สีบัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรออกเสียงประชามติ
Key Points:
-
วันเลือกตั้ง: วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
-
ระบบการเลือกตั้ง: เป็นการเลือกตั้ง สส. ทั่วไป พร้อมกับการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ
-
บัตรเลือกตั้ง: มีทั้งหมด 3 ใบ (สีเขียว, สีชมพู, สีเหลือง)
-
ขั้นตอนพิเศษ: ผู้มาใช้สิทธิต้องดำเนินการ 2 ขั้นตอนต่อเนื่องกันภายในหน่วยเลือกตั้งเดียว
เจาะลึกขั้นตอน: เข้าคูหาครั้งนี้ต้องทำอย่างไร?
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดรูปแบบการลงคะแนนสำหรับการเลือกตั้งซ่อมและการออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นพร้อมกัน เพื่อความชัดเจนและป้องกันความสับสน โดยแบ่งเป็น 2 โซนภายในหน่วยเลือกตั้ง ดังนี้:
ส่วนที่ 1: การเลือกตั้ง สส. (บัตร 2 ใบ)
เมื่อไปถึงหน่วยเลือกตั้ง ให้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ:
-
ตรวจสอบรายชื่อ: ที่บอร์ดหน้าหน่วย และจำลำดับที่ของตนเอง
-
แสดงตนและรับบัตร: ยื่นบัตรประชาชน ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้ว และรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ
-
🎫 บัตรสีเขียว: สำหรับเลือก สส. แบบแบ่งเขต (กาเบอร์ผู้สมัคร)

-
🎫 บัตรสีชมพู: สำหรับเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ (กาเบอร์พรรคการเมือง)

-
-
ลงคะแนน: เข้าคูหาทำเครื่องหมาย X และนำมาหย่อนลงในหีบให้ถูกประเภท
ส่วนที่ 2: การออกเสียงประชามติ (บัตร 1 ใบ)
หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จสิ้น อย่าเพิ่งกลับบ้าน! ท่านต้องเดินไปยังจุดที่ 2 ต่อทันที:
-
แสดงตนรอบที่ 2: ยื่นหลักฐานและแจ้งลำดับที่เดิมต่อเจ้าหน้าที่ชุดประชามติ
-
รับบัตรประชามติ: ลงชื่อและรับบัตรออกเสียง 1 ใบ
-
🎫 บัตรสีเหลือง: สำหรับออกเสียงประชามติ (ประเด็นเดียว)

-
-
ลงคะแนน: เข้าคูหาตัดสินใจทำเครื่องหมาย X ในช่อง “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ตามความคิดเห็นของท่าน แล้วหย่อนลงหีบบัตรสีเหลือง
เอกสารที่ใช้แสดงตนได้
-
บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้)
-
บัตรหรือหลักฐานอื่นของทางราชการที่มีรูปถ่ายและเลข 13 หลัก
-
หลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันรัฐ เช่น ThaiID (กรมการปกครอง), DLT QR LICENCE (กรมการขนส่งทางบก)
อ้างอิงข้อมูล:
-
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง รูปแบบบัตรเลือกตั้งและขั้นตอนการลงคะแนน 2569




