เปลี่ยนตัวเพื่อไทยเขต 1 จับตา”เสี่ยโด่ง”สู้ศึกขอนแก่นเดือดพล่าน

 

เปิดผ้าม่านกั้งเลือกตั้งอีสาน 66 เป็นรายการที่เปิดขึ้นมาเพื่อรองรับกับสถานการณ์  การเลือกตั้งของประเทศไทย ที่จะเกิดขึ้นในห้วงเวลาอันใกล้นี้ ซึ่ง “อีสานบิซ” ได้ดำเนินกิจกรรมการเลือกตั้งมาต่อเนื่อง เราได้จัดเวทีดีเบต การเลือกตั้งระดับชาติ

ตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2548 ต่อเนื่องมาจนการเลือกตั้ง ปี.2550 ปี 2554 ปี 2562 รวม 4 ครั้ง และยังจัดเวทีดีเบตการเลือกตั้งท้องถิ่น ตั้งแต่เลือกตั้งนายกอบจ.ภาคอีสาน 8 จังหวัดใหญ่ภาคอีสาน เลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนคร 5 แห่งเทศบาลเมืองอีก 4 แห่ง ที่เราถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญในฐานะของ “สื่ออาชีพ”

การเลือกตั้งเป็นกระบวนการหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนจะได้มีโอกาสเลือกผู้แทนของตนเองให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงในสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภา รวมทั้งยังเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีทางอ้อมผ่านพรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบ

การใช้ชื่อ “เปิดผ้าม่านกั้ง เลือกตั้งอีสาน 66  ผ้าม่านกั้งเป็นภาษาอีสานเปรียบเปรยกับการเปิดผ้าม่านเวทีหมอลำของคนอีสาน หรือ เปรียบเป็นการเปิดเวทีการแสดงละคร สำหรับคนไทยทั่วไป โดยเราจะได้นำเสนอความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเมือง การเลือกตั้งในจังหวัดขอนแก่น และภูมิภาคอีสาน ทั้งในรูปแบบการสัมภาษณ์พิเศษ ที่เป็นทั้งภาพและเสียง หรือ รายงานพิเศษ บทวิเคราะห์สนามเลือกตั้ง

พบกับ…เปิดผ้าม่านกั้ง เลือกตั้งอีสาน 66 ที่นี่ “อีสานบิซ”

การถอนตัวออกจากการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต 1 ในนามพรรคเพื่อไทย ของ “เสี่ยเต๋า” จักริน พัฒน์ดำรงจิตร ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพได้รับการยืนยันจากหลายฝ่ายว่า คนที่ปล่อยข่าวหรือพูดออกมานั้น คือ “เสี่ยเต๋า” แต่เมื่อสอบถามไป มีคำตอบเพียงสั้นๆว่า “รอฟังพรรคประกาศรายชื่อดีกว่าครับ ”เป็นบุคลิกในการตอบคำถามแบบการเมืองที่จะ “ไม่ฟันธง”แต่จะแทงกั้กให้เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน

เช่นเดียวกับก่อนหน้าที่จะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง เมื่อถูกถามว่า จะลงสมัครอีกมั้ย ? ว่า ก็จะตอบว่า “ผมไม่ลงแล้ว…” “ผมไม่เอาแล้ว..”

นั่นอาจเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ในเวลาต่อมา “เพื่อไทย” จึงประกาศรายชื่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็น “เสี่ยอั้น” วิทิต ทองโสภิต อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเก่า  อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 ข้ามฝากมาลงเขตเลือกตั้งที่ 1 แทน

“ตอนผมจะประกาศตัวลงสมัคร ผมก็ถามเฮียเต๋านะครับ ว่า เฮียไม่ลงใช่มั้ย ? แกก็บอกว่า ไม่ลง ผมก็ตัดสินใจขึ้นป้าย คราวนี้ผมก็ไม่มั่นใจว่าที่เฮียเต๋าพูดจริงมั้ย ? ต้องรอดูก่อนครับว่า พรรคจะเอายังไง” เสี่ยอั้น ตอบคำถามข่าวที่ “เสี่ยเต๋า” ถอนตัวเป็นจริงหรือไม่ ?

