ใครแล้ง?

       ทุกๆ ปีภาคอีสานจะมีการพูดถึงภัยแล้ง และภัยแล้งนี้เองกลายเป็นที่มาของวิถีชีวิตคนอีสานที่ยากจน และต้องทิ้งถิ่นฐานไปตายเอาดาบหน้า ดูเหมือนว่าการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจะทำได้แบบชั่วคราว และดูลึกลงไปมีคนไม่น้อยที่เกี่ยวกับปัญหาภัยแล้งอยากให้แล้งทุกปี เพราะแล้งแล้วรวยก็มี เราได้ยินการรายงานปัญหาภัยแล้งมาจาก “เอลนีโญ” ชื่อนี้จะถูกแอบอ้างและหยิบยกขึ้นมาพูดทุกปี

     ต้นเหตุแห่งภัยแล้งถูกสร้างให้มองไปที่ธรรมชาติ แต่เรื่องการบริหารจัดการมักพูดกันน้อยมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้งบประมาณกันมากมายแต่ภัยแล้งก็มาได้ทุกปี การทุจริตในโครงการฉุกเฉินภัยแล้ง กลายเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่ทำให้ข้าราชการระดับสูงๆ ต้องคดีกันหลายคน

     การนำงบประมาณมาใช้ในภาวะภัยแล้งเป็นการใช้งบที่เป็นกรณีพิเศษไม่ต้องผ่านขั้นตอนตามปกติแต่การประกาศเป็นเขตภัยแล้งอาจต้องมีการจัดฉากเพื่อให้ครบองค์ประกอบ นี่คืออีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้ภัยแล้งโดยเฉพาะในภาคอีสานแก้ไขไม่ได้ จนบางคนเรียกภัยแล้งว่า “ใครแล้ง” กันแน่

     ภัยแล้งมีผลกระทบกับภูมิภาคที่ยึดเรื่องการเกษตรเป็น GDP นำ ถ้าแล้งยอมทำให้การเพาะปลูกไม่ได้ผล เกษตรกรก็ยากจะมีหนี้สินเพิ่มขึ้น ตกงานและต้องไปหางานทำมีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายหลายทางหาแล้วไม่พอจ่ายเทศการสงกรานต์คือครั้งเดียวที่มีโอกาสมาเห็นหน้ากับครบทุกคน วิถีชีวิตที่ซ้ำซากจำเจของคนอีสานยังไม่ถูกแก้ไขที่ผ่านๆ มามีเพียงนโยบายที่สวยงาม แต่งลงมือปฏิบัติกับไม่สวยหรู

     “ลานีญา” คือภาวะน้ำมากจนท่วมไร่นาและเมือง “ลานีญา” คือชื่อที่เราได้ยินเป็นประจำจากนักวิชาการ เพราะเหตุที่น้ำท่วมมาจากลานีญา เมื่อพุ่งเป้าไปลานีญาจึงละเลยต่อการเเก้ปัญหาและระบบการบริหารจัดการ เหมือนจะยอมจำนนต่อธรรมชาติเเละมนุษย์ไม่สามารถเอาชนะมันได้

    เหตุการณ์ที่ได้เห็นน้ำท่วมจึงมีมาทุกปีและคนอีสานเริ่มได้รับความทุกข์จากภัยน้ำท่วมอย่างชัดเจนขึ้นทุกปีโดยเฉพาะจังหวัดใหญ่อย่าง นครราชสีมา ขอนแก่น สกลนคร เป็นต้น

     ความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นมูลค่ามหาศาล เรากำลังจะก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ SMART CITY แต่ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม เรายังเอาชนะมันไม่ได้ เป็นเรื่องที่ท้าทาย นักคิด SMART CITY จะต้องระดมสมองกัน เพราะภาคอีสานของเราสู้กับ เอลนีโญ และ ลานีญา ได้เมื่อไร เราจะก้าวสู่ภูมิภาคอัจฉริยะได้ไม่ยาก เพราะปัญหาน้ำเป็นปัญหาใหญ่ที่คนอีสานต้องให้ความสำคัญ การบริหารจัดการแหล่งน้ำที่เป็นปัจจัยในการสร้างความสมดุลย์ให้กับธรรมชาติและเมือง

