หนุ่มวัย 25 ปี ผู้ป่วยจิตเวช ชาว ต.บ้านถ่อน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ไม่กินยามาระยะหนึ่ง ยืมจักรยานยนต์ของคนภายในบ้านจะไปขับเล่น แม่เป็นห่วงไม่ให้ คลั่งคว้ามีดพร้าความยาวกว่า 2 เมตรออกไปวิ่งทำร้ายชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมกว่าครึ่งชั่วโมง ก่อนทิ้งมีดแล้ววิ่งฝ่าวงล้อม เจ้าหน้าที่วิ่งติดตามเป็นระยะทางกว่า 2 กม. ก่อนควบคุมตัวไว้ได้ และนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไป ด้านเจ้าหน้าที่ฝากประชาสัมพันธ์ ครอบครัวใดที่มีผู้ป่วยจิตเวช ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำประวัติไว้ และหากเกิดเหตุคลุ้มคลั่งอย่าระงับเหตุเอง เพราะอาจจะเกิดอันตรายและเกิดการสูญเสียได้


เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.วันนี้ (13 ม.ค. 66) ร.ต.ต.นิรุส พุ่มไพจิตร รอง สวป.สภ.ท่าบ่อ รับแจ้งจาก นายชินวัฒน์ โคตรชมภู ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านถ่อนโพธิ์ศรี ต.บ้านถ่อน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย และจาก นายช่วย โคตรชมภู กำนันตำบลบ้านถ่อน ว่ามีเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดไล่ทำร้ายชาวบ้าน หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.บุญสนอง สามารถ รอง สว.สส.สภ.ท่าบ่อ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่าบ่อ รุดออกไปยังที่เกิดเหตุ


เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุพบนายจิรเดช สุระเสียง อายุ 25 ปี ที่อยู่ 77 หมู่ 7 ต.บ้านถ่อน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย กำลังถือมีดพร้ายาวกว่า 2 เมตรกวัดแกว่งอยู่บนถนนในหมู่บ้าน เมื่อนายจิรเดช เห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้วิ่งเข้าไปในบ้านของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าล้อมบ้านที่นายจิรเดชเข้าไปหลบซ่อนอยู่ นายจิรเดช ก็ได้วิ่งไปเข้าไปในบ้านชาวบ้านอีกหลังที่อยู่ใกล้กัน เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมเพราะเกรงจะเกิดอันตรายกับชาวบ้าน จากนั้นก็ได้พยายามเกลี้ยกล่อมใช้เวลาเกลี้ยกล่อมกว่าครึ่งชั่วโมง แต่นายจิรเดชไม่สนใจพูดจาวกวน ว่าจะมีคนมาทำร้ายร่างกาย


ต่อมานายจิรเดช ได้ทิ้งมีดและวิ่งฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ที่เตรียมอุปกรณ์พร้อมอยู่แล้ว ก็ได้วิ่งไล่ติดตามเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร จนสามารถจับตัวได้บริเวณหน้า รพ.สต.บ้านถ่อน


เบื้องต้นจากการสอบถาม นางบุญกอง สุรเสียง อายุ 45 ปี แม่นายจิรเดช ทราบว่าลูกชายป่วยจิตเวชต้องกินยาประจำ และในอดีตเคยเสพยาแต่เลิกแล้ว แต่เนื่องจากเสพยามากจึงทำให้มีอาการทางประสาท เคยส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ พอกลับมาก็ต้องกินยา แต่เมื่อไม่กินยาก็จะมีอาการแบบนี้ ก่อนที่ลูกชายจะคลุ้มคลั่ง ได้ขอยืมจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ในบ้านไปขับขี่เล่น แต่ตนเห็นว่าลูกชายไม่ค่อยปกติจึงได้ห้ามไว้ ทำให้ลูกชายคลุ้มคลั่งวิ่งไปคว้ามีดพร้าที่อยู่ภายในบริเวณบ้าน แล้ววิ่งออกไปที่ถนนในหมู่บ้าน จนต้องแจ้งผู้ใหญ่บ้านและกำนันให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ามาระงับเหตุ


โดยเจ้าหน้าที่ฝากประชาสัมพันธ์ ครอบครัวใดที่มีผู้ป่วยจิตเวช อย่าปกปิดข้อมูล ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำประวัติเอาไว้ ซึ่งขณะนี้จังหวัดหนองคายจะมีการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมแล้ว และหากเกิดเหตุคลุ้มคลั่งอย่าระงับเหตุเอง เพราะอาจจะเกิดอันตรายและเกิดการสูญเสียได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายจิรเดช ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ ก่อนจะส่งไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ต่อไป.

แสดงความคิดเห็น