สิงคโปร์ จากศูนย์กลางทางการค้า สู่การเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรม

สิงคโปร์ จากศูนย์กลางทางการค้า สู่การเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมPayPal และอีกหลายสิบบริษัทระดับโลกอย่างเช่น Procter & Gamble, Unilever, Hewlett Packard Enterprise และ AXA ต่างก็เข้าไปสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา (Innovation Lab)
ในสิงคโปร์ประเทศที่เป็นเพียงเกาะเล็กๆแต่สามารถใช้ศักยภาพของภูมิภาคอาเซียนเป็นแรงดึงดูดให้ธุรกิจระดับโลกมาสร้างนวัตกรรมล้ำๆที่นี่ได้ไม่ยาก ในเมื่อประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะพ่อค้าคนกลางก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากหากสิงคโปร์มองว่าขั้นต่อไปจะเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและผลิตนวัตกรรมสู่โลกแข่งกับซิลิคอนแวลเล่ย์

สิงคโปร์ เป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วยิ่งไปกว่านั้นยังเกาะอยู่อันดับต้นๆของประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลก โดยล่าสุดอยู่อันดับที่สองรองจากประเทศอย่างสวิสเซอร์แลนด์ และตามด้วยสหรัฐอเมริกาเนเธอร์แลนด์ เยอรมัน สวีเดน อังกฤษ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ฟินแลนด์ (WEF Competitive Report 2016-2017) หลายคนมองว่า ก็แน่ล่ะสิ ประเทศเป็นเกาะเล็กนิดเดียวประชากรก็น้อย (พื้นที่ 699.4ตารางกิโลเมตร, ประชากร 4.6 4.6 ล้านคน) ก็จริงค่ะ ดูแลง่าย ทั่วถึง งบประมาณไม่มากก็ทำโน่นนี่นั่นได้เยอะ อันนั้นเป็นข้อดี แต่สิ่งที่เป็นความท้าทายของสิงคโปร์คือ ความที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเลย

ดังนั้นตอนที่แยกตัวออกมาจากมาเลเซียในปี 1965สิงคโปร์ใช้ความได้เปรียบทางทำเลที่ตั้งและความเป็นนักการทูตดึงดูดให้ต่างประเทศใช้สิงคโปร์เป็นจุดศูนย์กลางในการทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  กลยุทธ์การทูตเชิงรุกของสิงคโปร์ คือ การที่ทำให้การเข้ามาตั้งธุรกิจในสิงคโปร์ทำได้ง่ายที่สุด เหมือนที่ PayPal ได้กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกสิงคโปร์เป็นศูนย์วิจัยนวัตกรรมก็เพราะ“การสนับสนุนอย่างมากจากรัฐบาลสิงคโปร์บุคลากรทักษะสูงที่มีอยู่มากมายพร้อมกับมาตรฐานการศึกษาระดับโลกระบบนิเวศของสตาร์ทอัพที่แข็งแรงและความหลากหลายของผู้ค้า”

ทำให้ผู้นำระบบการจ่ายเงินออนไลน์ของอเมริกาอย่าง PayPal เลือกสิงคโปร์เป็นศูนย์วิจัยพัฒนา ในบรรดาผลตอบแทนที่รัฐบาลสิงคโปร์เสนอให้นักลงทุนด้านนวัตกรรม สิ่งที่ดึงดูดใจมากๆได้แก่ เงินทุนสนับสนุน การลดหย่อนภาษี รวมถึงกระบวนการด้านกฎหมายที่รวดเร็วทันใจสิ่งเหล่านี้เป็นแรงดึงดูดอย่างดีทั้งกับนักลงทุนและกับบุคลากรระดับอัจฉริยะหรือนักวิจัยพัฒนา ทำให้สิงคโปร์กำลังจะมุ่งสู่การเป็นผู้นำในเศรษฐกิจแห่งความรู้เศรษฐกิจที่ประกอบด้วยธุรกิจและผู้คนที่มีความรู้ มีทักษะสูงเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงสู่โลกไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง และหุ่นยนต์คราวหน้า มาดูกันว่า ตอนนี้สิงคโปร์มีความน่าสนใจและอยู่ตำแหน่งไหนในโลกถึงได้คิดว่าวิสัยทัศน์การเป็น ศูนย์กลางนวัตกรรมในภูมิภาค เป็นไปได้ไม่ยาก

ที่มา: Nikkei Asian Business Review

Facebook Comments

โพสท์อื่นๆ ที่น่าสนใจ

เล็งติด CCTV  ผ่านมือถือ แบบ Real Time ตั้งเป้าปี 65 จำนวน 1,000 จุด        เทศบาลนครขอนแก่นเล็งติด CCTV  ผ่านมือถือ แบบ Real Time  เพื่อขับเคลื่อนสู่เมือง SMART CITY ตั้งเป้าปีใน 65 จำนวน 1,000 จุด ทั่วเขตเทศบาลนครขอนแ...
ขอนแก่น ชู “วัฒนธรรมเก่าใหม่ คละเคล้ากันไป”งานประเพณีออกพรรษาฯ61... เทศบาลนครขอนแก่น จัดแถลงข่าวงานประเพณีออกพรรษา ลอยประทีปบูชา พุทธกตัญู ปี2561 ในวันที่ 21-25 ตุลาคมริมบึงแก่นนคร ภายใต้แนวคิด วัฒนธรรมเก่าใหม่ คละเคล้...
เผยนักท่องเที่ยวปี60 /4.98ล้านคน เฉียดเป้า5ล้านคน        ผอ.ททท.ขอนแก่นเผยนักท่องเที่ยวปี60 /4.98ล้านคน เฉียดเป้า5ล้านคน แย้มแผนปี62เบื้องต้น ตั้งเป้าขอนแก่นเป็นฮับหมุนเวียนดึงนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง...
ชู IGET by CATตลาดออนไลน์ดิจิทัล 4.0        หอการค้า จ.ขอนแก่น เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ "IGET by CAT" ตลาดออนไลน์ดิจิทัล 4.0 ขยายโอกาสผู้ขายและผู้ซื้อจับจ่ายให้ได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น...