ครม.ประยุทธ์ 2 ต้องให้ความสำคัญกับกระทรวงศึกษาธิการ

      น่าเสียดายที่ช่วงระยะเวลาเขียนต้นฉบับนี้ยังไม่เห็นหน้า ครม.ประยุทธ์ 2 หลังจาที่อภิปรายขับเคี่ยวกันเฟ้นหาตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ (5 มิถุนายน 2562) ซึ่งถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของการเมืองไทย ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2560 ที่เขียนออกมาอย่างพิศดารที่ไม่เคยมีประเทศใดเคยทำมาก่อนโดยลอกเอา รธน. จากหลายประเทศมาผสมกันเป็นฉบับมีชัยอย่างที่ผู้คนทั้งประเทศปรากฏอยู่เล่นเอาผู้สอนกฎหมายรัฐธรรมนูญแต่ละมหาวิทยาลัยหลายสถาบันต้องปวดหัวไปตาม ๆกันว่าจะอธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจบทบาทความหมายและที่มาของแต่ละตังอักษรแตกต่างกันไป เอาแค่คำว่า“เจ้าหน้าที่ของรัฐ” คำเดียวท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติก็ตีความกันไปต่าง ๆนา ๆเพราะคนที่จะถูกตีความตามคำนิยามศัพท์ดังกล่าวนี้จะต้องมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทยรวมถึงนิยมศัพท์อื่น ๆ เช่น “เผด็จการประชาธิปไตย” เป็นต้น ก็เลยไม่รู้ว่าท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย จะให้เด็กรุ่นลูกรุ่นหลานเขาเข้าใจการบ้านการเมืองไทยไปในทิศทางไหนเมื่อผู้ใหญ่ในบ้านเมืองพากันเดินคนละทิศทาง

            แต่ยังไงก็ตามอย่างน้อย ๆเมื่อคืนนี้ก็ได้ข้อสรุปชัดเจนว่าผู้ที่ชนะโหวตในรัฐสภาเมื่อคืนนี้คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปกลายเป็น กลายเป็น ครม.ประยุทธ์ 2 หลังจากนี้ก็จะไปฟอร์มทีม ครม. ประยุทธ์ 2 ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ซึ่งจริง ๆก็พูดคุยฟอร์มทีมกันมาหลายสัปดาห์แล้วหลายกระทรวงก็เริ่มเห็นหน้ารัฐมนตรีกันบ้างแล้ว ยกเว้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ที่โยนกันไปมาระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคประชาธิปัตย์ถูกโยนกันไปมาอย่างน่าสงสารที่ไม่มีพรรคใดต้องการทั้ง ๆที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นพรรคอันดับ 1 ที่หลายประเทศมีการยกให้เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารประเทศถึงขนาดประกาศว่าผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องผ่านการบริหารงานตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมากล่นด้วยซ้ำอาทิ เช่น เพื่อนบ้านเราไม่ใกล้ไม่ไกลรั้วชิดติดกันอย่างมาเลเชียได้ประกาศออกจากปากของปู่ดร.มหาเช นายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเชียเมื่อ 20กว่าปีผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังให้ความสำคัญกับกระทรวงศึกษาธิการมาเป็นอันดับ 1 ถึงขนาดประกาศเป็นนโยบายด้วยซ้ำมาเลเชียต้องขยับอันดับการศึกษามาเลเชียขึ้นแซงหน้าสิงคโปร์ให้ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้รวมไปถึงเวียตนามซึ่งกำลังตามแซงสิงคโปร์มาติด ๆเช่นกัน

            ดังนั้นประเทศไทยทำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องให้ความสำคัญกับคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้มากกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งทหารบก ทหารเรือและหมอ มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกาธิการไม่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการทางด้านการศึกษามาก่อนจึงทำให้การปฏิรูปการศึกษาไทยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาผิดฝาผิดตัวดังที่ประชาชนทั้งประเทศโดยเฉพาะเพื่อน ครู อาจารย์ ทั้งประเทศได้ประสบพบมาถึงขนาดครูทั้งประเทศได้รวมตัวแต่งชุดดำประท้วงเดินไปมอบหนังสือประท้วงคัดค้านแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลในชุดที่ผ่านมา

          อย่างน้อย ๆคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครั้งนี้ ขอให้มีประสบการณ์ทางด้านความเป็นครู อาจารย์หรือมีประสบการณ์ทางด้านการบริหารการศึกษามาบ้างก็ยังดีกว่าให้นายทหารหรือนายแพทย์มานั่งบริหารทางด้านการศึกษาอย่างที่ผ่าน ๆมานะครับ

บทความโดย: ดร.เพิ่ม  หลวงแก้ว เลขาธิการมูลนิธิครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

Facebook Comments