เปิดตัวละครเลือกตั้งขอนแก่น  4ก๊กเพื่อไทยแย่งพื้นที่ชุลมุน

คำยืนยันล่าสุดจากปากของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งตามโร้ดแม็พที่วางไว้ คือ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

แม้จะไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้สังคมเพราะได้มีการเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้งแต่การออกมาเคลื่อนไหวกดดันของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ก็เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องพิจารณาประกอบกับกระแสสังคมที่ไม่ค่อยพอใจกับผลการบริหารงานของรัฐบาล

หลายฝ่ายจึงเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ คงไม่กล้าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกแล้ว เพราะจะเป็นการเสี่ยงเกินไปที่จะต้องเผชิญกับกระแสสังคมทั้งภายในและภายนอกประเทศ ที่คาดว่าจะถาโถมเข้าใส่อย่างรุนแรงและหนักหน่วง โดย “อำนาจรัฐ” ไม่น่าจะเอาอยู่

เว้นแต่จะมีเงื่อนไขที่สำคัญมากเพียงพอที่อธิบายให้สังคมรับได้ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ยังไม่เห็นว่าจะมีเงื่อนไขอะไรที่จะสามารถยกมาเป็นเหตุผลหรือข้ออ้างในการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกได้เลย

แม้สถานการณ์ปัจจุบันคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ “คสช.” จะยังไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองจัดทำกิจกรรมยกเว้นพรรคอนาคตใหม่ที่เพิ่งจะได้จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นมาใหม่แต่โดยข้อเท็จจริงทุกพรรคการเมืองต่างได้มีการเคลื่อนไหวในทางลับเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นดังกล่าวแล้ว

จังหวัดขอนแก่นถือว่าเป็นพื้นที่ “สีแดง” และเป็นเป้าหมายในการดำเนินงานทางการเมืองอย่างเข้มข้นของรัฐบาล “คสช.”หลังการยึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เนื่องเพราะที่นี่ถือเป็นฐานที่มั่นของมวลชนคนเสื้อแดงทุกระดับ ทั้งที่เป็นสาย “ฮาร์ดคอร์” ที่ทำงานแบบใต้ดิน และแกนนำตัวเปิดที่ทำงานในระดับชาติ   

นอกจากนั้นขอนแก่นยังเป็นฐานที่มั่นสำคัญของ อดีตส.ส.เพื่อไทย ที่มีบทบาทในระดับนำ หลายคนเป็นอดีตรัฐมนตรี อาทิ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายพงศกร อรรณนพพร นายภูมิ สาระผล  นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ฉายา “ขุนค้อน” อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนพรรคอื่นๆที่มีความเคลื่อนไหว และตัวละครเปิดให้เห็นได้แก่  ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ อนาคตใหม่ และสามัญชน แต่ผลการสำรวจจากสำนักงานต่างๆยืนยันตรงกันว่า พรรคเพื่อไทยยังคงได้รับความนิยมจากประชาชนทั้งในภาพรวมระดับภูมิภาคและในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเช่นเดิม

อย่างไรก็ตามด้วยเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ 60 ได้กำหนดวิธีการคำนวณการที่ได้มาซึ่งส.ส.ในระบบเขตทั้งหมด 350 คนและระบบบัญชีรายชื่อจำนวน 150 คน โดยได้ผูกโยงกันระหว่างส.ส.ระบบเขต กับส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เข้าด้วยกัน ที่เรียกว่า “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม”

การนำจำนวน “ส.ส.ที่พึงมี” (คำนวณโดยเอาคะแนนเลือกตั้งส.ส.ทั้งหมดทั่วประเทศหารด้วย 500 คือ จำนวนส.ส.ในสภาฯทั้งระบบเขต 350 คน และระบบบัญชีรายชื่อ 150 คน) หักด้วยจจำนวน ส.ส.ระบบเขตที่ได้รับเลือกตั้งมา เพื่อให้ได้จำนวนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อพรรคการเมืองใหญ่ เพราะหากมีจำนวนส.ส.เขตได้จำนวนมาก สัดส่วนของจำนวน ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อก็จะลดลงไปด้วย เพื่อกระจาย ส.ส.ให้พรรคการเมืองขนาดเล็ก