 “เสี่ยอั้น” วิทิต ทองโสภิต ต้องเอาป้ายที่ตนเองประกาศจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามเพื่อไทย ที่ติดไปแล้วทั่วเมืองขอนแก่นลง หลังจากที่พรรคเพื่อไทยได้เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเขตเลือกที่ 1 ขอนแก่น เป็นชื่อ “เสี่ยเต๋า” จักริน พัฒน์ดำรงจิตร” ในนามพรรคเพื่อไทย

 เหตุผลสำคัญในการจัดทีมเพื่อไทยใหม่คราวนั้น เป็นเพราะ “พงศ์กร อรรณนพพร” ได้ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ทีมงานพื้นที่พรรคเพื่อไทย วิเคราะห์ว่า หากปล่อยให้นายพงศ์กร ย้ายออกไป จะทำให้โอกาสที่เพื่อไทยจะแลนด์สไลด์โดยเฉพาะที่ขอนแก่นจะหมดลงไปทันที อย่างน้อย 2 เก้าอี้ในเขตพื้นเลือกตั้งที่ 8  “สรัสนันท์ อรรณพพร” ซึ่งเป็นลูกสาว และ “บัลลังค์ อรรณพพร” น้องชาย เขตเลือกตั้งที่ 10

นายพงศ์กร ถือว่าเป็นนักการเมืองอาวุโสที่เติบโตและมีบารมีในพื้นที่ขอนแก่น เขาไม่อาจที่จะปล่อยให้เก้าอี้ในบ้านของตนเองหลุดมือไปได้ ไม่ว่าจะต้องทุ่มเท หรือเหนื่อยมากเพียงใด หลังทีมงานวิเคราะห์เช่นนั้นจึงทำให้เกิดดีลพิเศษระหว่างนายพงศ์กรกับคนแดนไกล

นั่นคือ…ที่มาที่ทำให้นายพงศ์กร ย้ายกลับมาซบรังเดิมที่เคยอยู่ พร้อมกับบทบาทภารกิจในการจัดทีมผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยขึ้นมารอบใหม่ และปรากฏชื่อ “เสี่ยเต๋า” จักริน พัฒน์ดำรงจิตร ขึ้นมาเบียดชื่อของ “เสี่ยอั้น” วิทิต ทองโสภิต หลุดออกไป

หลังปรากฏข่าวว่า “เสี่ยเต๋า” ถอนตัวจากผู้สมัครรับเลือกตั้งเขต 1 หลายคนเฝ้ามองว่าการเดินทางมาปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จะมีการเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเขต 1 ใหม่หรือไม่ ? แต่ปรากฏว่า ไม่มีการแถลงหรือเปิดเผยของผู้บริหารพรรค มีแต่เพียงข่าวสั้น ๆ ห้อยท้ายว่า “เสี่ยเต๋า” จักริน ได้ถอนตัวออกจากการเป็นผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 1 เท่านั้น

ต้องยอมรับว่า เขตเลือกตั้งที่ 1 ขอนแก่น ในเชิงสัญลักษณ์คือ เป็นพื้นที่ใจกลางเมือง เปรียบเสมือนเป็นเมืองหลักหรือเมืองหลวงของจังหวัด การเลือกตั้งปี 2562 ที่ผ่านมา “เสี่ยเต๋า” ในฐานะส.ส.เจ้าของพื้นที่ ซึ่งได้รับชัยชนะต่อเนื่องมาหลายสมัย ในนามพรรคเพื่อไทย ถูกผู้สมัครหน้าใหม่ในขณะนั้น คือ “นันนี่” นายฐิตินันท์ แสงนาค นักการเมืองหน้าใหม่ ที่ลงสมัครในนามพรรคอนาคตไทยชนะไปแบบพลิกความคาดหมาย

ด้วยกระแสความนิยมของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเขตเมืองขอนแก่น เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ที่มีต่อพรรคอนาคตใหม่ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคฯ และอีกกระแสหนึ่ง “เสี่ยเต๋า” ถูกครหาว่า ทำการเมืองประมาทและอาจจะลงพื้นที่น้อยเกินไป

การเลือกตั้งครั้งนี้ เขตเลือกตั้งที่ 1 ขอนแก่น นอกจากการประกาศ “แลนด์สไลด์” แล้ว ยังเป็นนัดล้างตา หรือแก้มือของเพื่อไทย ที่จะต้องทวงเก้าอี้กลับคืนมาให้ได้ การที่ “เสี่ยเต๋า” ซึ่งบอบช้ำเพราะเคยแพ้ไปแล้วได้ประกาศถอนตัว จึงเป็นโอกาสที่พรรคจะหาบุคคลใหม่เข้ามาลงสมัครแทน

