ไม้ขีดก้านแรกส่งให้รัฐจัดการทุจริตยักยอกฟอกเงิน จุดติดแล้ว “ไฟลุกท่วมสหกรณ์ครูทั่วประเทศ”(16)

เอกสารทิพย์พยานวัตถุ ชิ้นดี ไม่เกิดด้วยแสงสว่าง ในตัวมันเอง.. แต่เกิดจากความพยายามของ พิชัย สมพงษ์ ที่ทำให้ “กลุ่มผีดูดเลือดครู” ต้อง สถิตที่ศาลยุติธรรมแน่นอน

เมื่อครั้งเรา(ผู้เขียน) นำทัพนิสิตนับพันคนร่วมกับชาวบ้านนับหมื่นๆคนเข้าร่วมในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เราจากประธานสภานิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครรินทรวิโรฒ มหาสารคาม กลับถูกอธิการบดีหัวโบราณย้ายด่วนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว.)  ประสานมิตรในฐานะศูนย์กลางมหาวิทยาลัย 8 วิทยาเขต(7 วิทยาเขตพลศึกษา ปทุมวัน พระนคร บางแสน พิษณุโลก สงขลาและมหาสารคาม) เราและเพื่อนต่างแยกย้ายกันไปเรียนตามที่วิยาเขตต่างๆ ในขณะนั้นที่ประสานมิตรมีการเลือกตั้งประธานสภานิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกลาง” 8 วิทยาเขตในต้นปี 2517  (เอานิสิตจากวิทยาเขตละ 4 คนมาเลือกตั้ง) ปรากฏว่าเราได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนน 36 เสียงให้เป็นประธานสภานิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกลาง แล้วทำการเคลื่อนไหวร่วมกับองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยอื่นๆ แล้วยังส่งรองเลขาธิการฯ ไปจาก มศว.ไปร่วมงานกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(ศนท.) จากนั้นเราก็จบการศึกษาไปสอบเข้าเป็นอาจารย์ประจำวิทยาลัยครูนครราชสีมาต่อมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 31 ปี(ระหว่างที่เป็นอาจารย์ก็เขียนบทความในนิตยสารหลายฉบับเช่น เนชั่นสุดสัปดาห์ ฐานเศรษฐกิจ และอาทิตย์วิวัฒน์กว่า 700 บทความ) แล้วก็ตัดสินใจลาออกจากราชการไปลงเลือกตั้งได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ 3 ปีจึงขอลาออกจากพรรคฯ จนสิ้นเชิงตั้งแต่ปี 2553 แล้วมาเคลื่อนไหวมวลชนจนต้องคดีติดคุกติดตารางหลายคดีในพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น วันนี้อายุมากแล้วแต่มิตรร่วมรบทางอุดมการณ์ก็มาขอความช่วยเหลือในกิจกรรมสุดท้ายของชีวิตเรื่องบ่วงหนี้ครูจำนวนมหาศาลกว่า 5 แสนคน(เรียกว่าหนี้ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด) ในธนาคารออมสินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯแหล่งกำเนิดของกลุ่มผีดูดเลือดครูจำนวนชุกชุม ซึ่งเราจะเริ่มจากการขออนุญาตตรวจสอบนายทะเบียนสหกรณ์และสหกรณ์จังหวัดฯ ในหลายแห่งเป็นลำดับแรกๆก่อน.

จากผลการพิเคราะห์ของนายพิชัย สมพงษ์ อดีตกรรมการฯ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา(สอ.นม.) 11 สมัย(22ปี) ได้ร่วมกันแฟนคลับที่ศรัทธาการต่อสู้ไปขอถ่ายเอกสารที่ สอ.นม.และสหกรณ์จังหวัดฯส่งไปเป็นพยานวัตถุหรือเอกสารคดีที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาเมื่อปลายปี 2561(เอกสารที่ส่งศาลแล้ว ถือว่าเป็นเอกสารสาธารณะ)  แล้วนำเอกสารมาอ่านแล้วอ่านอีกหลายครั้งมาก จนเข้าใจแจ่มแจ้ง  ประกอบข่าวตามสื่อออนไลน์ พร้อมดูพระราชบัญญัติฯ กฎหมายลูกลำดับต่างๆ(กฎกระทรวง คำสั่ง ระเบียบ ประกาศ คำแนะนำ)ที่นายทะเบียนสหกรณ์ออกมา พร้อมกับไปอบรมในนามศาลจังหวัดสีคิ้วที่ดีเอสไอเป็นอาสาสมัครยุติธรรมรุ่นแรกเกี่ยวกับการทำคดีฟอกเงิน วันที่ 16 กันยายน 2564 ก็เอาเอกสารมาให้ลังใหญ่มากและกล่าวว่า เอกสารเหล่านี้จะนำไปสู่การตรวจสอบครั้งใหญ่และไปจบลงที่ศาลสถิตยุติธรรม(อายุความ 15-20 ปี)อย่างแน่นอน ดังนี้

