เหตุเกิดที่สิงคโปร์ 12 มิถุนายน 2561

“มีเพียงสัญญาเบื้องต้น ที่สองผู้นำให้แก่กัน เช่น คิมจองอึนบอกว่า ยินดีที่จะร่วมมือทำให้าคาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ และประธานาธิบดีทรัมป์รับปากที่จะเลิกการซ้อมรบกับเกาหลีใต้และมิตรประเทศอื่นๆ”

การพบปะกันของประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา กับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ คิมจองอึน ที่ประมาณปีที่ผ่านมาทำให้ประชากรโลกหวั่นไหวว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สามหรือไม่ ได้รับความสนใจจากทั่วโลก สื่อยักษ์ใหญ่อย่างบีบีซี และซีเอ็นเอ็น ต่างถ่ายทอดสดเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นี้ไปทั่วโลก ผมใช้วิธีเปิดสลับไปมา เพื่อติดตามการวิเคราะห์เจาะลึก มุมมองของนักวิชาการ นักการทูต หรือแม้แต่นักอ่านบุคคลิก ที่บีบีซี เอามาวิเคราะห์อากัปกิริยาของสองผู้นำตั้งแต่เดินออกมาสัมผัสมือกัน นิตรยสารไทม์ เอาภาพสองผู้นำขึ้นปกฉบับปลายเดือนมิถุนายน พร้มพาดหัวว่า ‘การแสดงละคร ที่มีความเสี่ยงสูงสุดในโลก’ เนื้อหาสาระสำคัญของการพบกัน มีเพียงสัญญาเบื้องต้น ที่สองผู้นำให้แก่กัน เช่น คิมจองอึนบอกว่า ยินดีที่จะร่วมมือทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ และประธานาธิบดีทรัมป์รับปากที่จะเลิกการซ้อมรบกับเกาหลีใต้และมิตร ประเทศอื่นๆ. ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนมองว่า นี่คือการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ผละจากมหามิตรเช่นเกาหลีใต้ และญี่ปุ่นไปเอาใจศัตรู (เก่า) ปฏิกริยาจาก รมว.กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ก็ออกมาให้สัมภาษณ์กึ่งเตือนสติประธานาธิบดีทรัมป์ว่า เราควรระมัดระวัง ที่จะลดการ์ดเราลงว่าทางเขา (เกาหลีเหนือ) ได้ดำเนินการอะไรเป็นขั้นเป็นตอน ที่จะนำไปสู่สิ่งที่เขาสัญญาหรือไม่
อย่างไรก็ตามโดยรวม ทุกฝ่ายเห็นว่านี่คือ ก้าวสำคัญของการ (อาจ)นำไปสู่สันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีหลายฝ่ายบอกว่า คิมจองอึนมีประวัติการไม่ทำตามคำพูดมาหลายครั้ง รวมทั้งประธานาธิบดีทรัมป์เอง ที่ตัดสินใจหลายเรื่องว่องไวกลับไป กลับมา พอๆกับการส่งข้อความทางทวิตเตอร์ จึงเป็นเรื่องที่เราต้องติดตามว่าละครเรื่องนี้ จะมีตอนจบอย่างไร
ภาพประวัติศาสตร์ ที่บันทึกจากหน้าจอทีวี พร้อมกับผู้ชมทั่วโลก เช้าวันที่ 12 มิ.ย.

โดย:รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงส์

Facebook Comments