กรณีดังกล่าวจึงทำให้ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคใหญ่ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่มีความนิยมสูงในภาคอีสาน และภาคเหนือ ที่เคยมีรายชื่ออยู่ ไม่อยู่ในลำดับต้นนัก ต่างต้องการลงสมัครในระบบเขตเลือกตั้งเพราะโอกาสจะได้เป็น ส.ส.มากกว่าส่งผลให้เกิดปัญหาการแย่งชิงพื้นที่ลงสมัครในทุกจังหวัดทั่วประเทศรวมทั้งที่จังหวัดขอนแก่น

รายชื่อผู้สมัครส.ส.ระบบเขตของพรรคเพื่อไทย จ.ขอนแก่น น่าจะยังคงเป็นส.ส.เก่าในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2554 จำนวน 10 คน ส่วนใหญ่เป็นตัวยืนมีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางเขตดังนี้

เขต 1 ไม่เปลี่ยนแปลง คือ นายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร (อำเภอเมือง เฉพาะเทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลบ้านเป็ด เทศบาลตำบลแดงใหญ่)

เขต 2 (อ.เมืองขอนแก่น เฉพาะเทศบาลต.บ้านทุ่ม เทศบาลต.ท่าพระ เทศบาลต.พระลับ เทศบาลต.หนองตูม ต.บึงเนียม ต.ดอนช้าง ต.ดอนหัน ต.ศิลา ต.ท่าพระ และอ.ซำสูง) นายภูมิ สาระผล อดีตส.ส.ได้ถูกคำพิพากษาจำคุกคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เจ้าตัวต้องการให้ ภรรยาของตนเองลงสมัครแทน

แต่ก็มีกระแสข่าวว่าชื่อชั้นอาจจะยังไม่แกร่งพอ จึงมีชื่อ “อดิศร เพียงเกษ” แกนนำคนเสื้อแดง และ “ธนิก มาสีพิทักษ์” แกนนำคนเสื้อแดงซึ่งมีฐานมวลชนในพื้นที่เดิมแทรกเข้ามา

เขตนี้น่าจะแข่งขันสูงเพราะเป็นไปได้ว่า ภูมิใจไทยจะส่ง “วัฒนา ช่างเหลา” รองนายก อบจ.ขอนแก่น คนหนุ่มมีความรู้และเคยบริหารงาน อบจ. และยังเป็นประธานสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ด บุตรชายของ “เอกราช ช่างเหลา” ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลงชิงชัย

เขต 3 นายจตุพร เจริญเชื้อ ไม่เปลี่ยนแปลง (ประกอบอ.น้ำพอง อ.กระนวน) เขต 4 นางมุกดา พงษ์สมบัติ ไม่เปลี่ยนแปลง (อำเภอเมืองขอนแก่นเฉพาะเทศบาลตำบลบ้านค้อ เทศบาลตำบลสำราญ เทศบาลตำบลโนนท่อน และเทศตำบลสาวะถี อำเภอเขาสวนกวาง อ.อุบลรัตน์ และอ.บ้านฝาง)

เขต 5 (อ.ภูเวียง อ.เวียงเก่า อ.สีชมพู ยกเว้น ต.นาจาน ต.ซำยาง ต.ภูห่าน และต.หนองแดง ) นายสุชาย ศรีสุรพล อดีตส.ส.เจ้าของพื้นที่มีข่าวว่ามีปัญหาด้านสุขภาพค่อนข้างหนัก อาจจะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยตนเองได้แต่จะส่งน้องชาย “ภาควัต ศรีสุรพล” ส.อบจ.เขตอ.ภูเวียง ลงชิงตำแหน่งแทน

เขต 6 (อ.ชุมแพ อ.ภูผาม่าน และอ.สีมชมพู เฉพาะ ต.นาจาน ต.ซำยาง ต.ภูห่าน และต.หนองแ) นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ มีกระแสข่าวว่าจะวางมือทางการเมือง โดยจะสนับสนุนให้ “พลอยไพลิน เกียรติสุรนนท์” บุตรสาวของตนเองลงสมัครแทน

