ชูการบริหารจัดการน้ำฯป่าภูถ้ำ ภูกระแต อ.แวงน้อย ต้นแบบความสำเร็จ

กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ชูการบริหารจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป่าภูถ้ำ ภูกระแต” ต.แวงน้อย อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น นำพาภาคเกษตรให้หลุดพ้นจากความยากจนสู่อีสาน 4.0 เผยมีรายได้ปีละกว่า 12 ล้านบาท จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติการจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริแห่งล่าสุดของประเทศไทย

        ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการประชุมและปาฐกถา โครงการ “อีสาน 4.0 พลิกโฉมประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” โดยมี นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต้อนรับ และศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตลอดจนแกนนำเครือข่ายบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แกนนำกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มผู้ประกอบการเข้าร่วมการประชุม ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดขอนแก่น)

       ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “โครงการอีสาน 4.0 เป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.)ร่วมกับ 4 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียง เหนือสู่มิติใหม่ของการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปัญหาและประเด็นท้าทาย อาทิ การขาดแคลนน้ำทั่วทั้งภาค มีคนจนมากที่สุด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรจึงไม่สามารถหลุดพ้นความยากจนได้ ภาคเกษตรเป็นแบบดั้งเดิม พึ่งธรรมชาติ มีผลิตผลิตต่ำและมีการใช้สารเคมีสูง อุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นการแปรรูปเกษตรขั้นต้น มูลค่าเพิ่มต่ำ การลงทุนใหม่ๆ มีน้อย ขณะที่เศรษฐกิจของภาคมีขนาดเล็ก มีอัตราการขยายตัวต่ำ ส่วนการค้าชายแดน สินค้าส่งออกผลิตจากนอกภาคไม่สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับภาค ทรัพยากรการท่องเที่ยวยังไม่ได้รับการพัฒนา ขาดสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น”

      ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ กล่าวต่อว่า “จากการลงพื้นที่ดูการบริหารจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชุมชนป่าภูถ้ำ ภูกระแต ตำบลแวงน้อย อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.) เพื่อพัฒนาเป็น “ต้นแบบความสำเร็จ” ของการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชุมชนตลอดจนเกษตรกรและชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการน้ำ ใช้ในการแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม รวมไปถึงพัฒนาคนบนพื้นฐานการพึ่งตนเอง ให้สามารถประสานการทำงานร่วมกับ ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชนสามารถใช้แผนที่และข้อมูลสารสนเทศในการวางแผนและบริหาร จัดการน้ำให้มีน้ำพอใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค และการเกษตรสามารถบริหารจัดการน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ของชุมชน”

      “กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ชุมชน บ้านภูถ้ำ ภูกระแต ในอำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ที่แต่เดิมประสบกับปัญหาน้ำแล้งน้ำหลากซ้ำซากมานาน แหล่งน้ำสาธารณะขาดการดูแล และไม่มีระบบบริหารจัดการมากว่า 50 ปี แต่ปัจจุบันพื้นที่13 หมู่บ้านของทั้งตำบลแวงน้อย บริเวณนี้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดปี มีความมั่นคงด้านน้ำและอาหาร และสามารถสร้างผลิตผลทางการเกษตรให้กับชาวบ้านปีละกว่า 12 ล้านบาท จนสามารถขยายผลความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านศูนย์เครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำชี ใน 7 ตำบลข้างเคียง ของจังหวัดขอนแก่น และ 10 จังหวัดลุ่มน้ำชี ณ ปัจจุบัน ที่สำคัญ ปัจจุบันกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ขยายผลการบริหารจัดการน้ำไปแล้ว จำนวน1,478 หมู่บ้านทั่วประเทศ”

 

        “การขับเคลื่อนโครงการอีสาน 4.0 จำเป็นจะต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1) โครงสร้างทางกายภาพ โดยการบริหารจัดการน้ำให้แก่พื้นที่ที่ขาดแคลน 2) โครงสร้างเครือข่ายระบบอินเทอร์เน็ต 3) โครงสร้างทางปัญญา ที่จะเกิดขึ้นได้โดยการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่จะเป็นแกนหลักสำคัญในการยกระดับชุมชน และ 4) โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม ที่จะผลักดันให้เป็นสังคมของการเกื้อกูลและแบ่งปัน”

                นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการมอบต้นแบบผลงานและผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มเกษตรกรภายใต้โครงการนำรองเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพเกษตรกร โดยเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนการจัดนิทรรศการ “ของดีอีสาน 4.0 โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ไก่ไม่เก๊า สายพันธุ์ KKU1 (ไก่3 Low)  จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น , ผลิตภัณฑ์ โปรตีนจิ้งหรีดแปรรูปเพื่อสุขภาพ จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ,ผลิตภัณฑ์ โคเนื้อพันธุ์โคราชวากิว จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และ กรรมวิธีการผลิตข้าวเปลือกแบบเพาะงอก จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

          จะเห็นได้ว่า โครงการอีสาน 4.0 ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมใจผนึกกำลังเพื่อผลักดันอีสานไปสู่มิติใหม่ของการเป็นศูนย์เศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อันจะนำไปสู่เศรษกิจอีสานที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต ต่อไป

Facebook Comments