
Key Points:
ยกระดับอาหารท้องถิ่น: เทศบาลเมืองเมืองพล ชู “หม่ำอีสาน” เป็นอัตลักษณ์ประจำถิ่น พร้อมรับการประเมินสู่การเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบด้าน Soft Power
เอกลักษณ์ที่ลอกเลียนไม่ได้: ชูจุดขายรสชาติเข้มข้น เนื้อแน่น ปลอดสารกันบูด พร้อมต่อยอดเป็นเมนูฟิวชันยุคใหม่ (ซูชิหม่ำ, พิซซ่าหม่ำ) และสินค้าที่ระลึก
กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน: อุตสาหกรรมหม่ำเปลี่ยน “เมืองผ่าน” ให้เป็น “เมืองเศรษฐกิจ” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้คนในพื้นที่สูงถึงปีละ 60 ล้านบาท
“เมืองพล” จังหวัดขอนแก่น เดินหน้าผลักดันภูมิปัญญาอาหารอีสานพื้นบ้านอย่าง “หม่ำ” ให้กลายเป็น Soft Power ระดับประเทศ ชูจุดเด่นรสชาติเป็นเอกลักษณ์ สะอาด ปลอดภัย พร้อมต่อยอดเป็นเมนูฟิวชัน สร้างเม็ดเงินสะพัดเข้าชุมชนกว่า 60 ล้านบาทต่อปี
ผู้อ่านหลายท่านที่เคยมีโอกาสเดินทางผ่านถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่ภาคอีสานตอนบน คงคุ้นเคยกับภาพร้านขายของฝากที่เรียงรายอยู่สองข้างทางในเขตอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น สินค้าขึ้นชื่อที่พลาดไม่ได้เลยคือ “หม่ำ” และ “ไส้กรอกอีสาน” แต่วันนี้ อาหารพื้นบ้านเหล่านี้กำลังจะถูกยกระดับให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุด คณะกรรมการตรวจประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น (Soft Power) ได้ลงพื้นที่ ณ เทศบาลเมืองเมืองพล เพื่อพิจารณาการนำเสนอของอำเภอพลในกลุ่ม “อาหารที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น” ซึ่งทางเทศบาลได้นำผลิตภัณฑ์หม่ำที่ผ่านการพัฒนาและต่อยอดมาจัดแสดง เพื่อตอกย้ำความพร้อมในการเป็นต้นแบบระดับประเทศ
ไขความลับ “หม่ำเมืองพล” ทำไมถึงอร่อยไม่เหมือนใคร?
นายกิตติโชติ เตรียมเวชวุฒิไกร นายกเทศมนตรีเมืองเมืองพล เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีร้านหม่ำและไส้กรอกอีสานที่ขึ้นทะเบียนและผ่านการตรวจประเมินคุณภาพด้านสุขอนามัยถึง 34 ร้านค้า สิ่งที่ทำให้หม่ำเมืองพลโดดเด่นกว่าที่อื่นคือ เนื้อสัมผัสที่แน่น แห้งเร็ว และรสชาติเข้มข้น
เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่สูตรที่สืบทอดกันมา ตั้งแต่การใช้เนื้อและเครื่องในคุณภาพ ผสมผสานกับเกลือ กระเทียมไทยเม็ดเล็ก และไฮไลต์อย่าง “ข้าวคั่ว” ที่ต้องใช้ข้าวเหนียวคั่วพร้อมใบมะกรูดเพื่อให้ได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว นำไปคลุกเคล้ากับเครื่องเทศในชุมชน โดยรับประกันว่าไม่มีการใช้สารกันบูดหรือผงชูรสเจือปน 100% ทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสรสชาติความอร่อยที่ปลอดภัย
ปรับตัวสู่ยุคใหม่ ด้วยเมนูฟิวชันและงานสร้างสรรค์
เพื่อให้อาหารพื้นบ้านเข้าถึงผู้คนได้หลากหลายกลุ่ม ทางเทศบาลได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและเยาวชนในพื้นที่ นำหม่ำมาดัดแปลงเป็นเมนูฟิวชัน เช่น ซูชิหม่ำ, พิซซ่าหม่ำ, ขนมเทียนหม่ำ, และสลัดหม่ำ นอกจากนี้ยังมีการสร้างแบรนดิ้งผ่านการ์ตูนแอนิเมชัน และผลิตของที่ระลึกอย่าง “น้องหม่ำ” ในรูปแบบพวงกุญแจและกระเป๋าผ้า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคนรุ่นใหม่
เปลี่ยนเมืองผ่าน เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
การผลักดันหม่ำเมืองพล ไม่เพียงแต่อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ปัจจุบันธุรกิจหม่ำและไส้กรอกอีสานสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนเฉลี่ยสูงถึงวันละ 70,000-80,000 บาท และในช่วงเทศกาลสามารถทำยอดขายได้กว่า 100,000 บาทต่อวัน รวมแล้วสร้างรายได้เข้าสู่อำเภอพลไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทต่อปี
การอ่านบทความนี้ ผู้อ่านจะได้เห็นถึงศักยภาพของภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ที่หากได้รับการใส่ใจ ต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ และปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็น Soft Power ที่แข็งแกร่ง สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน ครั้งหน้าหากคุณได้ผ่านไปจังหวัดขอนแก่น อย่าลืมแวะชิมและพิสูจน์ความอร่อยของ “หม่ำเมืองพล” ด้วยตัวเอง
