ปิดห้องเจรจา แต่ยังไร้ทางออก นศ. เดินหน้าแจ้งความ ข้อหา หลอกหลวง

          ความคืบหน้ากรณีนักศึกษาราชภัฎเลย ศูนย์ขอนแก่น เรียนจบครู 5 ปี แต่ไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพ เนื่องจากหลักสูตรไม่ผ่านการประเมิน ล่าสุด 23 มิ.ย. ทางมหาวิทยาลัยได้นัดเจรจา โดยห้ามสื่อมวลชนเข้าทำข่าว แต่ผลเจรจายังไร้ทางออก นักศึกษาเดินหน้าเข้าแจ้งความข้อหา “หลอกหลวง”

           เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่อาคารเรียนรวมมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย ศูนย์ขอนแก่น ได้มีนักศึกษา สาขาวิชาภาษาอังกฤษ,สาขาวิชาภาษาไทยและสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา 23 คน เดินทางเข้าพบผู้ช่วยศาสตราจารย์.ดร.เชาว์ อินใย  อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย ที่ห้องประชุมภายในอาคารดังกล่าว เพื่อขอคำชี้แจงกรณีที่เกิดปัญหาที่ไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครู เสียสิทธิ์ในการได้รับการบรรจุรวมไปถึงการทำงานในสาขาวิชาชีพที่เรียนมา แต่รับแจ้งจากอาจารย์ประจำศูนย์ว่าอธิการบดีไม่อยู่ไปราชการต่างประเทศ คงอยู่เพียงรองอธิการบดี และนิติกร กลุ่มนักศึกษาได้พยายามสอบถามปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีผู้ใดสามารถให้คำตอบได้ บอกเพียงว่า รออธิการบดีมาเท่านั้น จากนั้นกลุ่มนักศึกษาทั้งหมดจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สุทัศน์ ไพบูลย์ รองผกก.(สอบสวน) สภ.ย่อยเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น

          โดย ส.อ.ศุภณัฐ จันทร์ทา อายุ 24 ปี เป็นตัวแทนนักศึกษา เข้าแจ้งความ พร้อมให้ปากคำว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จังหวัดขอนแก่น ได้เปิดรับนักศึกษาเข้ามาศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ รวมถึงสาขาวิชาชีพครู สาขาภาษาไทย สาขาภาษาอังกฤษ สาขาคอมพิวเตอร์มีนักศึกษาหลายรุ่นในสาขาวิชาชีพครูที่จบไปและได้รับใบประกอบวิชาชีพครู แต่รุ่น 55 และ 56 มีปัญหาเรื่องหลักสูตร การเรียนการสอนที่ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  (สกอ.) ตรวจสอบแล้วไม่ผ่านการประเมินของหลักสูตร ทำให้นักศึกษารุ่น 55 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของรุ่น 56 ได้มีการฟ้องร้องและเรียกค่าชดเชยในเรื่องที่ไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพตรงตามระยะเวลาที่เหมาะสม มหาวิทยาลัยจึงให้นักศึกษารุ่น 55 ฝึกสอนในสถานศึกษาอีก 1 ปี เพื่อเก็บเวลาและเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพครูในปี 61 ตามระเบียบของทางคุรุสภา ปัญหาของนักศึกษารุ่น 55 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของนักศึกษารุ่นปี 56 ทำให้นักศึกษารุ่น 56 ซึ่งเป็นรุ่นน้องมีผลกระทบเช่นเดียวกับรุ่นพี่ แต่เมื่อมหาวิทยาลัยรับทราบปัญหาของรุ่น 55 มหาวิทยาลัยได้ลงมาแก้ไขให้ด้วยการขอใบประกอบวิชาชีพครูให้ แต่รุ่น 56 ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ดำเนินการใดๆ โดยอ้างว่าไม่มีงบประมาณในการที่จะดำเนินการใดๆให้

