ธปท.ชี้แนวโน้มศก.ไตรมาส4ดีขึ้น ห่วงภัยแล้งและตปท.กีดกันการค้า

       ธปท.เผยแนวโน้มเศรษฐกิจอีสานไตรมาส 4/ 61 ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ครัวเรือนภาคเกษตรฟื้นตัวดีขึ้น และนโยบายรัฐหนุน การจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น การส่งออกดีขึ้น เตือนระวังปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบภัยแล้ง และการกีดกันการค้าจากต่างประเทศ    

       ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายประสาท สมจิตรนึก ผอ.อาวุโส ธปท.สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แถลงแนวโน้ม เศรษฐกิจอีสานไตรมาส 4 ว่า ครัวเรือนเกษตรกรรมและนอกเกษตรกรรมฟื้นตัว ในขณะนี้ที่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและคู่ค้า ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศยุโรป  มีการขยายตัวดี แม้จะชะลอลงบ้าง รวมไปถึงการจ้างงานโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

       ภาครัฐขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและมีมาตรการสนับสนุนกลุ่มฐานรากอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยเสี่ยงที่กลุ่มนักลงทุนต้องจับตานั้นคือ มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐและการตอบโต้ของประเทศคู่ค้ารวมถึงการหาตลาดใหม่ของประเทศที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาภัยแล้งในบางพื้นที่และหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงยังเป็นปัจจัยกดดันการบริโภคอีกด้วย

      นายประสาท กล่าวยังได้กล่าวถึงเศรษฐกิจไตรมาส3 / 61 ที่ผ่านมาว่า ขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนตามกาลอุปโภคบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัว ทั้งการใช้จ่ายสินค้าคงทนและสินค้าในชีวิตประจำวัน โดยปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อจากรายได้ครัวเรือนภาคเกษตร

      นอกภาคเกษตรที่อยู่ในเกณฑ์ดี การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว ทั้งหมวดการก่อสร้างและหมวดเครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่อง อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ

 

      ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯที่มีการเบิกจ่ายสูงในปีก่อน ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ตามราคาขายปลีก น้ำมันเชื้อเพลิง อัตราการว่างงานปรับลดลง เงินฝากและสินเชื่อคงค้างของสถาบันการเงินชะลอลงจากไตรมาสก่อน

      การลงทุนของภาคเอกชนขยายตัวมากขึ้นกว่าไตรมาสที่แล้วค่อนข้างมาก ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่องและเน้นไปที่กลุ่มการลงทุนที่ต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมาคือ กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทนและกลุ่ม แปรรูสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะน้ำตาล

     นายประสาท กล่าวว่า อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรยังขยายตัวดี โดยไตรมาสที่ 3 สูงถึงร้อยละ 5.9 ตามปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาดอย่างมาก ส่วนอัตราเงินเฟ้อนั้นปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ร้อยละ 1.48 และอัตราของการว่างงานนั้นลดลงจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ร้อยละ 0.6

      อย่างไรก็ดีการขยายตัวขึ้นของภาพรวมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะในเรื่องของมาตาการภาครัฐช่วยสนับสนุนรายได้ของกลุ่มฐานรากที่มีมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเรื่องของมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน

      สินเชื่อเพื่อลดต้นทุนปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร โครงการไทยนิยมยั่งยืน โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรายย่อยและโครงการขยายเวลาชำระหนี้ให้กับเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส.และมาตรการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว และปรับปรุงคุณภาพข้าวกับเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวนาปี

Facebook Comments