มีคำถาม ? ที่ยังไม่มีคำตอบว่า เพื่อไทยจะย้อนกลับไปที่ “เสี่ยอั้น” วิทิต ทองโสภิต หรือไม่ ? ซึ่งหากย้อนกลับไป ก็เป็นโอกาสของ “เสี่ยอั้น” ที่หมายมั่นปั้นมืออย่างมาก เพราะต้องผิดหวังเมื่อชื่อของเขาถูกเปลี่ยนออกไปเป็น “เสี่ยเต๋า” คราวนี้เขาไม่แสดงอาการอะไรออกมา แม้กองเชียร์หลายคนจะพยายาม ผลักดันให้เขาออกมาแสดงตัวสู้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

มีข่าวระบุว่า การประกาศถอนตัวของ “เสี่ยเต๋า” ครั้งนี้ เขาได้เสนอชื่อบุคคลให้พรรคเพื่อไทยพิจารณา  คือ “ เสี่ยแนน” นายวรินทร์ เอกบุรินทร์ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลกลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่น ในทีมของนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่นคนปัจจุบัน ให้ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยเขต 1 แทนตนเอง

จะว่าไปแล้ว “เสี่ยแนน” เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ มีบุคลิกและลีลาการพูดจาในการทำงานการเมืองดีคนหนึ่ง หลายคนมองว่า “เสี่ยแนน” อาจจะถูกวางให้เป็นทายาททางการเมืองของนายธีระศักดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่นในอนาคต

การสลับผู้สมัครเปลี่ยนกลับไปกลับมาของเพื่อไทย ในสถานการณ์เช่นนั้นย่อมไม่ได้เป็นผลดีต่อพรรคแน่นอน โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก  คู่แข่งทางการเมือง ที่ปรากฏตัวออกมา ก็ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีศักย์ภาพไม่ธรรมดา

“เสี่ยจอนห์” บุญฤทธิ์ พาณิชย์รุ่งเรือง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่นคนปัจจุบัน กลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่น ทีมของนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ เป็นคนหนึ่งที่มีข่าวระบุว่า ได้รับการทาบทามจาก “รวมไทยสร้างชาติ”  ที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันออกมา

 “ประชาธิปัตย์” พรรคการเมืองเก่าแก่ เขตเลือกตั้งที่  1 ขึ้นป้าย “จิตติ เชิดชู” อดีตข้าราชการครูเกษียณที่ลงมาทำงานในฐานะผู้นำชุมชนเทพารักษ์ เทศบาลนครขอนแก่น ขณะที่มีข่าวว่า มีนักธุรกิจหญิงอีกคนหนึ่ง พยายามที่จะเบียดชิงลงสมัครแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า ผลจะออกมาเป็นเช่นใด

“พลังประชารัฐ” แน่นอนแล้ว นักการเมืองอาวุโสของกลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่น “อัษฏางค์ แสวงการ” ปัจจุบันภรรยา “อรนงค์ แสวงการ” ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีฯ ขึ้นป้ายไปล่วงหน้านานแล้ว และ“ภูมิใจไทย” เปิดตัว “นันนี่” ฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ภูมิใจไทย ที่ย้ายจากอนาคตใหม่

ด้วยการจับมือ กับ “เอกราช ช่างเหลา” อดีตผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ที่ย้ายมาจากพลังประชารัฐ ซบอก “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีระกุล ที่ประกาศจะหยุดการแลนด์สไลด์ของเพื่อไทยในภาคอีสาน ด้วยศักย์ภาพความพร้อมทางการเงินและส่วนหนึ่งของกลไกอำนาจรัฐ

ที่น่าสนใจคือ “ทนายป็อค” วีระนันท์ ฮวดสี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ที่พรรคก้าวไกล ส่งลงมาเพื่อตี “งูเห่า” หวังชิงเก้าอี้ส.ส.ของตนเองคืนจาก “ภูมิใจไทย” ซึ่ง ถือว่า กระแสความนิยมพรรคก้าวไกลของคนรุ่นใหม่  ยังคงแรงแต่จะส่งผลให้ได้รับชัยชนะตีงูเห่าได้สมใจหรือไม่ ? ต้องรอลุ้นอีกที

นักการเมืองท้องถิ่นที่เปิดตัวล่วงหน้ามานานแล้ว  “บักยอช์ค” สยมพร วรรณูปถัมภ์สมาชิกสภาเทศบาลนครขอนแก่นเขต 4 นักกิจกรรมการเมืองศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ขยับขึ้นเวทีระดับชาติ ลงสมัครในพรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์

