หนองคายแถลงความพร้อมจัดงานออกพรรษา/บั้งไฟพญานาคโลก

จังหวัดหนองคาย พร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วงงานประเพณีออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2565 โดยเฉพาะในวันที่ 10 ตุลาคม 2565 ที่คาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมปรากฏการณ์ “บั้งไฟพญานาค” เป็นจำนวนมาก

ที่ลานวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขง พญานาคคู่ หน้าวัดลำดวน ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย นายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , พ.ต.อ.สกล สิทธิวิชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ,นายแพทย์ปิยะเดช วลีพิทักษ์เดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย , นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี ร่วมแถลงข่าวงานประเพณีออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2565

นายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า งานประเพณีออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลก ถือเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวจังหวัดหนองคาย ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดหนองคายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันออกพรรษา ขึ้น 11 ค่ำเดือน 11 ที่จะมีปรากฎการณ์ “บั้งไฟพญานาค” เกิดขึ้น ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม 2565 มีการจัดกิจกรรมหลากหลายกิจกรรม ตามอำเภอที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขงเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 – 18 ตุลาคม 2565 อาทิเช่น พิธีบวงสรวงและรำบวงสรวงบูชาพญานาค , การไหลเรือไฟ , การลอยกระทงกาบกล้วย , การลอยกะโป๋ไฟจำนวนกว่า 5 หมื่นอัน , การแข่งเรือยาว , การแสดงแสงสีเสียง ความเป็นมาของแม่น้ำโขง วิถีชีวิตคนลุ่มน้ำโขง ตำนานบั้งไฟพญานาค และประเพณีออกพรรษาลุ่มน้ำโขง , พิธีบวงสรวงเจ้าแม่สองนาง , พิธีบวงสรวงพระธาตุกลางน้ำ , พิธียกฉัตรพระธาตุหล้าหนอง (พระธาตุกลางน้ำจำลอง) , กิจกรรมตักบาตรเทโวโรหนะ , กิจกรรมถนนอาหาร , กิจกรรมถนนคนเดิน , กิจกรรมแข่งเรือประเพณี และกิจกรรมชกมวยแมกไม้มวยไทย เป็นต้น อีกทั้งในปีนี้ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาเป็นครั้งแรก คือการจัดงานเทศกาลออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคสองฝั่งโขง เชื่อมความสัมพันธ์ ไทย – สปป.ลาว อีกด้วย

นายแพทย์ปิยะเดช วลีพิทักษ์เดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า แม้ว่าจะมีการประกาศในโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นและมีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ แล้ว แต่ก็ขอความร่วมมือให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีการปฏิบัติตามมาตรการทางด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการอยู่ในสถานที่ชุมชนหรือสถานที่เสี่ยง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคฯในระลอกใหม่ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าคนไทยส่วนใหญ่นั้นมีความเคยชินในการสวมหน้ากากอนามัย แม้ว่าจะไม่ได้เป็นมาตรการในการบบังคับแล้ว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะนอกจากจะป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แล้วยังเป็นการป้องกันโรคที่ติดต่อทางระบบหายใจอื่น ๆ ได้อีกด้วย

ทางด้าน พ.ต.อ.สกล สิทธิวิชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว และการอำนวยความสะดวกในเรื่องของการจราจรนั้น ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายจะมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการในทุกอำเภอ โดยเฉพาะในวันที่ 10 ตุลาคม 2565 ที่คาดว่าจะมีปรากฎการณ์ “บั้งไฟพญานาค” เกิดขึ้น คาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมปรากฎการณ์ “บั้งไฟพญานาค” เป็นจำนวนมาก ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ได้มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรไว้กว่า 500 นายไว้ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร อีกทั้งได้มีการประสานกำลังกับหน่วยงานราชการอื่นตามแนวแม่น้ำโขง เพื่อดูแลความปลอดภัยตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งในส่วนของการจราจรนั้นจะได้ร่วมกับทุกฝ่ายวางมาตรการในการจัดการการเดินรถ การระบายรถ การบังคับใช้กฎหมาย และมีการเปิดเส้นทางเดินรถทางเดียวในช่วงเวลาที่กำหนด

นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี กล่าวว่า ในแต่ละปีจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและชมปรากฎการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ที่จังหวัดหนองคาย เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีการสร้างรายได้ให้กับจังหวัดหนองคายปีละหลายร้อยล้านบาท จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชายไทยและชาวต่างชาติ มาสัมผัสปรากฎการณ์แห่งความศรัทธาและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในงานประเพณีออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลก โดยเฉพาะกิจกรรมที่เป็นสิริมงคลกับชีวิต และสามารถเดินทางท่องเที่ยวตามความเชื่อ ความศรัทธาในเรื่องของพญานาคได้อีกหลายแห่งในจังหวัดหนองคาย.

แสดงความคิดเห็น