แม่น้ำโขงเสี่ยงเป็น “แม่น้ำร้าง” ผู้เชี่ยวชาญจี้รัฐเร่งแก้ หลังพบโลหะหนักในตะกอนดิน


Key Points: สรุปประเด็นสำคัญของข่าว

  • โลหะหนักพุ่งเกินเกณฑ์: กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจพบ “สารหนู” ในตะกอนดินบริเวณแม่น้ำโขงและแม่น้ำกก สูงเกินมาตรฐานถึง 9 เท่า
  • เสียงเตือนจากนักวิชาการ: ผู้เชี่ยวชาญจาก ม.แม่โจ้ ระบุการปนเปื้อนรุนแรงระดับนี้อาจทำให้ห่วงโซ่อาหารพังทลาย และทำให้แม่น้ำโขงกลายเป็นแม่น้ำร้าง
  • เตือนประชาชนเลี่ยงกินปลาหน้าดิน: แนะนำให้งดหรือลดการบริโภคสัตว์น้ำหน้าดินในปริมาณมาก เพื่อลดความเสี่ยงการสะสมโลหะหนักในร่างกาย
  • จี้รัฐและ MRC ร่งเจรจา: สาเหตุหลักคาดว่ามาจากเหมืองแร่ประเทศเพื่อนบ้าน ต้องอาศัยกลไกเจรจาระดับชาติ (ไทย-จีน-เมียนมา) แก้ปัญหาที่ต้นตอ

เมื่อพูดถึง “แม่น้ำโขง” และ “แม่น้ำกก” เรามักนึกถึงสายน้ำที่เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิต แต่รายงานล่าสุดจากฝั่งสิ่งแวดล้อมกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยระดับแดง เมื่อพบว่าหน้าดินของแหล่งน้ำเหล่านี้กำลังกลายเป็นแหล่งสะสมสารพิษ

ผลตรวจตะกอนดินชี้ สารหนูและโลหะหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน

อ้างอิงจากผลการลงพื้นที่ตรวจวัดตะกอนดินของ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ซึ่งล่าสุด รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางนำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงผลการตรวจสารพิษในแม่นำโขงของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ว่าข้อมูลดังกล่าวน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะใน พื้นที่ลำน้ำสาขา แม่น้ำกก และแม่น้ำโขง (แถบสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย) พบค่าสารหนู (Arsenic) ปนเปื้อนสูงถึง 296 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งทะลุสูงถึง 9 เท่า นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนของปรอท แคดเมียม และตะกั่วในหลายจุด

ความเสี่ยง “แม่น้ำร้าง” เมื่อห่วงโซ่อาหารพังทลาย

รศ.ดร.อภินันท์ อธิบายว่า เมื่อตะกอนดินเต็มไปด้วยสารพิษ วงจรแรกที่จะรับผลกระทบเต็มๆ คือ “สัตว์หน้า ดิน” เมื่อสัตว์หน้าดินตาย ปลาและสัตว์น้ำที่พึ่งพาสัตว์เหล่านี้เป็นอาหารก็จะลดจำนวนและสูญพันธุ์ตามไปหากปล่อยยึดเยื้อ แม่น้ำโขงอาจประสบวิกฤตจนกลายเป็น “แม่น้ำร้าง” ที่ปราศจากสิ่งมีชีวิตผลกระทบต่อมนุษย์ และคำแนะนำในการรับมือ

คำแนะนำเบื้องต้นในการรับมือมีดังนี้

  1. การบริโภค: หลีกเลี่ยงหรือลดการบริโภคปลา หอย กุ้ง ที่จับจากพื้นที่ปนเปื้อน การรับประทานปริมาณมากและเป็นประจำอาจก่อให้เกิดอันตรายจากการสะสมสารหนูและตะกั่วในร่างกาย
  2. การเกษตร: การนำน้ำไปใช้ในภาคการเกษตรควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน เนื่องจากตะกอนที่ปนเปื้อนสามารถถูก พืชดูดซับไปสะสมได้

ทางออกอยู่ที่ “ภูมิรัฐศาสตร์” ไม่ใช่แค่การล้างแม่น้ำ

ต้นตอของวิกฤตเกิดจากการขยายตัวของอุตสาหกรรม “เหมืองแร่” ในประเทศเพื่อนบ้านต้นน้ำ การแก้ปัญหา จึงไม่ใช่แค่นำเครื่องจักรไปบำบัดน้ำ แต่ต้องอาศัยเวทีการเจรจาระดับชาติ ทางผู้เชี่ยวชาญจึงเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) รวมถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เร่งเปิดโต๊ะเจรจากับประเทศ ต้นน้ำ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

อ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ (PCD News). “คพ.สรุปผลการตรวจวัดตะกอนดิน แม่น้ำกก ลำน้ำสาขา และแม่น้ำโขง พบสารหนูเกินมาตรฐานหลายจุด” จาก: https://www.facebook.com/PCD.go.th/

แสดงความคิดเห็น