสังคมปัจจุบัน ทำให้คนในสังคมขาดมนุษย์ปฏิสัมพันธ์กัน

          หากมีกิจกรรมการเดิน เมื่อเราเดินผ่านหน้าบ้านของเพื่อนบ้าน สิ่งที่เราจะทำก็คือ การทักทายทำความรู้จักกัน ซึ่งจะทำให้สังคมมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เกิดความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากมองอีกมุมหนึ่งการขยายถนนให้กว้างนั้นจะทำให้การขับรถมีความสะดวกและใช้ความเร็วเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลให้เกิดการอุบัติเหตุเฉี่ยวชนหรือทะเลาะวิวาทกันของผู้คนที่ใช้รถบนท้องถนนแล้วสังคมแบบไหนที่เราต้องการ?

 

#เมืองจึงหมายถึงกายภาพพื้นฐาน

เกณฑ์ 10 หลักการการเติบโตอย่างชาญฉลาด

          หลักเกณฑ์นั้นไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็นข้อตกลงของนักวิชาการถึงแนวทางการออกแบบการวางแผนในการพัฒนาเมือง โดยร้อยละ 75 ในสหรัฐอเมริกาใช้หลักเกณฑ์ Smart Growth เป็นนโยบายหลักในการวางแผน การวางผังเมืองและการบริหารจัดการเมือง ประกอบได้ ดังนี้

  1. การสร้างทางเลือกการเดินทางที่หลากหลายและการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD)

การสร้างอาคารเพื่อตอบสนองความหนาแน่นของคนมากขึ้น

  • การออกแบบทางกายภาพการสร้างการเชื่อมต่อ (Connectivity) ระหว่างย่านกับแรงงาน
  • การสัญจรภายในย่านและชุมชน ซึ่งสามารถมีรถบัสเกิดขึ้นได้หรือมีระบบราง

          ทำไมคุณภาพชีวิตถึงไม่ดี? เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่ไม่สมดุลกับรายได้ จึงทำให้เรื่องการออมเงินเป็นไปได้ยาก โดยค่าใช้จ่ายที่ใช้มากที่สุด คือ การใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัยเพราะทุกคนต้องมีบ้านอยู่อาศัย และรองลงมาคือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

         ถ้าหากมีเงินเดือน 100 บาท จ่ายค่าผ่อนบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำมันไปแล้วมากกว่า 50 บาทต่อเดือน หากจะส่งเสริมเรื่องการออมจะต้องทำให้คนมีเงินในกระเป๋าก่อน ถ้ามีเงินเหลือและไม่มีภาระจึงจะมีเงินเก็บได้

          ร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายในการเดินทางในเมืองที่ถูกวางแผนให้มีการขยายถนนกว้าง รถจะใช้ความเร็วสูง ผู้คนจะอาศัยอยู่ห่างจากที่ทำงาน ซึ่งเป็นการออกแบบเมืองที่บังคับให้คนต้องเดินทาง สิ่งที่ต้องจ่าย คือ ค่าน้ำมัน ค่าสึกหรอของรถ การซ่อมถนนที่นำเงินมาจากภาษีของประชาชน ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลในอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นการนำเงินมาพัฒนาที่ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด

          ซิตี้บัส หรือ รถไฟรางเบาจะเปลี่ยนจากการซื้อรถมาเป็นการซื้อบัตรหรือตั๋ว ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายจาก 37% ให้ลดลงเหลือมา 15 – 17% เปลี่ยนการวางแผนผังเมืองใหม่ชีวิตเปลี่ยน เพราะส่งผลกับงบประมาณภาษีที่ลงไปกับการทำถนน อุบัติเหตุ หรือสุขภาพต่าง ๆ เปลี่ยนค่าใช้จ่าย 37% ที่ผ่อนรถ เติมน้ำมัน เพราะเงินเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

          เงินเหล่านั้นได้จากภาษีสรรพสามิต 35% โดยรถคันละ 100 บาท มากกว่า 60% จะออกไปนอกประเทศ ประเทศไทยได้ค่าแรงประกอบเพียง 40% และประเทศไทยไม่ได้เป็นเจ้าของน้ำมันเอง ‘เราขยันแต่เศรษฐกิจให้ความรู้สึกไม่คุ้มค่าต่อความขยันของเรา’ เพราะการรั่วไหลของตลาด

          TOD จึงพยายามให้ผู้คนอาศัยอยู่ใกล้สถานีเพราะมีโอกาสที่จะเดินเท้ามากกว่าสิ่งสำคัญคือการออกแบบวางแผนให้คนสามารถเดินเท้าได้ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสุขภาพที่ดีของผู้คน