          ส.อ.ศุภณัฐ ให้การอีกว่า รุ่นที่ตนกับเพื่อนๆทั้ง 85 คนเรียนคือรุ่น 56 มีปัญหาใน 3 สาขา คือสาขาวิชาภาษาอังกฤษ,สาขาวิชาภาษาไทยและสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา ที่ไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครูทั้ง 85 คน และในจำนวนนี้มี 7 คนที่สอบบรรจุครูคืนถิ่นได้ แต่เข้ารับราชการไม่ได้ เพราะไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ทำให้เสียโอกาส กลุ่มนักศึกษาที่ประสบปัญหาได้พากันรวมตัวติดตามการแก้ไขปัญหาของทางมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะได้รับใบประกอบวิชาชีพครูหรือไม่ เมื่อไม่มีคำตอบจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเห็นว่าการกระทำของมหาวิทยาลัย ทำให้ได้รับความเสียหาย คือ 1. เสียสิทธิ์ในการสมัครสอบ เนื่องจากไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครู 2.นักศึกษาที่สอบคัดเลือกครูคืนถิ่นได้ แต่ไม่ได้รับการบรรจุ เพราะไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู 3.เสียค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนตลอดหลักสูตร

         พ.ต.ท.สุทัศน์ ไพบูลย์ รองผกก.(สอบสวน) สภ.ย่อยเมืองเก่า ทราบรายละเอียดได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ พร้อมทั้งจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการต่อไป โดยทางพนักงานสอบสวน ได้ให้นักศึกษารวม 23 คน ลงชื่อในการร่วมกันเข้าแจ้งความครั้งนี้ โดยทุกคนต่างยืนยันตรงกันว่า ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งใบประกอบวิชาชีพครูและให้ทางมหาวิทยาลัยเยียวยาค่าใช้จ่ายในการเรียน 5 ปี ให้กับทั้ง 85 คนด้วย พนักงานสอบสวนจึงให้นักศึกษาทุกคน รวบรวมหลักฐานการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเลยศูนย์ขอนแก่น รวมทั้งใบเสร็จการจ่ายค่าเทอม และเอกสารสำคัญอื่นๆที่เกี่ยวข้องการการเรียนทั้ง 5 ปีที่ผ่านมาให้พนักงานสอบสวนในเร็วๆนี้

          ขณะที่นายชรินทร์ จันทร์ทา อายุ45ปี บิดาของ ส.อ.ศุภณัฐ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทำเช่นนี้เหมือนการหลอกลวง รู้ทั้งรู้ว่าหลักสูตรที่ศูนย์ขอนแก่นไม่ผ่าน ยังรับนักศึกษาเข้ามาศึกษา เก็บค่าเทอม ลูกชายเรียนครูมา 5 ปี ค่าใช้จ่ายร่วม 7 แสนบาท จบออกมายังไม่ได้รับใบรับรองประกอบวิชาชีพครู เท่ากับว่าเสียเงินฟรี อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับนักศึกษาที่กำลังประสบปัญหาทั้ง 85 คนด้วย และอยากทราบว่า นอกจากนี้ลูกหลานใครที่เรียนมาครูมาด้วยการกู้ กยศ. เขาจบมาไม่มีงานทำ เขาจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้คืนกองทุน และใครจะเยียวยาลูกหลานของพวกเราเหล่านี้

         ทางด้าน น.ส.ขนิษฐา จันทร์เทา อายุ 23 ปี จบเอกคอมพิวเตอร์ศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น รุ่น 56 กล่าวว่า เลือกเรียนที่ศูนย์ขอนแก่นเพราะใกล้บ้าน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ไม่มาก คิดว่าเรียนเสร็จก็กลับบ้านเป็นการช่วยครอบครัวประหยัด เพราะ พ่อ แม่ต้องรับจ้าง หาเงินส่งเรียน เสียค่าเทอมๆละ 9,000 บาท ปีละ 18,000 บาท รวม 5 ปี ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่เมื่อจบออกมาแล้ว ไม่ได้เป็นครูอย่างที่ตั้งใจ เพราะไม่ได้ใบรับรองประกอบวิชาชีพครู ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้ความช่วยเหลือตนและเพื่อนๆด้วย

Facebook Comments