ลุ้นต่อ ทุบหรือไม่ทุบสะพานสีมา ทางคู่ผ่าเมือง

ไม่จบ เวทีรับฟังความคิดเห็นปัจฉิมนิเทศ ยังไม่ตอบโจทย์คนเมือง ชาวโคราชยืนยันต้องทุบสะพานสีมาธานี ด้านที่ปรึกษา-การรถไฟ ไม่ทุบ เตรียมสรุปข้อมูลให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา คาด 3 เดือน รู้ผล 3 แนวทาง

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 ณ ห้องอรพิน โรงแรมสีมาธานี จ.นครราชสีมา ได้มีการประชุมใหญ่การมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 3 ปัจฉิมนิเทศ งานปรับแบบรายละเอียดบริเวณสีคิ้วและตัวเมืองนครราชสีมา ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ 2 คลองขนานจิตร-ชุมทางถนนจิระ โดยมีนายวิเชียร จันทรโรทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน มีนายจุลพงษ์ จุฬานนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ด้านปฏิบัติการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน มีผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จำนวนกว่า 300 คนเข้าร่วมประชุม

นายจุลพงษ์ จุลานนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย เร่งออกแบบการปรับปรุงทางยกระดับรถไฟทางคู่ช่วงคลองขนานจิตร-ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ 2 และสถานีรถไฟสีคิ้วเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมือง การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงได้ว่าจ้าง บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด และ บริษัท เอ็นริช คอนซัลแต้นส์ จำกัด ให้ดำเนินการปรับแบบรายละเอียดบริเวณอำเภอสีคิ้วและตัวเมืองนครราชสีมา มีระยะเวลาดำเนินการ 160 วัน สิ้นสุดวันที่ 27 ตุลาคม 2561 โดยจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมทั้งทางด้านกายภาพ การใช้ประโยชน์ของพื้นที่ และต้นทุนค่าก่อสร้าง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของทุกภาคส่วนนอกจากนี้จะต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ โดยเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมไปสู่ศูนย์กลางเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนอกจากนี้จะต้องสอดคล้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการปรับแก้ไขแบบ และได้เริ่มการก่อสร้างบางช่วงไปแล้วและบางช่วงอยู่ในระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง

คณะที่ปรึกษาโครงการจำนวน 4 ท่าน ได้ขึ้นกล่าวสรุปรูปแบบที่ได้ศึกษา โดยสนับสนุนแนวทางไม่ทุบสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟบนถนนมิตรภาพ หน้าโรงแรมสีมาธานี โดยให้รถไฟทางคู่ลอดสะพานลอยรถยนต์ข้ามทางรถไฟ บนถนนมิตรภาพและค่อยยกระดับเพื่อเข้าสู่สถานีนครราชสีมา และปิดทางผ่านทางรถไฟบนถนนสืบศิริ เพราะอยู่ในช่วงที่รถไฟลากขึ้นสู่ชานชาลาและยกระดับทางรถไฟจนถึงสถานีชุมทางถนนจิระ ส่วนรถที่จะผ่านทางรถไฟให้อ้อมไฟลอดช่องว่างใต้สะพานทางรถไฟในช่วงถัดไปทางสถานีรถไฟนครราชสีมา

การยกระดับในช่วงดังกล่าวยกที่ความสูง 5 เมตร สิ้นสุดที่สถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ ซึ่งต้องเลื่อนที่ตั้งออกจากจุดเดิมมาประมาณ 160 เมตร ไปทางทิศตะวันออก พร้อมปรับเป็นสถานที่ซ่อมบำรุง เป็นการยกระดับรวมระยะทางทั้งสิ้น 3.7 กิโลเมตร ส่วนจุดตัดทางรถไฟ เป็นถนนทางลอด สูง 3 เมตร จำนวน 8 จุด สูง 5 เมตร จำนวน 6 จุด จะสามารถประหยัดงบประมาณ 1,336 ล้านบาท ที่ปรึกษาได้ให้เหตุผลว่า หากรื้อถอนสะพานโรงแรมสีมาธานีจะเกิดจุดตัดบริเวณถนนมิตรภาพ ต้องสร้างสะพานกลับรถ 2 ตัว จะส่งผลต่อเส้นทางการเดินรถเข้าสู่ตัวเมืองซึ่งปกติ จะมีรถยนต์ สัญจรผ่านประมาณ 118,000 คันต่อวัน จะส่งผลให้รถติดระหว่างการก่อสร้างประมาณ 30 เดือนหลังจากจบการให้ข้อมูลของคณะที่ปรึกษาได้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น ซึ่งมีความกังวล ว่าถนนทางลอดที่เป็นจุดตัดกับทางรถไฟ ที่มีความสูง 3 เมตร จะมีข้อกังวลเรื่องการสัญจรในกรณีหากเกิดเพลิงไหม้รถดับเพลิงจะไม่สามารถวิ่งผ่านได้

นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวแสดงความคิดเห็นพร้อมนำเสนอรูปแบบเป็นภาพจำลองจุดตัดบริเวณสะพานข้ามหน้าโรงแรมสีมาธานี ที่ทางเทศบาลได้ออกแบบไว้ เป็นการทุบสะพานโรงแรมสีมาธานี ยกระดับรถไฟทางคู่ และสร้างทางลอด เพื่อให้รถวิ่งในเส้นทางถนนมิตรภาพได้โดยไม่ต้องติดไฟแดง ทำให้ได้รับเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมประชุม ที่แสดงท่าทีเห็นด้วย

ด้านนายสรยุทธ มาลัย วิศวกรอำนวยการศูนย์ โครงการก่อสร้าง ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กรณีที่มีข้อเรียกร้องหากไม่ทุบสะพานสีมาธานีขอให้ยกระดับทางรถไฟข้ามสะพานสีมาเลยว่า ในทางวิศวกรรมรถไฟทางคู่ไม่สามารถยกข้ามสะพานสีมาธานีได้ เพราะเรามีสถานีซ่อมบำรุงรถไฟในบริเวณนี้ ถ้ายกข้ามเราจะไต่ระดับลงที่ศูนย์ซ่อมไม่ทัน นอกจากย้ายศูนย์ซ่อมออกไป แต่การย้ายศูนย์ซ่อมออกไปนั้นเป็นแผนระยะยาว และเราก็ยังไม่มีพื้นที่เลย โดยทางโคราชก็เสนอให้ไปใช้พื้นที่ที่โคกกรวด ซึ่งต้องเวนคืนพื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 10 ปี ในการเซ็ตระบบใหม่ เราจึงบอกว่า Option นี้ เกิดขึ้นได้ไม่ง่าย ซึ่งศูนย์ซ่อมที่นี่ใช้ซ่อมบำรุงรถไฟทั้งภาคอีสาน และอีกส่วนหนึ่งที่เราจะคงไว้คือ ทางรถไฟของทหาร ที่เอาไว้ขนส่งยุทโธปกรณ์

การพูดคุยของวันนี้เน้นหนักไปที่สะพานสีมาธานี การทุบหรือไม่ทุบหลักการก็คือว่า ในทางวิศวกรรมต้องเป็นไปได้ และลดผลกระทบต่อประชาชน แต่หากชาวโคราชบอกว่า อยากจะถือโอกาสนี้พัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ไปด้วยเลย ก็สามารถให้ข้อมูลกับการรถไฟ เพื่อไปแจ้งทางผู้ใหญ่ได้ เพราะหลักการออกแบบขณะนี้คือเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะไปปรับปรุงพัฒนาจังหวัด ขอบเขตการทำงานของการรถไฟก็จะเป็นเฉพาะเรื่องของรถไฟ ในมุมมองของการพัฒนาจังหวัดเป็นภาพรวมที่หลายกระทรวงต้องมาเกี่ยวข้องกัน

หลังจากนี้ก็จะสรุปข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งแบบสอบถาม เพื่อรายงานไปยังกระทรวง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน เราจะต้องไปพิจารณารูปแบบ บริเวณสีมาธานีทั้งหมด ทั้งในเรื่องของการจราจรระหว่างการก่อสร้างและหลังก่อสร้าง หน้าตาเป็นอย่างไร

วันนี้เรานำเสนอรูปแบบที่ไม่ทุบ แต่ก็ถือว่ายังไม่ใช่ประชามติ ไม่จำเป็นต้องตัดสินซ้ายขวา และก็ไม่ใช่ประชาพิจารณ์ แต่เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้าย ก่อนนำไปรายงานต่อผู้ใหญ่ ซึ่งรัฐบาลก็ต้องชั่งน้ำหนัก เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ให้ทางกระทรวงพิจารณา ซึ่งจะออกมา 3 แนวทางคือ 1. เห็นควรเดินหน้าโครงการต่อ และเดินหน้าทำความเข้าใจกับประชาชนต่อไป 2.ปรับเปลี่ยนรูปแบบบางส่วน หรือ 3.จำเป็นต้องชลอโครงการ

ทีมข่าว:โฟกัสโคราช

Facebook Comments