เมื่ออ่านพยานวัตถุหรือเอกสารที่ถ่ายมาจากศาลพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าพนักงานศาลเฉพาะแผ่นหน้า(หน้าถัดไปไม่ต้องฯ) ชำระค่ารับรองสำเนา 50 บาท(มีใบเสร็จ) ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากจริงๆในการถ่ายเอกสารที่ สอ.นม.และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดฯนำส่งศาล  นายพิชัยฯ เล่าต้องใช้เวลาอ่าน 3 รอบแล้วนั่งวิเคราะห์ และก็ค้นพบแนวทางสืบค้น  เริ่มจากหนังสือ สอ.นม.ที่ 1407/2556 ลงนามโดยนายประมวล ทั่วกลาง ลงนามในฐานะรองประธานฯ คนที่ 2

(ทำไม !!!คนที่ 1 เป็นรองประธานฯ ไม่ลงนาม แต่กลับใช้คนลงนามรองประธานฯ คนที่ 2 แต่ไม่ใช้คำว่าทำการแทนประธานกรรมการฯ อีกด้วย) เมื่อค้นพบต่อไปก็ค้นพบเอกสารข้อความเดียวกัน แต่ผู้ลงนามชื่อนายออน กาจกระโทก ประธานกรรมการฯ ไม่มีการลงนามคาดว่านายยงยุทธิ์ บัวทองผุด ผู้จัดการอาจเผลอ!!!ส่งไปยังศาลฯทำให้สงสัยว่าเอกสารที่ส่งมาด้วยคำชี้แจงตอบข้อร้องเรียนที่พิเศษ 5/2556 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2556” (ร้องเรียนโดยเครือข่ายต่อต้านทุจริตในสหกรณ์เพื่อสมาชิกและประชาธิปไตย”) หนา 11 หน้า จากนั้นจึงเชิญชวนเพื่อนมิตรนักต่อสู้หลายคนเช่นนายวันชัยนางสำเนาว์ ศิริธีรพัฒน์ นายวุฒิพงษ์ พงษ์ประดิษฐ์ นางรัชนี กิจพนาพร นายสำคัญ จงโกเย็น นายสัมนา ฉัตรบูรณจรัส  ฯลฯ นายทำหนังสือถามไปยังสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด(สคจ.) และ สคจ.มีหนังสือตอบมาในปี 2563 ว่า(เอกสารดูในตอน 14 และยืนยันเป็นหนังสือว่ามีต๋วสัญญาใช้เงินจริงเพียง 5 ฉบับ) ทำให้เราสงสัยว่าน่าจะมีการปลอมหรือสร้างเอกสารเท็จ และการเอาเอกสารเท็จไปสืบพยานถือเป็นการให้การอันเป็นเท็จต่อศาลด้วย ใครอยากรู้ว่ากฎหมายกำหนดอย่างไรลงโทษอย่างไรให้เปิดกูเกิลดูประมวลกฎหมายอาญามาตรา 161 ว่าด้วยปลอมเอกสาร มาตรา 162 ทำ รับเอกสาร รับรองเอกสารเท็จ และมาตรา 180 นำสืบหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ ท่านทั้งหลายก็จะรู้ทันทีว่าหนักเอาการมากๆ.

