รพ.วัฒนา อุดรฯ เปิดศูนย์หัวใจฯครบวงจร 24 ชม. รองรับผู้ป่วยทั้งในพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้าน

       โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา อุดรธานี ร่วมกับ บริษัท เซฟฮาร์ท การแพทย์ จำกัดเปิด ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเซฟฮาร์ท-วัฒนาครบวงจร  24 ชั่วโมง รองรับผู้ป่วยทั้งในพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้าน

            วันที่ 17 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 น. ที่ลานกิจกรรม ชั้น 1 โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา อุดรธานี ดร.อิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี เป็นประธานในการเปิด “ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเซฟฮาร์ท-วัฒนา” ให้บริการ 24 ชั่วโมง โดยมีได้รับเกียรติจาก นายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี พันโทวรายุส์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์อุดรธานี ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

         ดร.ณัฐธิรา ตั้งสืบกุล ผู้บริหารโรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา อุดรธานี เปิดเผยว่า โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา อุดรธานี เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของเขตพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ที่ผ่านการรับรองคุณภาพการรักษาและการให้บริการแก่ผู้ป่วย HA (Hospital Accreditation) จากสถิติผู้ป่วยโรคหัวใจในเขตจังหวัดอุดรธานี และภาคอีสานตอนบนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับนโยบายของโรงพยาบาลฯ ในการรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา อุดรธานี จึงได้ผนึกกำลังกับ บริษัท เซฟฮาร์ท การแพทย์ จำกัด ก่อตั้ง ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเซฟฮาร์ท-วัฒนา ขึ้น เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต และโอกาส ในการรอดชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ ทั้งในแง่ของการป้องกัน การรักษาต่อเนื่อง การรักษาฉุกเฉินได้ทันท่วงที รวมไปถึงการรับ-ส่งต่อ ผู้ป่วยฉุกเฉินจากพื้นที่ภาคอีสานตอนบน และสปป.ลาว

         “การเปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเซฟฮาร์ท-วัฒนา นี้ นอกจากการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนในพื้นที่แล้ว ยังรวมถึงการรองรับความต้องการทางการแพทย์ของพื้นที่ภาคอีสานตอนบน และประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย โดยที่ผ่านมา โรงพยาบาลเครือข่ายของเรา ได้แก่ โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา หนองคาย และ Alliance International Medical Centre (สปป.ลาว) มีความต้องการในการส่งตัวผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบฉุกเฉินมากขึ้นทุกปี โดยส่วนใหญ่จะเป็นกรณีฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษษอย่างทันท่วงที ล่าสุด จึงได้จับมือกัน เพิ่ม Mobile CCU เป็นรถกู้ชีพฉุกเฉินที่ทันสมัย มีขนาดใหญ่ขึ้น สามารถเพิ่มอุปกรณ์ช่วยชีวิตได้มากขึ้น สามารถทำการรักษาชีวิตและดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินอาการหนัก ระหว่างการส่งต่อมายังโรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา อุดรธานี ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง และที่สำคัญ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจประจำศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที”

 

        โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา อุดรธานี ให้บริการแก่ผู่คนในจังหวัดอุดรธานี และเขตพื้นที่ภาคอีสานตอนบน มาตั้งแต่ปี 2528 และได้ปรับโฉมใหม่ รวมถึงยกระดับคุณภาพการให้บริการและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ขึ้นมาอีกระดับ โดยเพิ่มบริการทางการแพทย์ที่หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน ขยายศักยภาพในการองรับผู้ใช้บริการ และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น

        “โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา อุดรธานี ยังคงพัฒนาต่อเนื่อง ตามนโยบายที่รองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทยอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขยายบริการเพิ่มเติมในหลายมิติ อาทิ การเพิ่มบริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว การขยายวอร์ดผู้ป่วยเพิ่มเติม ขยายพื้นที่โซนไตเทียมเพื่อสามารถรองรับผู้ป่วยฟอกไตได้มากยิ่งขึ้น การบริการทางการแพทย์แบบ Wholistic การตรวจสุขภาพ รวมถึงการให้บริการเกี่ยวกับการชะลอวัย (Anti-Aging) และศัลยกรรมตกแต่งต่างๆ เป็นต้น โดยเตรียมจับมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านเพื่อมอบบริการที่ดีที่สุด ในราคาที่เข้าถึงได้ให้กับคนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี และภาคอีสานตอนบน”

        ด้าน นางสาวจิตติยา ปาไทย กรรมการ บริษัท เซฟฮาร์ท การแพทย์ จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเซฟฮาร์ท-วัฒนา พร้อมให้บริการทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยครบครัน เป็นศูนย์หัวใจที่ทันสมัยครบวงจร มีห้องตรวจผู้ป่วยนอก ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความสูง (Echocardiography) ตรวจสมรรถภาพหัวใจ โดยการวิ่งสายพาน (EST) เครื่องติดตามอาการตลอด 24 ชั่วโมง (Holter) สามารถตรวจรักษาโรคหัวใจโดยการฉีดสี หลอดเลือดหัวใจ (CAG) ขยายหลอดเลือดหัวใจโดยใส่บอลลูน PCI การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (PPM) การแก้ไขหัวใจเต้นผิดจังหวะ (EP)

        นอกจากนี้ ยังสามารถทำการผ่าตัดหัวใจ Bypass ทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจที่เรียกว่า CABG และผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Valve Replacement) มีหอผู้ป่วยในห้องพิเศษ จำนวน 10 ห้อง และห้องพิเศษรวม 10 ห้อง เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา และห้องสวนหัวใจ พร้อมเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมด้วยทีมแพทย์อายุรกรรมหัวใจที่เชี่ยวชาญการสวนหัวใจ แพทย์ผ่าตัด และทีมงานที่ได้รับการอบรมและฝึกฝนเป็นพิเศษในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ และทีมพยาบาลที่มีความชำนาญ ประจำศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง และมีศูนย์ประสานให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาชีวิตได้อย่างทันท่วงที