          TOD ในภาคอีสานในจังหวัดขอนแก่นถือได้ว่ามีการก้าวหน้าไปมากกว่าจังหวัดใกล้เคียง เพราะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ก่อน หากสถานีรางคู่เสร็จแล้วสิ่งสำคัญคือการออกแบบรายละเอียดในพื้นที่รอบสถานีรถไฟ

  1. การใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน (Mixed Use)

          ประเทศไทยใช้ที่ดินแบบผสมผสาน คือ ข้างล่างขายของ ข้างบนเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งสอดคล้องกับหลักการที่ 1 ที่พยายามให้ผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองอยู่ใกล้สถานที่ต่าง ๆที่สามารถเดินได้ ซึ่งในบริเวณพื้นที่แปลงเดียวกันหรืออาคารเดียวกันก็พยายามที่จะให้มีความสามารถที่จะทำกิจกรรมได้หลากหลาย เช่น เป็นพื้นที่อยู่อาศัย ค้าขาย หัตถกรรม อื่น ๆโดยการหาวิธีใช้พื้นที่ให้มีมูลค่าสูงสุด เนื่องจากที่ดินไม่สามารถงอกเงยเองได้มีแต่ผู้คนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้พื้นที่แพงเพราะเป็นที่ต้องการ หากผู้คนอาศัยอยู่ในแนวราบทำให้พื้นที่อาจไม่เพียงพอต่อการอยู่อาศัย คนตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่มีโอกาสทางสังคมอาจอยู่ลำบาก

  1. การสร้างโอกาสและทางเลือกที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้ (Affordable Housing)

          ในสหรัฐอเมริกามีกฎหมายกำหนดผังเมือง คือ ทุกคนสามารถทำอาคารตามกฎกติกาผังเมืองได้เลย แต่ถ้าต้องการดอกเบี้ยต่ำและไม่ต้องจ่ายภาษีช่วงต้น วิธีการ คือ ถ้าหากพื้นที่มีราคาสูง อาจทำเป็นคอนโดมิเนียม แบ่งระดับราคาเพื่อให้เหมาะสมกับกับคนทุกระดับ

          แต่ประเทศไทยหากจะทำให้รูปแบบนี้เป็นไปได้ยาก เพราะมองว่าหากคนที่ซื้อในราคาถูกจะสามารถอยู่ร่วมกับคนที่ซื้อในราคาแพงได้อย่างไร จึงอาจต้องมีการแบ่งเป็นสองระดับ

          เช่น การใช้วัสดุที่แตกต่างกัน พื้นที่ในการใช้สอย เป็นต้น  เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันมาก เพื่อที่จะสามารถให้คนทุกระดับฉันอยู่ร่วมกันได้ภายในอาคารเดียวกัน การจัดการที่อยู่อาศัยของคนทุกระดับชั้น สิ่งสำคัญคือการจัดการลดประชากรแฝงในเมือง เมื่อคนซื้อบ้านแล้วเมืองได้ภาษีจากรัฐบาลกลางเพิ่มขึ้น เป็นการดูแลประชาชนชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง

การที่จะนำเข้ารถรางของขอนแก่นต้องมีระบบการจัดการหรือสร้างข้อจำกัดของการใช้รถยนต์บนถนน จากผลงานวิจัยปัจจัยที่ทำให้คนไม่ใช้รถยนต์เนื่องจากค่าที่จอดรถแพง

  1. การสร้างย่านแห่งการเดิน (walkable Neighborhood)

          เป็นขั้นตอนที่ต้องผ่านกระบวนการ 1-3 มาก่อน หากจะนำคนในชนบทเข้ามาเดินในเมืองซึ่งอาจเป็นไปได้ยาก ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดจึงต้องมีการทำที่อยู่อาศัยขึ้นมา วิธีการที่จะทำให้ผู้คนเกิดการเดินมากขึ้น

  1. ปริมาณคนเดินมากเพียงพอ ทำให้กิจกรรม เศรษฐกิจ ขยายขึ้นตามโดยไม่ต้องมีการรงณรงค์ เพราะประชาชนจะรู้ได้ด้วยตนเอง เกิดการทำการค้าระหว่างทางและต้องมีพื้นที่อยู่อาศัยมากเพียงพอ
  2.  พื้นที่การเดินต้องมีการค้าปลีก ศูนย์การค้าอยู่ใจกลางเมือง พื้นที่บริเวณรอบ ๆ เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจ เป็นการช่วยเหลือดูแลกัน ซึ่งเรียกว่า ‘พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ 2 ข้างทาง’

(ติดตามตอนต่อไปในหลักการที่ 5 เป็นต้นไป)

แสดงความคิดเห็น