ไทยขึ้นอันดับ 1 เอเชีย เหยื่อคอลเซ็นเตอร์ 79 ล้านครั้ง วิกฤตภัยไซเบอร์ที่ยังแก้ไม่ตก

Key Points

  • ปี 2566 คนไทยถูกโทรและ SMS หลอกลวงเกือบ 79 ล้านครั้ง สูงสุดในเอเชีย
  • ความเสียหายจากคดีออนไลน์บางเดือนสูงกว่า 2.4 พันล้านบาท
  • ผู้เชี่ยวชาญชี้ “ข้อมูลรั่ว” คือสาเหตุหลัก พร้อมเสนอเข้มกฎหมายและจัดการบัญชีม้า

ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพออนไลน์ยังคงเป็นหนึ่งในวิกฤตสำคัญของไทย หลังมีการเปิดเผยข้อมูลว่า ในปี 2566 คนไทยถูกโทรศัพท์และข้อความ SMS หลอกลวงรวมเกือบ 79 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นประมาณ 18% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีผู้ตกเป็นเป้าหมายของคอลเซ็นเตอร์มากที่สุดในเอเชีย

รายงานดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากแพลตฟอร์มตรวจสอบสายโทรศัพท์และข้อความไม่พึงประสงค์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากอาชญากรรมไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบโทรศัพท์หลอกลวง ลิงก์ปลอม SMS ฟิชชิง และการแอบอ้างหน่วยงานรัฐ

นอกจากจำนวนครั้งที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ความเสียหายทางเศรษฐกิจก็อยู่ในระดับน่ากังวล โดยข้อมูลจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ระบุว่า เพียงช่วงวันที่ 1–29 กุมภาพันธ์ 2567 มีมูลค่าความเสียหายจากคดีออนไลน์รวมกว่า 2.4 พันล้านบาท และหากรวมตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ความเสียหายสะสมอาจสูงถึงประมาณ 5 หมื่นล้านบาท

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์รุนแรงขึ้น คือ “การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล” เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลประชาชนกระจายอยู่ในระบบของทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนจำนวนมาก ทำให้มิจฉาชีพสามารถนำข้อมูลมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงได้ง่ายขึ้น

อีกหนึ่งปัญหาคือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมากมีฐานปฏิบัติการอยู่นอกประเทศ แต่ยังสามารถใช้สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตจากชายแดนไทยในการก่อเหตุ ส่งผลให้การปราบปรามจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงมาตรการควบคุมสัญญาณสื่อสารบริเวณชายแดนอย่างจริงจัง

ในด้านแนวทางแก้ไข มีข้อเสนอให้เพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA รวมถึงพัฒนาระบบตรวจสอบบัญชีม้าแบบรวมศูนย์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดสามารถเปิดบัญชีธนาคารใหม่ได้ซ้ำอีก

แม้ปัจจุบันหลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจไซเบอร์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และศูนย์ AOC 1441 จะเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชน แต่ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า ไทยจำเป็นต้องมี “หน่วยงานหลัก” ที่รับผิดชอบปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างชัดเจน ทั้งในด้านกฎหมาย อำนาจการตรวจสอบ และตัวชี้วัดประสิทธิภาพ

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ภัยคอลเซ็นเตอร์ไม่ใช่เพียงปัญหาด้านเทคโนโลยี แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างข้อมูล ความปลอดภัยไซเบอร์ และพฤติกรรมของผู้ใช้งานในยุคดิจิทัล ซึ่งยังต้องอาศัยทั้งมาตรการเชิงระบบและการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนควบคู่กันไป

 

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น