
สนามเลือกตั้งขอนแก่น เขต 4 (อ.อุบลรัตน์, อ.เขาสวนกวาง, อ.น้ำพอง-บางส่วน) กำลังจะกลายเป็นตำนานบทใหม่ของการเมืองเรื่อง “ผลประโยชน์และพันธมิตรชั่วคราว” เมื่อผู้เล่นหลักหน้าเดิมต้องเปลี่ยนบทบาท และผู้สนับสนุนกลายมาเป็นคู่แข่ง
สถิติคะแนนเสียงและวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
เมื่อพิจารณาผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการที่ผ่านการนับคะแนนครบ 100% ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2566 ข้อมูลแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ที่สูสีอย่างยิ่งระหว่างผู้สมัครสามรายแรก ซึ่งมีฐานคะแนนที่ทิ้งห่างจากผู้สมัครรายอื่นอย่างขาดลอย 5 ชัยชนะของนายเอกราช ช่างเหลา จากพรรคภูมิใจไทยถือเป็นจุดพลิกผันที่สำคัญในพื้นที่ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเขตอิทธิพลของพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด
ตารางสถิติผลการเลือกตั้ง สส. เขต 4 จังหวัดขอนแก่น (Top 5)
| อันดับ | รายชื่อผู้สมัคร | พรรคการเมือง | หมายเลข | คะแนนเสียง | สัดส่วน (%) |
| 1 | นายเอกราช ช่างเหลา | ภูมิใจไทย | 9 | 33,104 | 34.97 |
| 2 | นายวุฒิรักษ์ แพงตาแก้ว | ก้าวไกล | 6 | 26,948 | 28.47 |
| 3 | นางมุกดา พงษ์สมบัติ | เพื่อไทย | 11 | 26,416 | 27.91 |
| 4 | นางนพวรรณ เพชรสุริวงษ์ | รวมไทยสร้างชาติ | 4 | 1,619 | 1.71 |
| 5 | นายณรงค์เลิศ สุรพล | พลังประชารัฐ | 1 | 1,140 | 1.20 |
5
ความน่าสนใจของสถิติชุดนี้อยู่ที่ “ส่วนต่าง” ของคะแนนเสียง นายเอกราช ช่างเหลา ชนะอันดับที่ 2 คือพรรคก้าวไกล อยู่ที่ 6,156 คะแนน แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือระยะห่างระหว่างอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 ซึ่งมีเพียง 532 คะแนนเท่านั้น 5 ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่ากลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้านเดิม (ฝ่ายประชาธิปไตย) เกิดภาวะ “เสียงแตก” อย่างชัดเจน หากคะแนนของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยรวมกัน จะมียอดสูงถึง 53,364 คะแนน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 56.38 ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด 5 การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถเบียดแทรกขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้ด้วยคะแนนเพียงร้อยละ 34.97 สะท้อนถึงความล้มเหลวของยุทธศาสตร์ “แลนด์สไลด์” ในระดับเขตเลือกตั้ง ที่ไม่สามารถหลอมรวมคะแนนนิยมให้เบ็ดเสร็จได้ท่ามกลางการอุบัติขึ้นของพรรคก้าวไกลที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในพื้นที่กึ่งเมือง
🛑 เมื่อ “เอกราช” ต้องถอย: กำเนิดพันธมิตรใหม่ที่คาดไม่ถึง
“เอกราช ช่างเหลา” แชมป์เก่าจากพรรคกล้าธรรม จำเป็นต้องถอยฉากจากการลงสมัคร สส. ครั้งหน้า เนื่องจากปัญหาทางข้อกฎหมายคดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ที่ยังคงเป็นชนักปักหลัง แต่สิ่งที่ทำให้คอการเมืองต้องขยี้ตา คือการเปิดตัวผู้สมัครแทนที่ชื่อ “อาทิตยา พงษ์สมบัติ” ลูกสาวของ “มุกดา พงษ์สมบัติ” อดีต สส.เพื่อไทย ที่เคยพ่ายแพ้ให้กับเอกราชแบบราบคาบ นี่คือการส่งสัญญาณว่า “เอกราช” และ “มุกดา” ได้บรรลุข้อตกลงทางการเมืองร่วมกัน โดยใช้ลูกสาวเป็นตัวเชื่อม (Proxy) เพื่อรักษาฐานอำนาจในพื้นที่ ผนึกกำลังระหว่าง “ฐานจัดตั้งของเอกราช” เข้ากับ “ฐานคะแนนเก่าของมุกดา”