เขต 7 (อ.หนองเรือ อ.มัญจาคีรี) นายนวัธ เตาะเจริญสุข ถูกดำเนินคดีในข้อหาจ้างวานฆ่า อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น โดยนายนวัธ ต้องการให้น้องชาย “สุรพจน์ เตาะเจริญสุข” ซึ่งเป็นส.อบ.จ.ในพื้นที่ลงสมัครแทน โดยคู่ปรับคนสำคัญของนายนวัช ได้แก่ “สมศักดิ์ คุณเงิน” อดีตส.ส.หลายสมัย ปัจจุบันเป็นประธานสภาเกษตรกรจังหวัดขอนแก่นจะหวนคืนสู่เวทีหรือไม่และจะไปสังกัดพรรคการเมืองใด

เขต 8 นางดวงแข อรรณนพพร ไม่เปลี่ยนแปลง (ประกอบด้วยอ.พล อ.แวงน้อย อ.แวงใหญ่ และอ.โคกโพธิ์ไชย) เขต 9 ว่าที่ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช (ประกอบด้วย อ.หนองสองห้อง อ.โนนศิลา อำเภอชนบท และอ.เปือยน้อย)

เขต 10 (อ.บ้านไผ่ อ.บ้านแฮด อ.พระยืน) นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย อดีตส.ส.เก่า มีปัญหาคดีความที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ก็มีข่าวว่าจะส่งบุตรสาว “ฉันทนา สุพรรณฝ่าย” แต่ก็มีบางกระแสข่าวระบุว่า นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช แกนนำคนหนึ่งของเพื่อไทยในพื้นที่ พยายามที่จะเสนอชื่อให้ “อภิชาติ สิงคลีบุตร” ส.อบจ.บ้านไผ่ ลงแข่งด้วย

น่าสนใจว่าน.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตส.ส.และอดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ที่ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อเนื่องจะกลับมาทวงคืนตำแหน่งของตนเอง และมีข่าวว่า อาจจะไปสังกัด “พลังประชารัฐ” ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน

แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นต่อในด้านความนิยม แต่การที่แกนนำในพื้นที่แบ่งเป็นก๊กและเป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อกันได้แก่ ก๊กของนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ก๊กของนายพงศ์กร อรรณนพพร ก๊กของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รวมทั้งก๊กของมวลชน “คนเสื้อแดง” ที่มีนายอดิศร เพียงเกษ และน.พ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ซึ่งมีบทบาทในระดับนำของมวลชนเสื้อแดงระดับชาติ

อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาการจัดวางตัวบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องเพราะในรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดให้จำกัดส.ส.ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อเชื่อมโยงกับจำนวนส.ส.ที่พึงมีดังที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้น

ดังนั้นส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อเดิมของเพื่อไทย หากเลือกได้เขาคงต้องการลงในระบบเขตที่มีโอกาสได้รับชัยชนะมากกว่า อาทิ นายอดิศร เพียงเกษ น.พ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ นายสุรชัย เบ้าจรรยา นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายพงศ์กร อรรณนพพร และนายธนิก มาสีพิทักษ์

ด้านพรรค “ภูมิใจไทย” ซึ่งเคยมีอดีตส.ส.ในพื้นที่ขอนแก่น บุคคลที่ถูกวางตัวให้เป็นแม่ทัพคุมศึกเลือกตั้งครั้งนี้ได้แก่ “ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ” อดีตรมช.คมนาคม และอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงเป็นหัวหน้ากลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่น กลุ่มการเมืองท้องถิ่น ซึ่งมีความเข้มแข็งและยึดกุมการเมืองในเขตเทศบาลนครขอนแก่นมาต่อเนื่องยาวนาน

นอกจากดูแลพื้นที่ขอนแก่น  “ประจักษ์” ยังได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ จ.กาฬสินธ์ โดยมุ่งหวังจะขอแบ่งเก้าอี้จากพรรคเพื่อไทยในบางเขตเลือกตั้งขอนแก่น ด้วยยุทธศาสตร์การทำงานเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลคสช. คาดว่า “ประจักษ์” จะลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อและจะส่ง “ลักษณา” ภรรยาลงสมัครในระบบเขตเลือกตั้ง เมื่อทุกอย่างมีความชัดเจน

ความน่าสนใจของภูมิใจไทยขอนแก่นที่คู่แข่งไม่อาจประมาทได้คือการที่ “ประจักษ์” สามารถจับมือกับ “เอกราช ช่างเหลา” ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น อดีตสมาชิกสภาปฏิรูป (สปร.) ซึ่งมีฐานะทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และมีฐานมวลชนหลักในกลุ่มครูสมาชิกสหกรณ์ฯ

