สถานีตำรวจโคราช จับมือ สคล.รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา

สถานีตำรวจโคราช 51 แห่ง จับมือ สคล.รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 9 สิงหาคม ที่ห้องประชุมไทรทอง ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจตรีอิทธิพล นาคคำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และนายบำรุง เป็นสุข ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคอีสานตอนล่าง ร่วมแถลงข่าวและลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตาม “โครงการตำรวจจังหวัดนครราชสีมางดเหล้าเข้าพรรษา ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ” โดยมีคณะผู้บริหารตำรวจอำนวยการ ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

เภสัชกรสงกรานต์ ฯ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยว่า สคล. ร่วมกับ สสส. รณรงค์เพื่อสร้างสังคมสุขปลอดเหล้าและโครงการงดเหล้าเข้าพรรษามาตั้งปี พ.ศ.2546 ถึงปัจจุบันรวม 20 ปี ซึ่งเน้นสร้างกลไกการทำงานเพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ในกลุ่มเด็กเยาวชน ให้รู้เท่าทันการตลาดของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เน้นปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในงานบุญประเพณีและเทศกาลต่างๆ ทั้งงานศพ งานบวช งานผ้าป่ากฐิน งานกาชาด งานเทศกาลสำคัญของจังหวัดให้เป็นงานปลอดเหล้าปลอดภัย โดยใช้กระบวนการ 5 ช. (ชวน ช่วย ชม เชียร์ เชิดชู) ให้ผู้ดื่มลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พัฒนาศักยภาพคนต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจ สร้างชุมชนคนสู้เหล้าทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 7,000 คนทั่วประเทศ โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา สคล.และภาคีเครือข่ายร่วมกันทำต่อเนื่อง ปีนี้ย่างเข้าปีที่ 21 ผลสำรวจการรณรงค์ปี พ.ศ.2565 จากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) พบว่ามีผู้ที่งดตลอดครบพรรษาร้อยละ 17.8 และผู้ที่งดบางเวลาและลดปริมาณการดื่มร้อยละ 19 รวมที่งดและลดการดื่มร้อยละ 36.8 รวมแล้วมีผู้ดื่มที่งดเหล้าเข้าพรรษา จำนวน 9,383,490 คน สูงกว่าผลสำรวจปีพ.ศ.2564 ที่มีผู้งดและลดการดื่มร้อยละ 30.3 ซึ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,543.56 บาทต่อคน ประมาณการว่าช่วยให้ประเทศประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในช่วงเข้าพรรษารวมมูลค่า 5,025 ล้านบาท ในการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาปีพ.ศ.2566 สสส.รณรงค์ภายใต้แคมเปญ “ปีนี้งดเหล้าเข้าพรรษา ทุกเพศ ทุกวัย” ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาได้เห็นความสำคัญเชิญชวนข้าราชการและบุคลากรเข้าร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา จึงขอใช้โอกาสนี้สื่อสารว่า “งดเหล้าเข้าพรรษาปีนี้มาถึงแล้ว ขอเชิญชวนทุกหน่วยงาน ทุกท่าน ทุกเพศ ทุกวัยมาใช้โอกาสช่วงเวลา 3 เดือน เปิดประตูสู่ฤดูกาลสร้างสุขให้กับตนเอง ครอบครัว สังคม เริ่มจากงดเหล้าเข้าพรรษานี้จนกระทั่งถึงสามารถ ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ตลอดชีวิต”

 

ด้านพลตำรวจตรีอิทธิพล ฯ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “โครงการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมางดเหล้าเข้าพรรษา ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม” เป็นโครงการที่เน้นการเชิญชวนให้ตำรวจทุกนายทุกสถานี ได้ลด ละ เลิกเหล้าเข้าพรรษา ตระหนักและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เพราะหากข้าราชการตำรวจและบุคลากรในหน่วยงานมีสุขภาพที่ดี สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความประทับใจและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร รวมถึงลดค่าเหล้า มาเป็นค่ากับข้าว ค่าใช้จ่ายอื่นๆในชีวิตประจำวัน มีความปลอดภัยไม่เสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ตนเอง ครอบครัวและสังคมสงบสุขได้ ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีพ.ศ.2566 ได้มอบให้ข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และสถานีตำรวจภูธรในสังกัดทั้ง 51 แห่ง มอบหมายให้มีผู้ประสานงาน ติดตามเยี่ยมเสริมพลังแก่ข้าราชการตำรวจที่เข้าร่วมโครงการและเชื่อมประสานติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานร่วมกันกับทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เมื่อออกพรรษาจะมีการสรุปบทเรียนประเมินผลลัพธ์ในการดำเนินงานตลอด 3 เดือน แล้วนำข้อมูลคืนให้แก่ตำรวจภูธรทุกสถานี ยกระดับความรู้เพื่อสื่อสารกับสังคมต่อไป