เอกสารทิพย์ที่ 1 เป็นหนังสือ สอ.นม.ที่ 1407/2556  ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2556 นายประมวล ทั่งกลาง รองประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์นครราชสีมา(แต่ไม่บอกว่าทำการแทนประธานฯ) ลงนามฯ แต่ประธานกรรมการฯ (นายออน กาจกระโทก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 250 คน) ไม่ยอมลงนามเพราะอะไร? ทำให้เราทั้งหลายต่างวิจารณ์กันหนักว่าเพราะเหตุใด ประธานฯไม่ลงนามในเอกสารนี้จะส่งมาด้วยคำชี้แจงตอบข้อร้องเรียนที่พิเศษ 5/2556 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2556” ของเครือข่ายต่อต้านในสหกรณ์เพื่อสมาชิกและประชาธิปไตยหนา 11 หน้า (แรกๆ ไม่อ่านเลยมันหนามาก และมีแต่ตัวเลข อ่านแล้ว ซับซ้อนมาก พออ่านก็มึนตึ๊บเช่น สคจ.ได้มีหนังสือที่ สคจ. 631/2555 วันที่ 15 มิถุนายน 2555 ขอรวมหนี้ทั้งหมด 600 ล้านบาท และผ่อนชำระเดือนละ 10 ล้านบาท(ข้อ (4) หน้า 6)  แต่พอไปดูข้อ (5) หน้า 6 ก็พบว่า มีการโอนเงินจาก สคจ. มาชำระหนี้ สอ.นม.จากวันที่ 3 กรกฎาคม 2555 ถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2555 รวม 7 ครั้งทำให้หนี้เหลือเพียง 530 ล้านบาท (แต่ไม่ยอมบอกว่าโอนมาในบัญชีอะไร เป็นเงินจำนวนเท่าไร ตามระยะเวลานั้นๆ ทำให้เราจะเห็นแสงสว่างอีกครั้งถ้าให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์และอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์มาตรวจก็จะทราบเป็นข่าวใหญ่ทันที เป็นต้น) เอกสารเหล่านี้นายยงยุทธ์บัวทองผุดผู้จัดการเป็นคนรับรองสำเนาถูกต้องส่งไปเป็นพยานวัตถุหรือเอกสารฝ่ายจำเลยยังศาลจังหวัดนครราชสีมา

เอกสารทิพย์ที่ 2  เป็นกุญแจเริ่มเห็นแสงสว่างแล้วคือหนังสือสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัดที่ สคจ.374 ลงวันที่ 24 กันยายน 2563  เริ่มมีแสงสว่างขึ้น เมื่อนายพิชัยฯ นำตั๋วฯ ที่ถ่ายสำเนามาจากศาลเทียบเคียงกันปรากฏว่า สคจ.รับรองโดยสตรีผู้เด็ดขาดนามนางประภัสสร พงศ์พันธุ์พิศาล ประธานกรรมการดำเนินการชุดที่ 35 ผู้บริหารแผนสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัดว่า  สคจ. ได้ออกตั๋วฯ 5 ใบเท่านั้นให้กับ สอ.นม. คือเลขที่ 254/028 เลขที่  254/029 เลขที่ 055/010 เลขที่ 055/011 และเลขที่ 055/014 นอกนั้นเป็นฉบับ…(ปลอมหรือเท็จหรือจริง ผู้อ่านคิดเอาเอง)

เอกสารทิพย์ที่ 3  เมื่อได้เอกสารทิพย์ฉบับที่ 1 และ 2 มาแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 กว่าปีที่นายพิชัยฯ มุมานะตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วจัดการตรวจสอบเทียบเคียงกับบรรดาตั๋วฯแล้ว ถ้าเช่นนั้น น่าจะเข้าข่ายปลอมหรือเท็จ  7 ฉบับ(เป็นตั๋ว 6 ฉบับ และใบคำขอโอนเงินเข้าบัญชี 1 ฉบับ) ใบคำขอโอนเงินฉบับพิลึกกึกกือเลขที่ 576430 ลงวันที่ 18/5/2555 ธนาคารกสิกรไทย และอีก 6 ฉบับคือตั๋วฯเลชที่ 055/013 จำนวน 100 ล้านบาท ตั๋วฯเลขที่ 054/019 จำนวน 100 ล้านบาท  ตั๋วฯเลขที่ 055/020 จำนวน 100 ลบ. ตั๋วฯเลขที่ 054/028 จำนวน 150 ล้านบาท ตั๋วฯเลขที่ 054/029 จำนวน 150 ล้านบาท และตั๋วฯ เลขที่ 055/007 จำนวน 150 ล้านบาท จะปลอมหรือเท็จหรือจริง หรือไม่? ศาลสถิตยุติธรรมเท่านั้นเป็นผู้ชี้ขาด

