พบ ป.ป.ช. ยื้อเวลาตรวจสอบคดี รุกที่เขาใหญ่ก่อนหมดอายุ 13 วัน

เครือข่ายประชาชนอีสานเพื่อความยุติธรรม(คปอธ.) และเครือข่ายทนายความเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย พบหลักฐาน ป.ป.ช. ยื้อเวลาตรวจสอบกรณี นายก อบจ.ปราจีนฯ รุกที่เขาใหญ่ ก่อนหมดอายุ 13 วัน จี้ดำเนินการให้ทันกำหนด เตรียมฟ้องละเลยการปฏิบัติหน้าที่

รายงานข่าวแจ้งว่า เครือข่ายประชาชนอีสานเพื่อความยุติธรรม(คปอธ.) เครือข่ายทนายความเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย

ออกแถลงการณ์ เรื่อง แจ้งความดำเนินคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม และการปราบปรามทุจริตแห่งชาติ กรณีคดีนายสุนทร วิลาวัลย์ นายกอบจ.ปราจีนบุรี วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2565

สืบเนื่องจากคดีบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ของนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุนทร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ที่ปปช.มีมติชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 151 ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจ ตำแหน่งสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐ

ออกเอกสารสิทธิบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2565 แต่ไม่สามารถจับกุมตัวนายสุนทร วิลาวัลย์ ผู้ถูกกล่าวหามาส่งฟ้องศาลได้ทันในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565 อันเป็นเหตุให้ขาดอายุความอาญา 20 ปี

สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ นับเป็นความอัปยศบิดเบี้ยวอีกครั้งหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมไทย โดยเฉพาะเป็นความอัปยศไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงานที่มีหน้าที่”ปราบโกง ปราบคอรัปชั่น” อย่างปปช. ทั้งที่การปราบปราม ต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติที่ทุก ๆ รัฐบาลประกาศให้ความสำคัญ โดยเฉพาะรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศให้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ซึ่งโดยข้อเท็จจริงตามการแถลงของเลขาธิการปปช.คดีดังกล่าวมีผู้ร้องเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 และปปช.ได้รับสำนวนคดีความจากตำรวจเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2563 แต่กว่าที่คณะกรรมการปปช.จะมีมติชี้มูลความผิด ก็ล่วงเลยมาถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2565 ซึ่งเหลือเวลาเพียง 13 วันก็จะหมดอายุความแล้ว ปปช.ใช้เวลาสอบสวนข้อมูลข้อเท็จจริง ยาวนานถึง 2 ปี 4 เดือนเศษ อันเป็นสิ่งที่แสดงถึงความอ่อนแอ ด้อยประสิทธิภาพอย่างยิ่ง หลังจากนั้นทั้งอัยการ และตำรวจก็ไม่สามารถดำเนินการจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหามาส่งฟ้องศาลได้ทันตามกำหนด ซึ่งนับเป็นความอัปยศ บิดเบี้ยว ไร้ประสิทธิภาพอีกครั้งหนึ่งของกระบวนยุติธรรมไทย

เครือข่ายประชาชนอีสานเพื่อความยุติธรรม(คปอธ.) และเครือข่ายทนายความเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชน จึงขอใช้สิทธิประชาชนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคดีความดังกล่าวทั้งหมด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ต่อเจ้าพนักงานงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเลย และขอเรียกร้องมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้

1.ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) เปิดเผยข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับดำเนินคดีความดังกล่าวต่อประชาชนอย่างสุจริต เปิดเผย

2.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) เร่งรัดดำเนินคดีบุกรุก ครอบครองพื้นที่ป่าไม้ หลายแปลงของนายสุนทร วิลาวัลย์ และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ ที่เหลืออยู่ เพื่อนำคดีสู่การพิจารณาคดีของศาลโดยเร็วที่สุด

ด้วยศรัทธา และเชื่อมั่น

เครือข่ายประชาชนอีสานเพื่อความยุติธรรม(คปอธ.)

ผู้ประสานงาน ทศพล พรหมเกตุ 0842104985

เครือข่ายทนายความเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย

ผู้ประสานงาน คุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว

0626691333

แสดงความคิดเห็น