
การเดินเพื่อผู้ป่วย กัญชารักษาโรค ได้ย่างเท้าก้าวแรกจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ อ.โพทะเล จ.พิจิตรเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๒ ณ วัดบางปลาหมอ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี รวมระยะทาง ๒๖๘ กิโลเมตร เป็นเวลา ๒๐ วัน มีองค์กรร่วมจัด ๑๒ องค์กร ได้แก่ มูลนิธิข้าวขวัญ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ มูลนิธิชีววิถี มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิสุขภาพไทย เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายเกษตรกรรมธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน(ขสช.) เครือข่ายผู้ป่วยและคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน มีประชาชนจำนวน ๓๒,๐๔๙ คน ร่วมลงชื่อเพื่อแก้ไขกฎหมายกระท่อมและกัญชาเพื่อการแพทย์ จากปากคำผู้ป่วยนับพันคนว่าการใช้กัญชาอย่างถูกต้องนั้นสามารถรักษาเยียวยาโรคต่างๆได้มากมายกว่าที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขประกาศ น่าเศร้าผู้ป่วยหลายแสนคนกลับเข้าไม่ถึงยาจากกัญชาได้จากกฎหมายและระเบียบที่ล้าหลัง ตลอดจนแนวปฏิบัติของรัฐที่เอื้ออำนวยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ เช่นการเปิดโอกาสให้บริษัทยาข้ามชาติยื่นขอสิทธิบัตรผูกขาดละอ้างเหตุนำเข้าผลิตภัณฑ์กัญชาจากต่างชาติกีดกันหมอพื้นบ้านไม่ให้ผลิตยาและไม่สามารถเข้าถึงวัตถุดิบกัญชาได้

การประกาศอิสรภาพการใช้กัญชารักษาโรค เพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้ป่วยในการเข้าถึงยาและเลือกวิธีการรักษาโรคเคารพภูมิปัญญาและส่งเสริมบทบาทของหมอยาพื้นบ้าน ต่อต้านการผูกขาดยาและเสริมสร้างการพึ่งตนเอง ดังต่อไปนี้
๑.ในระหว่างที่ยังไม่มีการอนุญาตให้สหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชาได้ในปริมาณที่เพียงพอ ปปส.ต้องมอบวัตถุดิบกัญชาของกลางให้กับหมอพื้นบ้านที่ผลิตยาแจกจ่ายแก่ประชาชน มิใช่การเผาทำลายทิ้งไปโดยไม่ได้ตรวจสอบคุณภาพและเกณฑ์ความปลอดภัยจากผลิตภัณฑ์ปลายทางเพื่อให้ผู้ป่วยที่เคยใช้ยากัญชาสามารถเข้าถึงยาอย่างต่อเนื่อง
๒. เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขรับรองตำรับยาน้ำมันกัญชาหรือน้ำมันกัญชาผสมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นต้นเป็นตำรับยาหมอพื้นบ้านและควรอยู่ในระบบบัญชียาหลักแห่งชาติหรือระบบหลักประกันสุขภาพ เพื่อให้หมอพื้นบ้าน แพทย์แผนไทย บุคลากรสาธารณสุขสามารถผลิตยาได้และผู้ป่วยทุกคนในประเทศสามารถเข้าถึงยากัญชาได้อย่างกว้างขวางและปลอดภัยในราคาไม่แพง
๓. ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและทุกพรรคการเมืองร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขปัญหาให้กัญชง กระท่อม สาร CDBและสารอื่นจากกัญชาที่ไม่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทออกจากบัญชียาเสพติดอย่างสมบูรณ์และต้องอนุญาตให้ผู้ป่วยที่มีใบรับรองแพทย์สามารถปลูกกัญชาเพื่อการพึ่งตนเอง เช่นเดี่ยวกับหมอยาพื้นบ้าน บุคลากรทางการแพทย์/สาธารณสุข สถานพยาบาลสามารถปลูกและปรุงยากัญชาได้ตามความจำเป็นและความเหมาะสม ผ่านการจดแจ้งและใช้กลไกของชุมชนท้องถิ่นในการกำกับดูแลไม่ให้มีการนำวัตถุดิบไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
๔. เร่งฟื้นฟูและพัฒนาสายพันธ์กัญชา โดยการส่งเสริมสนับสนุนและคุ้มครองบทบาทของเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้สายพันธุ์กัญชาไทยกลับมามีความหลากหลายและมีคุณภาพดีที่สุดในโลกอีกครั้งหนึ่ง เพิกถอนและระงับการยื่นขอจดสิทธิบัตรที่ขัดต่อกฎหมายโดยเฉพาะการจดสิทธิบัตรสารตามธรรมชาติ การใช้เพื่อรักษาโรคและขาดความใหม่ เป็นต้น

โดย: ปฎิวัติ เฉลิมชาติ คณะกรรมการองค์กรอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน /ผจก.สมาคมผู้บริโภค จ.ขอนแก่น