อีกคนหนึ่งคือ “โต” บูรพา สิมมาทัน ผู้ใฝ่ฝันอยากทำงานการเมือง ลงสมัครทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ มีการเปลี่ยนแปลงพรรคที่จะลงสมัครหลายครั้ง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ป้ายที่ติดล่าสุดลงสมัครในนามพรรคเสรีรวมไทย ของพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมีย์เวช

มีนักการเมืองท้องถิ่นอีกคนหนึ่งคือ ดร.โกเมน กันตวธีระ  รองประธานสภาอุตสาหกรรม แม้จะเป็นสท.สอบตกในเขตเลือกตั้งที่ 3 เทศบาลนครขอนแก่น แต่เขาก็มีน้องชาย “ณณท์พัชธี กันตวธีระณัต” เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ขอนแก่นเขต 1 และยังมีฐานธุรกิจด้านก่อสร้างในพื้นที่ ซึ่งแสดงตัวสนใจที่จะก้าวสู่เวทีการเมืองระดับชาติ หากมีพรรคการเมืองทาบทามและเห็นว่ามีโอกาส

ข้อมูลของบุคคลว่าผู้สมัครส.ส.เขต 1 ขอนแก่น ได้ถูกส่งตรงไปยังผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ที่มีอำนาจตัดสินใจว่า หากต้องการทวงเก้าอี้คืนมีบุคคลหนึ่งที่หากสามารถดึงมาลงสมัครในนามเพื่อไทยได้จะทำให้โอกาสทวงเก้าอี้กลับคืนมา เป็นไปได้สูงมากคือ “เสี่ยโด่ง”  ชัชวาล พรอมรธรรม อดีตรองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น และเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น

แม้ไม่สามารถเอาชนะ นายธีระศักดิ์ นายกเทศมนตรีฯคนปัจจุบันได้ แต่กลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่นในซีกของเขาสามารถคว้าเก้าอี้สมาชิกสภาเทศบาลนครขอนแก่นไปได้ถึง 17 ที่นั่ง จาก 24 ที่นั่ง กลายเป็นเสียงข้างมากในสภาฯ รวมทั้งการพ่ายแพ้ต่อนายธีระศักดิ์ คะแนนก็ห่างกันแบบเฉียดฉิว

“เสี่ยโด่ง” ถือว่า เนื้อหอมมาก เขาถูกทาบทามจากเกือบจะทุกพรรคการเมือง ด้วยผลการเลือกตั้งเทศบาลนครขอนแก่นที่ปรากฎออกมา หากเขาลงพรรคก้าวไกล บอกได้เลยว่าทั้งกระแสพรรค และศักย์ภาพส่วนตัว ฐานมวลชน ปิดประตูแพ้ได้เลย แต่ครอบครัวของเขานั้น ผูกพันกับสถาบันหลักของชาติ ที่ “ก้าวไกล” มีคำถาม เขาจึงไม่สามารถเข้าไปร่วมงานได้

 พรรคเพื่อไทย มีกระแสความนิยมในขอนแก่นสูงแต่วิธีคิด ว่า เมื่อมีเพื่อนมิตรของเขาลงสมัคร เขาจะไม่ลงแข่งด้วยการหลีกทางให้ตั้งแต่ “เสี่ยอั้น” วิทิต ทองโสภิต ที่ถือว่าเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน และมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ ”เสี่ยติ่ง”นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ หัวหน้ากลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่น นักการเมืองอาวุโสที่ “เสี่ยโด่ง” ให้ความเคารพ เมื่อเปลี่ยนเป็น “เสี่ยเต๋า” จักริน พัตรดำรงจิตร เขาก็ถือว่า เป็น “รุ่นพี่” เมื่อ “เสี่ยเต๋า” แสดงเจตจำนงว่าต้องการลงสมัคร เขาก็ยอมเปิดทางให้และพร้อมเป็นผู้สนับสนุน

ทว่า..ปัจจุบันสถานการณ์และเงื่อนไขได้เปลี่ยนแปลงไป หากพรรคเพื่อไทยสนใจ และทาบทามเขามาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเขต 1 น่าจะมีความเป็นไปได้ที่เขาอาจจะตอบรับ และก้าวลงสู่สนามเลือกตั้งเขต1 ซึ่งจะทำให้สนามเลือกตั้งเขต 1 ขอนแก่นแข่งกันสนุกมาก ระหว่าง 3 พรรคการเมืองใหญ่คือ  เพื่อไทย ภูมิใจไทยและก้าวไกล ที่ตอนนี้โอกาสไม่แตกต่างกันมากนัก           

                                                ………………………….

แสดงความคิดเห็น