 ชัดเจนว่า “เอกราช” จะส่งบุตรชายคือ “วัฒนา ช่างเหลา” ซึ่งปัจจุบันเป็นรองนายกอบจ.ขอนแก่น และยังเป็นประธานสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ด เคยสร้างผลงานให้คนขอนแก่นตามเชียร์เป็นจำนวนมาก โดยจะลงชิงตำแหน่งเก้าอี้ส.ส. ในเลือกตั้งคราวนี้แน่นอน รวมทั้งจะมีผู้สมัครภายใต้การสนับสนุนของ “เอกราช ช่างเหลา” ที่จะย้ายมาลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทยอีกหลายคน

สำหรับบุคคลที่คาดว่าจะลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย เขต 1 ดร.ลักษณา แกล้วกล้าหาญ ภรรยานายประจักษ์ เขต 2 นายวัฒนา ช่างเหลา รองนายกอบจ.ขอนแก่น เขต 3 นายปัญญา ศรีปัญญา อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อภูมิใจไทย แต่ก็มีชื่อปรากฏว่าไปเจรจากับพรรคพลังประชารัฐด้วย

เขต 4 ยังไม่สรุป เขต 5 ด.ต.พิชิต ศรีวิไล ส.อบจ.  เขต 6 นายสมพงษ์ ปู่เพ็ง ส.อบจ.เขตอ.ชุมแพ  เขต 7 นายประสงค์ ศรีวัฒน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลหนองเรือ  เขต 8 นายคงฤทธิ์ อัศวพัฒนากูล  ส.อบจ.เขตอ.เมืองพล เขต 9 นายจารุวัฒน์ ศิริวัจนพร อดีตส.อบจ. และเขต 10 นายเจริญ แซ่เต็ง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโต้น อ.พระยืน

นอกจากสองพรรคการเมืองใหญ่ข้างต้นที่เคยมีส.ส.ในพื้นที่ขอนแก่นแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังคงต้องกล่าวถึงเช่นกัน ในฐานะพรรคเก่าแก่ เพราะแม้จะว่างเว้นการได้ส.ส.ขอนแก่น มายาวนาน แต่เลือกตั้งทุกครั้งประชาธิปัตย์ก็จะมีกลุ่มผู้สนับสนุนเป็นฐานคะแนนเสียงที่ชัดเจนในเขตเมืองจำนวนหนึ่ง

ล่าสุดหลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฎิรูปประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ “กปปส.” ได้ร่วมกับเครือข่ายจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย และมีแนวโน้มว่า นายกมล กิจกสิวัฒน์ ประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ขอนแก่น ที่เคยร่วมเคลื่อนไหวกับกปปส.จะตามไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย

เมื่อคสช.เปิดให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองก็จะมีการเลือกตั้งประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดขอนแก่นคนใหม่ โดยหลายฝ่ายได้ให้การสนับสนุน “นายธงชัย เข็มมา” นักธุรกิจรับเหมาตอกเสาเข็ม ที่ถือว่าเป็นสมาชิก “ลูกหม้อ” ของประชาธิปัตย์ มีความใกล้ชิดกับผู้อาวุโสของประชาธิปัตย์ อย่างนายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอิสสระ  สมชัย และนายสุทัศน์ เงินหมื่น ตลอดจนคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ประสานงานและดำเนินกิจกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ขอนแก่นต่อไป

 พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกเชื่อมโยงไปยัง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลเศรษฐกิจในปัจจุบัน ก็คงต้องกล่าวถึงด้วยเช่นกัน เนื่องเพราะเป็นพรรคการเมืองที่มียุทธศาสตร์ในการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวาระต่อไป โดยมีเป้าหมายชัดเจนในทางอุดมการณ์ คือ “อยู่ตรงข้ามพรรคเพื่อไทย”

บุคคลที่รับหน้าที่ประสานงานในภาคอีสาน ได้แก่ “สุรพร ดนัยตั้งตระกูล” อดีตส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคความหวังใหม่ที่เชื่อมโยงไปหากลุ่ม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ โดยได้มีการหารือและชักชวน อดีตนักการเมืองขอนแก่นหลายคนเข้าร่วมงานและลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.กับพรรค ฯ