        นายแพทย์ไพศาล กอบเกื้อชัยพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เซฟฮาร์ท การแพทย์ จำกัด และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด เปิดเผยว่า อุบัติการณ์โรคหัวใจของจังหวัดอุดรธานี ในปี 2560 พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงถึง 373 คน เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง ร้อยละ 3.64 ส่วนมากเป็นประชากรในช่วงอายุระหว่าง 40-60 ปี นับเป็นอันดับต้นๆ ของเขตภาคอีสานตอนบน ส่วนใหญ่เป็นอาการแบบเฉียบพลัน ซึ่งคาดว่าเกิดจากการที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงและไม่เคยเข้ารับการตรวจรักษา หรือ การตรวจคัดกรองใดๆ และยังคงใช้ชีวิตประจำวัน โดยไม่ได้ระมัดระวังหรือป้องกันแต่อย่างใด นอกจากนั้นยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที และการรักษาแบบต่อเนื่องอีกด้วย

        การเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ และหลอดเลือดของคนไทย โดยเฉลี่ยสูงถึง 150 คนต่อวัน นับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของไทย รองจากโรคมะเร็ง และอุบัติเหตุ โดยสาเหตุของโรคหัวใจที่คนไทยเป็นมากที่สุด เกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งมักเกิดจากการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด จนเกิดลิ่มเลือดอุตตันหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย จึงมีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยในอดีตมักเกิดกับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง แต่ในปัจจุบัน จากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม อาหารไขมันสูง ไปจนถึงการทานบุฟเฟ่ต์ หรือ ปิ้งย่าง เป็นประจำ ประกอบกับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ มีความเครียดสูง ทำให้มีกลุ่มผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 40 ปี มีโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น จึงควรดูแลตัวเองให้ดี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และการใช้ชีวิตให้เหมาะสม รวมถึงควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อป้องกันก่อนจะสายเกินไป

        “ตามการคาดการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สคช. ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 โดยประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีสัดส่วนสูงถึง ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะส่วนของการให้บริการทางการแพทย์ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่มักมีอุบัติการณ์ในกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น ซึ่งโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นโรคที่มักพบบ่อยในผู้ป่วยช่วงวัยกลางคนถึงสูงอายุ นอกจากนั้นการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี่มักมีความซับซ้อน และยุ่งยากมากกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีโรคร่วมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน อัมพาต ไตวาย การรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญในสถานที่ที่มีอุปกรณ์เพียบพร้อม ได้อย่างต่อเนื่อง และทันท่วงที โดยสามารถลดความยุ่งยากและระยะเวลาในการเดินทาง ทำให้ผู้ป่วงสามารถรับการรักษาในที่มี่มีความคุ้นเคย หรือ ใกล้บ้านได้ ย่อมส่งผลดีทั้งในแง่สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของผู้ป่วยอีกด้วย โดยศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเซฟฮาร์ท-วัฒนา ได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัย เครื่องสวนหัวใจรุ่นใหม่ล่าสุดมาใช้ ในการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้ป่วยสามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการ และจองคิวนัดตรวจพบแพทย์และเข้ารับบริการในระบบ ผ่าน Website และ Application ของทางศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเซฟฮาร์ท-วัฒนา โดยจะไดรับการตอบกลับภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที ซึ่งเรามีความมั่นใจว่า การเปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือดเซฟฮาร์ท-วัฒนา ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจประจำ 24 ชั่วโมง ในครั้งนี้ จะเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนในพื้นที่ ลดอัตราการสูญเสียได้อย่างแน่นอน”

          อย่างไรก็ตาม สำหรับโรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น-วัฒนา อุดรธานี เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลากว่า 33 ปี ก่อตั้งโดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ทำให้สามารถเข้าใจและรักษาระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลได้อย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพบุคลากร และระบบที่เน้นผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด โดยมีศูนย์เฉพาะทางทั้งสิ้น 16 ศูนย์ ได้แก่ แผนกอายุรกรรม คลินิกพิเศษโรคเบาหวาน คลินิกพิเศษในกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด คลินิกศัลยกรรมหลอดเลือด คลินิกโรคไต คลินิกโรคติดเชื้อ แผนกกุมารเวช คลินิกพัฒนาการเด็ก คลินิกต่อมไร้ท่อและฮอร์โมนในเด็ก แผนกสูตินรีเวช คลินิกผู้มีบุตรยาก แผนกศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมกระดูก ศัลยกรรมสมองและระบบประสาท แผนกจักษุ แผนกหู คอ จมูก แผนกผิวหนังและความงาม แผนกทันตกรรม และแผนกกายภาพบำบัดและศูนย์ Wellness

         มีบุคลากรทางการแพทย์สาขาต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 250 คน ได้รับการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล Healthcare Accreditation (HA) ระดับ Re-accreditation ครั้งที่ 2 จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) การรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ Thailand Laboratory Accreditation (LA) จากสภาเทคนิคการแพทย์ การรับรองมาตรฐาน Thailand Pharmacy Accreditation (PA) จากสภาเภสัชกรรม และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9000, 15189 และ 15190 ที่ทำให้ผู้รับบริการมั่นใจในคุณภาพ มาตรฐาน และการบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลได้

Facebook Comments