
อนุชา สิงหะดี คนรุ่นใหม่ จ. กาฬสินธุ์ ได้เสนอ เรื่อง การสร้างสนามบินกาฬสินธุ์ ในเพจ เฟสบุ๊ค ส่วนตัว ระบุ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อจัดสัมมนาในหัวข้อ “การสร้างสนามบินกาฬสินธุ์” ซึ่งก็ถือว่าได้รับสัญญาณทางบวกและมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้(ในอนาคต) สำหรับท่าอากาศยานกาฬสินธุ์ บ้านเราครับ
และเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมริมปาว อ.เมืองกาฬสินธุ์ การท่าอากาศยานก็ได้ทำโครงการปฐมนิเทศรับฟังความเห็นของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการสร้างสนามบินกาฬสินธุ์
ซึ่งหลักจากนั้น ก็มีกระแสสังคมผ่านสื่อออนไลน์ ในประเด็นคำถามเกี่ยวกับสถานที่สำหรับสร้างสนามบินกาฬสินธุ์ ว่าพื้นที่ใดมีความเหมาะสมมากที่สุด?หากถาม ผมอนุชา สิงหะดี คนรุ่นใหม่ จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะผู้ที่แรกเริ่มจุดประเด็นเรื่อง การสร้างสนามบินกาฬสินธุ์ และ ผลักดันโครงการรถไฟรางคู่ สู่จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อหลายปีก่อนและวันนี้ (13 มิถุนายน 2564) ผมขออนุญาตขอให้ความเห็น(ย้ำ)ถึง #จุดเด่นของพื้นที่สวนป่าสมเด็จว่ามีความเหมาะสมมากที่สุดในการที่จะใช้เป็นพื้นที่สร้างสนามบินกาฬสินธุ์ ด้วยเหตุและผล ดังนี้.
พื้นที่สวนป่าสมเด็จ ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง อ.เมืองกาฬสินธุ์ กับ อ.สมเด็จ เมื่อดูจากแผนที่ ถือว่าอยู่ในพิกัดค่อนข้างจะกึ่งกลางของจังหวัดกาฬสินธุ์ (ทั้ง 18 อำเภอ)มีถนนเชื่อมระหว่างอำเภอต่างๆเข้ามายังพื้นที่ดังกล่าวได้หลายเส้นทาง ทั้งทิศตะวันออก-ตก-เหนือ-และใต้ ทำให้การเดินทาง มายังพื้นที่ดังกล่าวมีความสะดวกในทุกทิศทางซึ่งพื้นที่สวนป่าสมเด็จดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ขอนแก่น มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 4,000ไร่ (ตัวเลขโดยประมาณ) ปัจจุบันเป็นป่าเสื่อมโทรม (99% ของพื้นที่ไม่มีสภาพเป็นป่าไม้แล้ว และให้ชาวบ้านเช่าทำการเกษตรมีสภาพเป็นพื้นที่สูง กล่าวคือ #ไม่เป็นพื้นที่ลุ่มรับน้ำ เหมาะสำหรับการแบ่งพื้นที่จำนวน 2,000ไร่ จาก 4,000ไร่ ไปเพื่อการพัฒนาเป็นพื้นที่สำหรับสร้างท่าอากาศยานกาฬสินธุ์(ในอนาคต) โดยหาพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มอีกเพียง 500ไร่ เพื่อให้ครบ 2,500ไร่ ตามที่กำหนดเงื่อนไขของการใช้พื้นที่สร้างสนามบิน
อีกทั้งพื้นที่สวนป่าดังกล่าว มีระยะทางห่างจากสนามบินอื่นๆในจังหวัดรอบข้าง โดยตามข้อกำหนดต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 100 กม. ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินต่างๆ ดังนี้….
– ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด ห่างไป 105 กม.
– ท่าอากาศยานสกลนคร ห่างไป 110 กม.
– ท่าอากาศยานขอนแก่น ห่างไป 120 กม.
– ท่าอากาศยานอุดรธานี ห่างไป 160 กม.
