โคราชลุยตรวจควันดำรถยนต์ จับปรับจริง !! ลดมลพิษ PM 2.5 มุ่งเป็นเมืองอากาศสะอาด

โคราชลุยตรวจควันดำรถยนต์ จับปรับจริง ลดมลพิษ PM 2.5 มุ่งเป็นเมืองอากาศสะอาด ในโครงการ“ รัฐเข้มตรวจจับ ปรับจริง –ห้ามใช้รถควันดำ ”

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ธันวาคม ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ นายอำเภอเมือง จ.นครราชสีมา พร้อมนายธนัญชัย วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปรมกมล ผกก.สภ.เมือง นครราชสีมา และนายปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไปเดอะมอลล์ โคราช ร่วมจัดกิจกรรม Kick Off “ รัฐเข้มตรวจจับ ปรับจริง –ห้ามใช้รถควันดำ ” โดยมีเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กอ.รมน.จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา และเทศบาลนครนครราชสีมา เข้าร่วมตรวจการตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ดำเนินกิจกรรม “ตรวจจับควันดำจากยานพาหนะ” ในพื้นที่อำเภอต่างๆ ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรสายหลักของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะเครื่องยนต์ดีเซลที่ปล่อยระบายค่าควันดำเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด รณรงค์และกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบ ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนหรือ PM 2.5 โดยได้กำหนดเป้าหมายตรวจจับควันดำจากเครื่องยนต์ดีเซลให้ได้จำนวน 30-50 คันต่อวัน และมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2565 – วันที่ 31 มีนาคม 2566

นายบัลลังก์ ฯ นายอำเภอเมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมา เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีสภาพการจราจรหนาแน่นโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางบก เป็นเส้นทางสัญจรไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในแต่ละวันจึงมียานพาหนะสัญจรผ่านไปมาภายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นจำนวนมาก จากการที่รัฐบาลกำหนดให้ปัญหาผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เป็นวาระแห่งชาติ จังหวัดนครราชสีมาได้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงร่วมเป็นพื้นที่เป้าหมายนำร่องดำเนินโครงการเฝ้าระวัง ติดตามตรวจสอบ และควบคุมมลพิษทางอากาศด้านการขนส่ง ประกอบด้วยกิจกรรมการตรวจจับควันดำจากยานพาหนะขนส่งทางบก ซึ่งก่อนที่จะบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนจึงกำหนดนโยบายให้หน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา นำร่องดำเนินโครงการโดยนำรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลของทางราชการและรถยนต์เจ้าหน้าที่เข้าตรวจวัดควันดำเพื่อให้มีการนำรถยนต์ที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานไปซ่อมบำรุงรักษาให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีค่าควันดำที่ระบายออกจากท่อไอเสียเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด การตรวจจับควันดำ และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จับจริง ปรับจริง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ต่อไป

ด้าน นายธนัญชัย ฯ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม ของทุกปี ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการสุขภาพอนามัยและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนที่ทั่วทุกภูมิภาค จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา ในเดือนพฤศจิกายน-เมษายน ปี 2563-2565 โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษพบว่า ในปี 2563 มีจำนวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนเกินค่ามาตรฐาน (51-90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) สูงถึง 40 วัน คิดเป็นร้อยละ 21.98 ของช่วงเวลาดังกล่าว ในขณะที่ปี 2564 และ 2565 มีจำนวนวันที่เกินค่ามาตรฐานเท่ากับ 32 และ 19 วัน ตามลำดับ ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการสันดาปของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล จากสถานการณ์ดังกล่าว นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้มอบนโยบายให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ ที่ 1-16 ทุกแห่งทั่วประเทศ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดในการตรวจวัดควันดำที่ระบายออกจากท่อไอเสียของรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับรถยนต์ที่มีค่าควันดำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้นำไปสู่การควบคุมป้องกันมลพิษดังกล่าว และเป็นการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการคุณภาพอากาศ ดังคำขวัญเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธันวาคม ของทุกปี

ข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าทั่วทุกภาคของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือที่เรียกกันว่าฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น จนกระทั่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่การควบคุมที่แหล่งกำเนิด ได้แก่ การดูแลรักษาเครื่องยนต์ คุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงและการสันดาป ตลอดจนการควบคุมการระบายควันดำที่ปลายท่อไอเสียของรถยนต์ เป็นต้น ทั้งนี้ รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งมีผลการตรวจวัดค่าควันดำเกินมาตรฐานพนักงานเจ้าหน้าที่จะติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้ยานพาหนะซึ่งถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง โดยเจ้าของรถยนต์จะต้องนำรถไปจัดการแก้ไขหรือซ่อมบำรุงภายในระยะเวลา 30 วัน และนำหลักฐานไปขอยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ ณ จุดยกเลิกคำสั่งตามที่ทางจังหวัดนครราชสีมากำหนด

 

นคราชสีมา/เกษม ชนาธินาถ 086 6486006

แสดงความคิดเห็น