ชัดเจนที่ตกปากรับคำแล้ว คือ มีคนใหม่ที่น่าสนใจคือ นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ลงสมัครเขต 1 น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตส.ส.และอดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ซึ่งน่าจะลงสมัครในเขต 10 เช่นเดิม

ส่วนมี่เหลือและได้มีการหารือกันแต่ยังไม่ให้คำตอบได้แก่ นายสุนทร ลีซีทวน อดีตส.ส.ปวงชนชาวไทย อดีตผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีตส.ส.เขตอ.หนองเรือ และนายปัญญา ศรีปัญญา อดีตส.ส.ภูมิใจไทย นายณรงค์เลิศ สุรพล อดีตส.ส.พรรคกิจสังคม ที่ยังต้องรอความชัดเจน แต่ได้มีการวางตัวบุคคลเอาไว้ครบทุกเขตเลือกตั้งแล้ว

รวมทั้ง “เสี่ยอุ้ย” หรือ นายโกเมศ ฑีฆธนานนท์ อดีตสว.ขอนแก่น อดีตนายกอบจ.ขอนแก่น อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเก่า เป็นนักธุรกิจเจ้าของตลาดศรีเมืองทอง ด้วยสายสัมพันธ์ของตระกูลฑีฆธนานนท์ ผ่านนายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล อดีตสว.ร้อยเอ็ด (พี่ชายนายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล) ที่ใกล้ชิดกับดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่จะเข้ามาช่วยทำงานในเขตขอนแก่นและอุดรธานี

“พรรคอนาคตใหม่” ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่งที่ลงมาเคลื่อนไหวมวลชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและถือว่าได้รับเสียงตอบรับจากกลุ่มปัญญาชนในพื้นที่เมืองขอนแก่นอย่างคึกคัก โดยมีแกนประสานคนสำคัญคือ “เจนวิทย์ เชื้อสาวะถี” คนรุ่นใหม่ อดีตผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์วอยย์ทีวี ที่เปิดตัวสนับสนุนและประสานงานให้พรรคอนาคตใหม่แบบเต็มที่

ที่น่าสนใจก็คือ การเปิดตัวเข้าร่วมขบวนกับพรรคอนาคตใหม่ของ “พิชิต พิทักษ์” นักกิจกรรมด้านมวลชน อดีต “เสื้อแดงฮาร์ดคอร์” ที่เคยถูกจับตาจากฝ่ายความมั่นคงมาโดยตลอด รวมทั้งนักกิจกรรมมวลชนรุ่นใหม่อย่าง “ชัน ภักดีศรี” ผู้ประสานงานเครือข่ายที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มที่ทำงานกับปัญหาชาวบ้าน ป่าไม้ ที่ดิน ภาคการเกษตรทั่วประเทศ

“พรรคสามัญชน” ที่ริเริ่มจัดตั้งโดยอดีตนักศึกษา “กลุ่มดาวดิน” และเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน โดยมี “เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์” ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน แกนนำเคลื่อนไหวปัญหาเหมืองแร่เป็นผู้ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน

เป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่งที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ขอนแก่น ผ่านกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งมีฐานที่มั่นในการทำงานอยู่ที่คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพ.ช.)ภาคอีสาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างคะแนนเสียงสนับสนุนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรค มากกว่าจะมุ่งหวังกับผู้สมัครระบบเขตเลือกตั้ง ในจ.ขอนแก่น

 ทั้งหมดเป็นการเคลื่อนไหวของ “ตัวละคร” การเมืองการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น แต่หากพิจารณาดูแล้ว พรรคเพื่อไทยยังเป็นต่อมีโอกาสที่จะได้ส.ส.ในระบบเขตมากที่สุด รองลงมาก็คือภูมิใจไทยทีมีโอกาสเบียดแทรกเข้ามาได้บางพื้นที่ รวมทั้งพรรคพลังประชารัฐ ในบางเขตที่จะต้องรอสรุปตัวบุคคลที่ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนที่เหลือคงมีเป้าหมายเพียงให้ได้คะแนนเสียงส.ส.ไปรวมกับพื้นที่อื่นเพื่อให้ได้ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคต่อไป

                                      …………..

Facebook Comments