   มีหลักการสำคัญหลายประการ

1)การจัดการน้ำเค็มเพื่อบริโภค คือการนำน้ำมาทำประปา เมื่อเมืองขยายตัวน้ำดิบไม่พอทำประปา ทำให้น้ำที่มีอยู่จำกัดจึงต้องแบ่งปันกันระหว่างเมืองกับชนบทและภาคเกษตรที่ต้องใช้น้ำทำนา ทำไร่ หลายจังหวัดปัญหานี้ยังคงอยู่

2)น้ำเพื่อการเกษตร กลายเป็นกลุ่มที่น่าเห็นใจที่สุด เพราะเมื่อเกิดภัยแล้ง กลุ่มนี้จะถูกห้ามทำกิจกรรมคือให้ลดลง 60-70% ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่ทำเกษตรมาที่สุด เมื่อภัยแล้งมาเยือนเกษตรกรจึงลำบากที่สุด

3)การบิหารน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อส่งไปเพื่ออุตสาหกรรมทำให้ผู้มาใช้น้ำเพิ่มขึ้น เพราะในอัตรากลุ่มอุตสาหกรรมมีน้อย แต่วันนี้อีสานมีนักลงทุนด้านอุตสาหกรรมมีมากขึ้น น้ำจึงมีบทบาทต่อภาคนี้ไม่น้อย

4)การจัดการน้ำเพื่อให้ระบบนิเวศน์เกิดความสมดุลย์ เราคงได้ยินมาว่ามีคนไปถมอ่างน้ำแล้วเกิดน้ำท่วมในเวลาต่อมา เพราะน้ำไม่มีที่ไป การไปสร้างถนนขวางทางน้ำก็เป็นการทำลายระบบนิเวศน์ เพราะบ้านเมืองเจริญขึ้นระบบนิเวศน์เปลี่ยนไป สัดส่วนที่ว่าง แก้มลิง อ่างน้ำ ถูกเปลี่ยนเป็นบ้านจัดสรร เป็นต้น

5)การบริหารคุณภาพน้ำ แหล่งน้ำสำคัญโดยเฉพาะในเขตเมืองจะมีลักษณะเน่าเสียเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ มีผลต่อสุขภาพและไม่สามารถน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ในอดีต

6)ต้นน้ำถูกทำลาย ทำให้น้ำไหลเข้าอ่างน้อยลงหรือไม่มีเลยก็มี นี่เป็นปัญหาของเมืองที่กำลังพัฒนาไม่หยุดยั้ง อย่างจังหวัดนครราชสีมา ต้นทางน้ำมาจากเขาใหญ่ สมัยก่อนน้ำเดินทางได้สะดวกและรวดเร็วแต่วันนี้มาได้ลำบากเพราะมีทั้งบ้านเรือน ห้างสรรพสินค้า ถนน และรางรถไฟ ที่อยู่ระหว่างทางเดินของน้ำ

7)”น้ำ” เป็นวาระแห่งชาติมีทั้งในยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่ผ่านสภามาแล้ว มีหน่วยงานระดับชาติที่ตั้งขึ้นมาใหม่เป็นศูนย์กลางเรื่องน้ำนี่คือความพยายามจะปรับระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อเอาชนะ เอลนีโญ และ ลานีญา ก็ขอเอาใจช่วยให้การปรับแพลตฟอร์มใหม่เพื่อเอาชนะภัยแล้งให้จงได้ อย่าให้เป็น ใครแล้ง 2 ก็แล้วกัน

วิสัยทัศน์ธุรกิจอีสาน: โดยทวิสันต์ โลณานุรักษ์

Facebook Comments