
Key Points:
-
ที่มาของคำ: “สงกรานต์” เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่าการก้าวขึ้นหรือย่างขึ้น ซึ่งหมายถึงการเคลื่อนย้ายของดวงอาทิตย์ในทางดาราศาสตร์
-
รากฐานดาราศาสตร์: วันมหาสงกรานต์คือช่วงที่พระอาทิตย์ย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งคติโบราณถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่
-
ตำนานคู่สังคม: ตำนานสงกรานต์ผูกพันกับเรื่องราวของท้าวกบิลพรหมและนางสงกรานต์ทั้ง 7 องค์
-
การปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย: แม้รัฐบาลจะเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม ในปี พ.ศ. 2484 แต่เทศกาลสงกรานต์ยังคงเป็นวันปีใหม่ไทยที่ผูกพันกับวิถีชีวิตประชาชน
“สงกรานต์” ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าสู่คติความเชื่อ
เทศกาลสงกรานต์ที่คนไทยคุ้นเคยนั้น มีรากฐานลึกลงไปถึงหลักดาราศาสตร์โบราณ คำว่า “สงกรานต์” มีที่มาจากภาษาสันสกฤตว่า “สํ-กรานต” แปลว่าการก้าวขึ้น หรือการเคลื่อนย้าย ซึ่งมีความหมายโยงถึงการเคลื่อนย้ายของดวงอาทิตย์จากราศีหนึ่งเข้าสู่อีกราศีหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ถือเป็นวาระสำคัญที่สุดคือช่วงกลางเดือนเมษายน เนื่องจากเป็นจังหวะที่พระอาทิตย์เคลื่อนออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า “มหาสงกรานต์” ซึ่งในคติโบราณที่สืบทอดกันมาถือเอาช่วงเวลานี้เป็นวันเริ่มต้นศักราชใหม่หรือวันขึ้นปีใหม่
ตำนานท้าวกบิลพรหมและกุศโลบายนางสงกรานต์
นอกจากหลักดาราศาสตร์แล้ว สงกรานต์ยังผูกพันกับตำนานพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยมีเรื่องราวสำคัญคือตำนานของท้าวกบิลพรหมและบุตรีทั้ง 7 องค์ หรือ “นางสงกรานต์” ตำนานนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นคติในการกำหนดนางสงกรานต์ประจำปี โดยหากวันมหาสงกรานต์ตรงกับวันใดในสัปดาห์ นางสงกรานต์ประจำวันนั้นก็จะเป็นตัวแทนประจำปี
การกำหนดสัญลักษณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ตัวอย่างเช่นในปี พ.ศ. 2564 นางสงกรานต์คือ “นางรากษสเทวี” ซึ่งมีพาหนะเป็นหมู โดยหมูในคติความเชื่อโบราณหรือแม้แต่ในวัฒนธรรมจีน ถือเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ และความร่ำรวย
วิวัฒนาการ “วันปีใหม่ไทย” ในหน้าประวัติศาสตร์
หากย้อนดูประวัติศาสตร์การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ของไทย ในอดีตจะนับตามหลักจันทรคติ ซึ่งตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 แต่ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนให้ใช้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่แทน
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2484 เมื่อรัฐบาลได้ประกาศให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินสากลเป็น “วันที่ 1 มกราคม” อย่างไรก็ตาม แม้วันปีใหม่ในทางสากลจะเปลี่ยนไป แต่ “ประเพณีสงกรานต์” ในช่วงกลางเดือนเมษายน ยังคงหยั่งรากลึกอยู่ในค่านิยมและวัฒนธรรมไทย
ประชาชนยังคงนิยมทำกิจกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคล เช่น การทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และสรงน้ำพระ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทศกาลสงกรานต์ยังคงสถานะเป็น “วันขึ้นปีใหม่ไทย” ที่รวมจิตใจของคนในชาติไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
“ประกาศสงกรานต์”
ถือเป็นประกาศของทางราชการอย่างหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อสิ้นสุดปีหนึ่ง ๆ จะเปลี่ยนปีนักษัตรเริ่มศักราชใหม่ ทางราชการจะประกาศสงกรานต์ให้ราษฎรได้ทราบ เกี่ยวกับวัน เดือน ข้างขึ้น ข้างแรมในปีต่อไป
ประกาศสงกรานต์มีสารประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของราษฎรหลายเรื่อง เช่น ทำให้ทราบวัน เวลา ขึ้นศักราชใหม่ กำหนดการพระราชพิธีต่าง ๆ การเกิดจันทรุปราคา สุริยุปราคาในบางปี รวมถึงเกณฑ์น้ำฝนที่จะทำนา และวันเริ่มต้นทำนาปลูกข้าว เป็นต้น

ประกาศสงกรานต์ ปีรัตนโกสินทร ศก ๑๒๐
![]() |
![]() |



แหล่งอ้างอิง