มีสถานีตำรวจภูธรพิมาย ได้รับโล่สถานีตำรวจภูธรนำร่อง ลด ละ เลิกเหล้าเข้าพรรษา เพราะสถานีสนับสนุนการทำงานของเด็กเยาวชน YSDN.และประชาคมงดเหล้าอำเภอพิมาย โดยเน้นให้ความรู้กับประชาชาชนกระตุ้นให้เกิดบังคับใช้กฎหมายพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปีพ.ศ.2551 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งแต่ปีพ.ศ.2560 เป็นต้นมา ได้เริ่มกระบวนการชวน“ตำรวจพิมายงดเหล้าเข้าพรรษา” แบบสมัครใจเข้าร่วมโครงการ ต่อมาปี พ.ศ.2565 ได้ยกระดับเพื่อให้สถานีตำรวจภูธรพิมายเป็น “สถานีตำรวจนำร่อง ลด ละ เลิกเหล้า เข้าพรรษา” ทั้ง 106 นาย ซึ่งสอดคล้องและสนับสนุน “นโยบายลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม” และมอบหมายนายตำรวจ 1 ท่าน ทำให้เป็นผู้ประสานงานประจำสถานี ติดตามเยี่ยมเสริมพลังและประสานงานกับน้องๆเยาวชน YSDN ประชาคมงดเหล้าพิมาย เพื่อขับเคลื่อนงานในช่วง 3 เดือน นอกจากนั้นก็ยังระดมทุนเพื่อพัฒนาสนามเปตองที่ได้มาตรฐาน ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนวงเหล้าเป็นวงกีฬา” เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับข้าราชการตำรวจ บุคลากร เด็กเยาวชนและประชาชนในพื้นที่

นายบำรุง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคอีสานตอนล่าง เผยว่า การรณรงค์ปีนี้ กลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มผู้หญิงและเยาวชนมีพฤติกรรมการดื่มมากขึ้น ดังนั้นการขับเคลื่อนการรณรงค์จึงเน้นให้เข้าถึงทุกกลุ่มวัย เน้นเพิ่มทางเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องพึ่งพาเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นส่วนหนึ่งของความสุขในชีวิตที่เรียกว่า“สังคมสุขปลอดเหล้า เราเลือกได้” หรือ “Healthy Sobriety Season” การขับเคลื่อนงานของเครือข่ายประชาคมงดเหล้า 9 จังหวัดในภาคอีสานตอนล่าง เน้นการชวน ช่วย ชม เชียร์เพื่อนผู้ดื่มในชุมชนสุขปลอดเหล้า ในระดับชุมชนคนสู้เหล้า 150 แห่ง อำเภอรณรงค์ 19 แห่ง โครงการปลูกพลังบวกในกลุ่มสถานศึกษาปฐมวัยกว่า 306 แห่ง มีกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับเยาวชน 9 จังหวัด มีชมรมคนหัวใจเพชรที่เลิกเหล้าต่อเนื่อง 3 ปีและกลุ่มผู้หญิงให้ลุกมาเป็นแกนนำสร้างแรงบันดาลใจร่วมรณรงค์งดเหล้าชวน ช่วย ชม เชียร์คนที่กำลังเลิกเหล้าในชุมชน ติดตามการเข้าร่วมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “เครือข่ายงดเหล้า”และ“เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง”
ผู้สนใจเข้าร่วมรณรงค์ได้ที่เว็บไซต์ www.sdnthailand.com คลิกปุ่ม ลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษาออนไลน์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการงดเหล้าเข้าพรรษา และค้นหาสื่อรณรงค์ รวมทั้งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ และหากท่านใดต้องการคำแนะนำในการลด ละ เลิกการดื่ม สามารถปรึกษาได้ที่ โทร 1413 สายด่วนเลิกเหล้า หรือสแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มเพื่อนกับน้องตั้งใจ ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ www.1413.in.th

นครราชสีมา/เกษม ชนาธินาถ 086 6486006

แสดงความคิดเห็น