คราวนี้ เราผู้เขียนเชิญท่านมาดูการกล่าวถึงบรรดากฎหมายและกฎหมายลูก แม้จะมีการวิเคราะห์ต่างกันระหว่างรองนายทะเบียนฯ และนายทะเบียนสหกรณ์กับกลุ่มของนายพิชัย สมพงษ์กับพวก  เรา(ผู้เขียน)คิดว่าไม่น่าเป็นอะไร คนที่จะตัดสินชี้ขาดคือศาลฯ ศาลจังหวัดนครราชสีมาได้มีคำพิพากษาความอาญาตามคดีหมายเลขแดงที่ 769-770 ความว่าพิเคราะห์หลักฐานของโจทก์ทั้งเจ็ดแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสิบสอง(นายทองฯ กับพวก) นำเงินไปลงทุนกับ สคจ. ระหว่างวันที่ 8 กันยายน 2554 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นเงิน 650 ล้านบาทโดยไม่ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติเนื่องจาก สคจ. ออกตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งไม่มีธนาคารเป็นผู้สลักหลังหรือรับอาวัลโดยไม่จำกัดความรับผิด เป็นเหตุให้ สอ.นม.ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสิบสองได้รับผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายจากการกระทำดังกล่าว อีกประการหนึ่งแม้จะฟังได้ว่าจำเลยทั้งสิบสองนำเงินของ สอ.นม. ไปลงทุนกับ สคจ.โดยผิดระเบียบข้อบังคับ ก็เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่โดยผิดระเบียบเท่านั้น ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสิบสองมีเจตนาทุจริต หากโจทก์ทั้งเจ็ดในฐานะสมาชิกฯ ได้รับความเสียหายเพราะเหตุที่จำเลยทั้งสิบสองปฏิบัติผิดระเบียบ ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งเจ็ดจะต้องว่ากล่าวในทางอื่นกับจำเลยทั้งสิบสองต่อไปคดีของโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง  (หลังจากนั้นโจทก์หลายรายก็ถูกฝ่ายจำเลยฟ้องศาลอาญาฐานหมิ่นประมาท โจทก์ก็เลยถอนฟ้องและไม่อุทธรณ์อีกถือว่าเลิกลากันไป หลังจำเลยมอบเงินจำนวนหนึ่งต่อหน้าบัลลังก์ศาล  ปีต่อไป2561 นายธีรวิทย์ เดือนกลางกับพวกก็เลยทำหนังสือมาขอความช่วยเหลือจากกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์(นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายสมเกียรติฯ ให้ช่วยดำเนินการ) ต่อไป. (ดูรายชื่อสมาชิกและเคยเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯเข้าประชุมที่บ้านนายไชยวัฒน์ฯ 13 คน)

จากการวิเคราะห์คำพิพากษาศาลนี้ จะเห็นว่า ศาลรับฟังได้ว่า การฝากเงินในรูปของการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินครั้งนี้ ธนาคารไม่รับอาวัล และต่อมานายพิชัยฯกับพวกค้นพบว่าเป็นเอกสารน่าจะปลอมหรือเอกสารเท็จแต่หนังสือรองนายทะเบียนสหกรณ์(นายดุสิต ทองทา สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมาลงนามในหนังสือลงวันที่ 6 มีนาคม 2563) จงใจหลีกเลี่ยง(หรืออย่างไร?) และยังกล้าหาญไ ม่กล่าวถึงการกระทำของจำเลยทั้งสิบสอง(ไม่กล่าวถึงเลย อย่างมีนัยสำคัญ***) ไม่ผิดระเบียบหรือว่าไม่อ่านข้ามไปเลย “…ก็เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่โดยผิดระเบียบเท่านั้นและไม่มีความว่าโดยไม่ได้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติแต่ประการใด(ติดตามอ่านต่อไปในตอน 17)

เอกสารทิพย์ที่ 4  เป็นหนังสือสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัดที่ 631/2555 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2555 เรื่อง ขอชี้แจงเรื่องการไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงิน เรียน ประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูโคราช จำกัด (ดูเอกสารประกอบ) ลงนามโดยนายมณฑล กันล้อม ประธานกรรมการดำเนินการ ในหนังสือนี้อ้างตัวเลขตั๋วใช้เงินที่ สคจ.ออกให้ สอ.นม.คงเหลือ 600 ล้านบาท และยังตั๋วสัญญาใช้เงินน่าจะปลอมฯ  ตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่ 055/013 จำนวน 100 ล้านบาทอีกด้วย (ตั๋วฯ เลขที่ 055/013 จำนวน 100 ล้านบาท (เข้าใจว่าน่าจะเป็นการแต่งบัญชี ใช่หรือไม่ ผู้อ่านคิดวิเคราะห์เอาเอง)