– ท่าอากาศยานมุกดาหาร (อยู่ในระหว่างรับฟังความคิดเห็นประชาชน) ห่างไป 132 กิโลเมตร
และที่สำคัญ (ในอนาคต) พื้นที่ดังกล่าวซึ่งใกล้กับพื้นที่ตัวเมืองสมเด็จ จะมีถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายสำคัญ ตัดผ่านเข้ามาในพื้นที่อีกหนึ่งเส้นทาง นั้นก็คือ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M3 (สุรินทร์-บึงกาฬ)
“สุรินทร์-> ร้อยเอ็ด-> กาฬสินธุ์-> สกลนคร-> บึงกาฬ”
รวมระยะทาง 465 กิโลเมตร
ซึ่งถนน M3 เป็นการตัดถนนเชื่อมระหว่าง 3 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วย… ลาว ไทย และ กัมพูชา
ซึ่งจะตัดผ่านจังหวัดกาฬสินธุ์ ในเขตพื้นที่อำเภอ ดอนจาน นามน สมเด็จ และ คำม่วง โดยเป็นถนนมาตรฐานชั้นทางเดียวกับ “ถนนสายระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตก (EWEC)” ที่พึ่งสร้างแล้วเสร็จใหม่ๆ (กาฬสินธุ์-นาไคร้)
ซึ่งแน่นอนครับว่า โครงการศึกษาและสร้างสนามบินกาฬสินธุ์ คงไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จได้ภายใน 3-5ปี ข้างหน้านี้อย่างแน่นอน เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย รวมถึงมิติทางการเมือง
คาดว่าน่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 10-20ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่สิ่งที่เราทุกคนได้ช่วยกันคิดและเริ่มทำในวันนี้ #ก็เพื่อวางรากฐานของการพัฒนาไว้ให้กับลูกหลานคนรุ่นหลัง
ซึ่งจะไปสู่จุดสำเร็จนั้นได้ ต้องร่วมคิด ร่วมวางแผนเตรียมการ และร่วมลงมือทำเสียตั้งแต่วันนี้ไป
และวันนี้ก็ถือว่า เรา(ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์) ได้เริ่มนับหนึ่งการพัฒนาในส่วนนี้แล้ว ส่วนจะสำเร็จเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องของอนาคตและที่สำคัญ ต้องขอขอบพระคุณไปยังรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชารัฐ และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน รวมถึง ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม #ที่ให้โอกาสกับประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์จำนวนเกือบหนึ่งล้านคน ได้มีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ระดับหลายพันล้านบาทเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในอดีตทุกรัฐบาลที่ผ่านมา
และสิ่งที่จะต้อง(เริ่ม)วางรากฐานการพัฒนา ให้ควบคู่กันไปก็คือ “การเตรียมการพัฒนาเมืองสมเด็จ” ซึ่งจะเป็นเมืองใหญ่ทันสมัยคู่กับท่าอากาศยานกาฬสินธุ์(ในอนาคต) คือ…
–การศึกษาออกแบบผังเมืองสมเด็จใหม่ เพื่อประโยชน์ในการใช้ที่ดินประเภทต่างๆ
–การศึกษาออกแบบตัดถนนบายพาสเมืองสมเด็จ (ถนนวงแหวนรอบเมือง) เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต และให้สอดรับกับถนนใหม่ (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M3) ที่จะตัดผ่านอำเภอสมเด็จ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้
–การเตรียมพื้นที่สำหรับสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร และระบบขนส่งสาธารณะเพื่อให้บริการแก่พี่น้องประชาชนในอนาคต
–การเตรียมการด้านระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน “น้ำ ไฟฟ้า ถนนสายรองในเมืองเชื่อมพื้นที่ต่าง ฯลฯ” เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนเมือง เป็นต้น
– เตรียมวางแผนพัฒนาโครงข่ายด้านระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมระหว่าง “เมืองสมเด็จ-ม.กาฬสินธุ์-สนามบิน-เมืองกาฬสินธุ์”
กล่าวโดยสรุป… “พื้นที่สวนป่าสมเด็จดังกล่าว เป็นพื้นที่ ค่อนข้างกึ่งกลางของจังหวัด การเดินทางมีความสะดวกสบายในทุกทิศทาง และในอนาคตเมื่อถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M3 สร้างเสร็จ พื้นที่สนามบินกับตัวเมืองสมเด็จ จะเป็นเมืองท่าเศรษฐกิจแห่งใหม่เชื่อม 3 ประเทศ (สปป.ลาว ไทย และกัมพูชา) จึงมีความเหมาะสมสำหรับเป็นพื้นที่เตรียมสร้างท่าอากาศยานกาฬสินธุ์ (ในอนาคต) ซึ่งจะทำให้อีก 17อำเภอที่เหลือของจังหวัด ได้รับการพัฒนาร่วมกันในทุกๆมิติตามมา
“พื้นที่สวนป่าสมเด็จแห่งนี้จึงมีความเหมาะสมในทุกมิติที่จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับก่อสร้างท่าอากาศยานกาฬสินธุ์ (ในอนาคต)”
#หมายเหตุขนาดของท่าอากาศยานกาฬสินธุ์ ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ (ควรเป็นท่าอากาศยานขนาดเล็ก) แต่ต้องมีความพิเศษ (จะต้องแตกต่างจากทุกสนามบินในประเทศ) ส่วนจะพิเศษ และแตกต่างอย่างไรนั้น? ไว้โพสน์ถัดไป ผมจะมาให้ความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวครับ
ที่มา>> เพจ เฟสบุ๊ค อนุชา สิงหะดี Anucha singhadee