🔴 “เพื่อไทย” ดันลูกหลานท้องถิ่น: ศึกสายเลือดคนเคยรัก
ในฝั่งพรรคเพื่อไทย เมื่อเสียมุกดาไป (ทางอ้อม) จึงหันไปดันคนรุ่นใหม่ที่มีฐานเสียงแน่นปึ้กอย่าง “ส.จ.ฟลุ๊ค-รุ่งโรจน์ เย็นสบาย” ลูกชายของ “นายกฯ น้อย-วิรัตน์ เย็นสบาย” นายกเทศมนตรีตำบลกุดน้ำใส ความดุเดือดของคู่นี้อยู่ที่ “ความสัมพันธ์ในอดีต” เพราะในการเลือกตั้งปี 66 “นายกฯ น้อย” คือคีย์แมนคนสำคัญที่ช่วยหนุนให้เอกราชได้รับชัยชนะ แต่มาวันนี้กลับต้องมายืนคนละฝั่งและส่งลูกชายลงแข่งเอง นี่คือศึกของ “คนรู้ทาง” ที่ต่างฝ่ายต่างกุมความลับและรู้จุดอ่อนของฐานเสียงกันและกันเป็นอย่างดี
🟠 ตัวแปรอันตราย: “พรรคส้ม” ผู้รอโอกาสจากความขัดแย้ง
ท่ามกลางฝุ่นตลบของการแย่งชิงฐานเสียงระบบจัดตั้ง “วุฒิรักษ์ แพงตาแก้ว” จากพรรคประชาชน (ก้าวไกลเดิม) คือตัวแปรที่น่ากลัวที่สุด สถิติปี 66 ชี้ชัดว่าเขาแพ้ให้เอกราชเพียงแค่ในช่วงโค้งสุดท้าย (Late Game) เท่านั้น ฐานคะแนนธรรมชาติของพรรคส้มในเขตนี้ถือว่าสูงมาก หากศึกระหว่าง “กล้าธรรม” (ลูกมุกดา) และ “เพื่อไทย” (ลูกนายกฯ น้อย) ดุเดือดจนเกิดการตัดคะแนนกันเอง หรือเกิดความเบื่อหน่ายในการเมืองแบบบ้านใหญ่… คะแนนบริสุทธิ์อาจเทไปที่ “วุฒิรักษ์” จนทำให้พรรคส้มกลายเป็น “ม้าตีนปลาย” ที่เข้าวินไปแบบหักปากกาเซียน
“ดร.วิชช์” พรรคเป็นธรรม ผงาดนำโพล! เขย่าบัลลังก์ “บ้านใหญ่-เพื่อไทย” ศึกนี้ใครคือของจริง?
หากจะหาพื้นที่เลือกตั้งที่ “หักมุม” ที่สุดในจังหวัดขอนแก่น คงหนีไม่พ้น เขตเลือกตั้งที่ 4 (อ.อุบลรัตน์, อ.เขาสวนกวาง, อ.น้ำพอง-บางส่วน) จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นสมรภูมิแค้นระหว่างอดีตพันธมิตร ล่าสุดกลับมี “ตัวแปรใหม่” ที่ทรงพลังจนอาจเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองท้องถิ่นไปตลอดกาล

🌪️ พายุลูกใหม่: “ดร.วิชช์” พรรคเป็นธรรม ผู้ท้าชิงที่ “เพื่อไทย” เคยตามจีบ
ในขณะที่ “กล้าธรรม” และ “เพื่อไทย” กำลังสาละวนกับการจัดทัพ “ดร.นันทวิชช์ วรรณเสน” หรือ “ดร.วิชช์” โฆษกและว่าที่เลขาธิการพรรคเป็นธรรม ได้ใช้เวลา 2 ปีกว่าในการ “ฝังตัว” ลงพื้นที่อย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง ด้วยโปรไฟล์ระดับ “ที่ปรึกษากองทัพเรือและมาดามรถถัง” บวกกับความเป็นคนรุ่นใหม่สายวิชาการ ทำให้เขาเนื้อหอมถึงขนาดเคยถูกพรรคเพื่อไทยทาบทาม แต่เจ้าตัวเลือกที่จะปฏิเสธและมาสวมเสื้อ “พรรคเป็นธรรม” (พรรคของ กัณวีร์ สืบแสง) แทน กลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” ของเขา ผ่านการสนับสนุนกลุ่มนางรำ แจกผ้าถุง และน้ำดื่มตรา ดร.วิชช์ จนกลายเป็นไวรัลใน 18 ตำบล ถือเป็นการตลาดการเมืองที่ “กินใจ” ชาวบ้านรากหญ้าอย่างจัง
บทสรุป
การเลือกตั้งครั้งหน้า เขต 4 จะเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุด ว่า “การเมืองเชิงพื้นที่” (ลงลึกถึงนางรำ/งานศพ) ของ ดร.วิชช์ จะสามารถเอาชนะ “การเมืองระบบจัดตั้ง” ของบ้านใหญ่ และ “การเมืองกระแส” ของพรรคใหญ่ ได้หรือไม่? แต่ ณ วินาทีนี้ โพลบอกแล้วว่า… เขาคือเต็ง 1 ที่ประมาทไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว!