เอกสารทิพย์ที่ 5  หนังสือ สคจ.ที่ 1085/2555 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2555 เรื่อง ขอชี้แจงเรื่องการต่อสัญญาใช้เงิน(PN) ลงนามโดยนายมณฑล กันล้อม ประธานกรรมการดำเนินการ ความโดยสรุปคือมติคณะกรรมการฯ สคจ. ได้ชำระเงินตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่ 255/013 เป็นจำนวน 50 ล้านบาท(ตั๋วฯ น่าจะปลอมหรือเอกสารเท็จ) ทำให้ยอดคงเหลือ 250 ล้านบาท (จาก 300 ล้านบาทจากตั๋วสัญญาใช้เงินน่าจะปลอมเลขที่ 255/007) ดังนั้นมติที่ประชุมจึงให้ต่อตั๋วสัญญาใช้เงิน(PN) โดยออกตั๋วทดแทนจำนวน 25 ฉบับๆละ 10 ล้านบาท พร้อมทำตารางผ่อนชำระตั๋วสัญญาใช้เงินแนบมาด้วย(น่าจะปลอมหรือเอกสารเท็จฯ ด้วย

พยานเอกสารทิพย์ที่ 6 หนังสือนายสละ วราสินธุ์ ผู้จัดการ  (เป็นครูแถวอำเภอครบุรีและเสิงสางมาก่อน) มึนงง!!! ในที่สุดตัดสินใจทำหนังสือที่ สอ.นม.776/2556 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2556 ไปยัง สคจ. เรื่อง การถอนสัญญาตั๋วใช้เงิน แล้วจัดส่งสำเนาตั๋วฯเลขที่ 054/019 และเลขที่ 054/020 และตั๋วฯเลขที่ 055/007 (3 ฉบับรวม 350 ล้านบาท) (น่าจะปลอมทั้งหมด) และหนังสือนี้ ระบุอย่างชัดเจนปรากฏว่าทางสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ยังไม่ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวมายังสหกรณ์ฯปรากฏว่า สคจ.เงียบหายไปในสายลม ไม่ยอมตอบหนังสือมาเลย (ดูเอกสารประกอบ). มันช่วงแจ่มแจ้งแดงแจ๋ เหมือนแสงตะวันอันเจิดจ้า มาถึงเราแล้วนายพิชัยฯ กล่าว.  จากนั้นมาไม่นานนักนายสละฯ ก็ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการอย่างไม่คาดคิดเป็นคนแรก(ชัดๆๆ มากที่สุดว่าหนังสือที่มาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด

หลายฉบับ ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือเมื่อเป็นถ่ายเอกสารจากศาลฯ มายังไม่เห็นหนังสือสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัดตอบไปเลย(สุดประหลาดใจ!!!)มีเพียงหนังสือผู้จัดการ(นายสละฯ) ถามไปเรื่องเงินโอนว่ายังไม่ได้โอนจำนวนดังกล่าวมายังสหกรณ์” (ฮา ไม่ออกเลย นายพิชัยกล่าว)

เอกสารทิพย์ไม่เกิดด้วยแสงสว่างในตัวมันเอง  แต่เกิดจากความมานะพยายามค้นคว้าอ่านทำความเข้าใจหลายรอบและสอบถามจากผู้รู้ พร้อมกำลังใจจากแฟนคลับ ประกอบการเป็นกรรมการฯสหกรณ์ครูมาถึง 11 สมัย และเป็นคนที่พอรู้เรื่องบ้างเรื่องการฟอกเงินของอาสาสมัครยุติธรรมกรมสอบสวนคดีพิเศษ ของนายพิชัย สมพงษ์ จนทำให้เขาได้ข้อสรุปอย่างมั่นใจว่ากิจกรรมของกลุ่มผีดูดเลือดครูคราวนี้คงจะต้องไปพบกันที่ศาลสถิตยุติธรรมอย่างแน่นอน.

 

(ติดตามตอนที่ 17 ค้นพบใหม่เอกสารปลอมหรือเท็จท่วมแผ่นดิน)

เอกสารประกอบ

หนังสือ สอ.นม.ที่ 1407/2556นายประมวลฯ ลงนามร่างหนังสือที่นายออนไม่ลงนามหนังสือ สคจ.ตอบมา เป็นเอกสารดูได้ในตอน 14-ตั๋วสัญญาใช้เงินที่น่าจะปลอมหรือเท็จ 7 ฉบับรายชื่อของบุคคลร่วมประชุมบางตอนในคำพิพากษาแดงเลขที่ 769-770-เอกสารทิพย์ที่ 4-เอกสารทิพย์ที่ 5-เอกสารทิพย์ทื่ 6-หนังสือทวงถาม สคจ. ไม่ชำระเงิน350 ล้านบาทแต่อย่างใด.

                    

                                                                        

แสดงความคิดเห็น