มข.ชี้ LRT ขอนแก่นพร้อมนำร่องระบบขอนแก่นสาธารณะภูมิภาค

“รศ.ดร.พนกฤษณ” ชี้ขอนแก่นพร้อมนำร่องระบบขอนแก่นสาธารณะภูมิภาค ผลการศึกษาในรายละเอียดคืบร้อยละ 90 ปลายปี 61 แบบเสร็จพร้อมก่อสร้าง ระบุคีย์ซักเซสส์พัฒนาพื้นที่รอบสถานีเชิงพาณิชย์ (TOD) อุ้มค่าโดยสาร แจงเงื่อนไขสำคัญประชาชนร่วมเหตุไม่มีการเวียนคืนที่ดิน

ในการประชุมโครงการประเมินผลกระทบสุขภาพโครงการพัฒนาระยยขนส่งสาธารณะรถไฟฟ้ารางเบา (สำราญ-ท่าพระ) ภายใต้แผนพัฒนาขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ ณ ห้องประชุม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 เพื่อประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) โดยเน้นไปการศึกษาเพื่อแก้ปัญหากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบเช่นผู้มีรายได้น้อยในเขตเมือง ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้าและภาคีเครือข่ายในวันที่ 29 ต.ค. 61 ที่ผ่านมา

รศ.ดร.พนกฤษณ คลังบุญครอง รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงสร้างมูลฐานอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ให้เป็นผู้ศึกษาออกแบบในรายอะเอียดโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) สายเหนือ-ใต้  จากสำราญถึงท่าพระ ได้ชี้แจงรายละเอียดการออกแบบและเปิดเผยกับ “อีสานบิซ” ว่า

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

โครงการรถไฟฟ้ารางเบาของจังหวัดขอนแก่นเป็นโครงการนำร่องของการสร้างระบบขนส่งมวลชนในภูมิภาค เพื่อเตรียมการรองรับการเติบโตในอานาคต มีความแตกต่างจากโครงการรถไฟฟ้ารางเบาในจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต ที่จังหวัดขอนแก่นได้รับการอนุมัติจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม ให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการเอง

โดยปัจจุบันจังหวัดขอนแก่นได้รวมกันจดทะเบียนเป็นบริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) โดย 5 เทศบาล (เทศบาลตำบลสำราญ เทศบาลเมืองศิลา เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลเมืองเก่า และเทศบาลตำบลท่าพระ) ที่แนวทางรถไฟฟ้ารางเบาพาดผ่าน

“มีความประสงค์ที่ใช้งบประมาณจากรัฐบาลให้น้อยที่สุด จึงเกิดความเป็นไปได้ในการดำเนินให้เข้าใกล้ความจริง ตลอดจนเป็นการสร้างโมเดลการบริหารและพัฒนาพื้นที่รอบสถานีหรือการจัดทำ TOD เพื่อพึ่งตนเองโดยท้องถิ่นให้มากที่สุด ซึ่งการทำ TOD เป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้โครงการรถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่นไม่ขาดทุน โดยพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดคือ ศูนย์วิจัยข้าวฯ ตรงข้าม รพ.ขอนแก่นราม” รศ.ดร.พนกฤษณ อธิบายเงื่อนไขสำคัญและว่า

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ขณะนี้โครงการศึกษาออกแบบรถไฟฟ้ารางเบาขนาดมีความคืบหน้าอย่างมาก เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นโมเดลสำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่ในระหว่างการทำการศึกษาออกแบบเป็นแผนแม่บทเท่านั้น ทั้งจังหวัดอุดรฯ นครราชสีมา มีแนวคิดที่คล้ายคลึงกันที่จะดำเนินการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะโดยท้องถิ่น เพราะหากรองบประมาณจากรัฐบาลกลางอาจมีความล่าช้าหรืออาจไม่ได้ลงมือทำเหมือนดังเช่น จังหวัดภูเก็ตและเชียงใหม่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวและรัฐบาลให้ความสำคัญ

รศ.ดร.พนกฤษณ ระบุว่า การออกแบบรายละเอียดของโครงการรถไฟฟ้ารางเบาในส่วนของจังหวัดขอนแก่นมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจากการแบบที่เคยศึกษาเป็นแผนแม่บท ความคืบหน้าของการศึกษาคิดเป็นร้อยละ 90 ที่จะสามารถลงมือก่อสร้างได้

“ในส่วนที่มีการมีการปรับแก้แบบจะเป็นช่วงบ้านกุดกว้างที่มีการก่อสร้างทางยกระดับและทางรถไฟทางคู่ ดำเนินการโดยเบี่ยงเส้นทางรถไฟฟ้ารางเบาออกมาชิดขอบถนนมิตรภาพทางฝั่งตะวันออก และเพิ่มเติมทางยกระดับช่วงบ้านสำราญเชื่อมต่อไปยังศูนย์ซ่อมบำรุงรถ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดขวางการจราจรของรถไฟฟ้ารางเบา”

นอกจากนี้โครงการรถไฟฟ้ารางเบาของจังหวัดขอนแก่น ประสบความสำเร็จได้เพราะเกิดความร่วมมือภับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคประชาชนเพราะไม่มีการเวียนคืนที่ดิน จะเป็นไปในลักษณะการซื้อตามราคาตลาด และขอใช้พื้นที่ตรงเกาะกลางถนนมิตรเป็นส่วนใหญ่

“ส่วนกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพขับรถสองแถวนั้นมีความเห็นสอดคล้องกับการพัฒนาจังหวัด เพราะในการหารือและรับฟังความเห็นมีข้อเสนอถึงการจัดโครงข่ายรถโดยสารเชื่อมสถานีรถโดยสารอื่นๆให้ครอบคลุมทุกเส้นทางจึงไม่กระทบกับคนกลุ่มนี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างในปี 2562 และแล้วเสร็จในปี 2564-65”

////////////

Facebook Comments