ผู้การอุดรแถลงคืนรถปิคอัพให้สาวอุดรหลังถูกหนุ่มร้อยเอ็ดเข้ามาตีสนิทหลอกสร้างความสงสารก่อนขโมยรถไปขาย

ผู้การอุดรแถลงคืนรถปิคอัพให้สาวอุดรหลังถูกหนุ่มร้อยเอ็ดเข้ามาตีสนิทหลอกสร้างความสงสารก่อนขโมยรถไปขาย

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

******เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 มกราคม 2566 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ปริวัฒน์ สัจจาพันธ์ ผกก.สภ.ทุ่งฝน พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สภ.ทุ่งฝน ร่วมกันแถลงข่าวผลการติดตามรถปิคอัพ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้แชมป์ รุ่นพรีรันเนอร์ ทะเบียน ผค 9160 อุดรธานี ของนางสาว พงศ์พันธ์ นารถสิทธิ์ อายุ 38 ปี ชาว อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี ที่ถูกนายจิรายุ ศิลาวนิช หรือเต้ย อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 48 ม.4 ต.ดอกไม้ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ที่ใช้อุบายหลอกผ่านสื่อโซเชียล ติ๊กต็อก ก่อนลักขโมยไปในช่วงกลางคืนวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา พร้อมกับมอบรถยนต์คันดังกล่าวคืนให้กับผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายได้กล่าวขอบคุณตำรวจที่สามารถติดตามรถกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว

*******พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังนายเต้ยฯ หลอกผู้เสียหายสำเร็จ และขับรถของกลางนำไปขายในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา 160,000 บาท หลังจากนั้นตำรวจสืบสวน สภ.ทุ่งฝน ได้ประสานงานไปยัง ศปจร.ภ.4 จนทราบว่ารถยนต์ที่ถูกลักไปนำไปขายให้นายชาตรี เอี่ยมพิทักษ์พร หรือเสี่ย เต๋าแปดริ้ว อายุ 41 ปี เจ้าของร้าน ทีแอนด์เอ เซอร์วิส บอดี้พาร์ท จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสานงานไปยัง พ.ต.ท.วันชัย ประถม รอง ผกก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา เข้าตรวจค้นที่ร้าน พบป้ายทะเบียน และเอกสารรถยนต์ที่เคยรับซื้อจำนวนมาก

******ซึ่งเป็นทเบียนและเอกสารการครอบครองรถที่ติดไฟแนนท์ โดยนายชาตรีฯให้การรับสารภาพว่ารับซื้อรถปิคอัพจากนายจิรายุฯหรือเต้ย จริง ก่อนติดต่อให้นายทุนนำไปขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน (พม่า) และทราบว่ารถของกลางกำลังจะข้ามเขตแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ตำรวจจึงได้กดดันนายชาตรีฯอย่างหนัก จนขบวนการโจรกรรมรถยนต์ ยอมนำรถของกลางมาจอดทิ้งไว้ในปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.วังตะเคียน อ.เมืองฉะเชิงเทรา ตำรวจจึงเข้าทำการตรวจยึด และติดต่อผู้เสียหาย

*******โดยการส่งตำหนิรูปพรรณรถ และสิ่งของภายในรถ โดยเฉพาะพวงกุญแจรถที่ผู้เสียหายจำได้ ก่อนที่ ตำรวจสืบสวน สภ.ทุ่งฝน เดินทางไปรับรถกลับมาคืนผู้เสียหาย และดำเนินคดีกับนายชาตรีฯ หรือเสี่ยเต๋า ในข้อข้อหา “รับซื้อของโจร” ควบคุมตัวขยายผลดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนนายจิรายุฯ หรือเต้ยคนร้ายที่ก่อเหตุ ตำรวจ สภ.ทุ่งฝน ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดอุดรธานี ที่จ.4/2566 ในข้อหา”ลักทรัพย์ในเวลากล่างคืน” และหากใครพบเห็นนายจิรายุฯหรือเต้ย

*****พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยต่อว่า ส่วนประวัติอาชญากรรมของนายจิรายุฯหรือเต้ยนั้น เคยถูกตำรวจหลายพื้นที่จับกุมในข้อหา “ลักทรัพย์รถยนต์” โดยใช้กลอุบายต่างๆ และตามบริษัทรถเช่า เมื่อเช่ารถไปแล้วก็เชิดไปขาย โดยเริ่มก่อเหตุตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา เมื่อพ้นโทษออกมาก่มีพฤติกรรมเช่นเดิมโดยไม่ยอมเข็ดหลาบ และเปลี่ยนชื่อจากเดิมคือ นายสถาพร ชะงายกลาง เป็น นายจิรายุ ศิลาวนิช และมาก่อเหตุครั้งนี้ จึงฝากประชาสัมพันธ์ หากใครพบเห็นนายจิรายุฯหรือเต้ย ที่ยังมีพฤติกรรมใช้อุบายต่างๆก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อผ่านทางสื่อโซเชียล ให้ช่วยโทรแจ้ง 191 หรือแจ้งตำรวจในพื้นที่ทุกสถานี

*******น.ส.พงศ์พันธ์ นารถสิทธิ์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนรู้จักนายจิรายุ หรือ “เต้ย” ในติ๊กต็อก จุดเริ่มต้นเห็นเขาโพสต์ว่าเขาท้อแท้ในชีวิต เกิดมาตัวคนเดียว พ่อแม่ก็ตาย พี่สาวก็ตายโดนฆ่า จะปรึกษาพี่น้องก็ช่วยเหลือไม่ได้ ก็เลยไปคอมเมนต์ให้กำลังใจ ต่อมาเขาก็ทักมาบอกว่า ทำไมพี่ใจดีจัง ผมไม่มีที่ไป เขาก็บอกอีกว่า ขอเป็นแฟนคบกันดีไหม ตนก็เลยบอกว่า ไม่ได้หรอก ยังไม่อยากมีใครอีก

*******”เขาก็บอกว่า ถ้างั้นขอไปเยี่ยมบ้านได้ไหม ก็บอกไปว่า อย่ามาเลยปีใหม่มันยุ่ง จุดสงสารน้องเขาตรงนี้เขาส่งภาพเขาใช้เชือกคล้องคอเอาไว้และมีน้ำตาไหลด้วย แถมเขียนจม.ลาตายด้วยมีข้อความว่า ผมขอโทษที่ผมเป็นคนไม่ดี ตนก็เลยสงสารกลัวมีความทุกข์เกิดกับตนที่อาจจะทำให้มีคนตาย จึงตัดสินใจให้มาเยี่ยมบ้าน”

*******ต่อมาเขาบอกว่าไม่มีเงินก็เลยโอนให้ 5,000 บาทครั้งแรก เขาก็นั่งรถโดยสารมาพักในตัวเมืองจ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 2 ม.ค.66 ที่ผ่านมา พอเขามาถึงตอนนั้นตนไปเยี่ยมญาติที่ จ.กาฬสินธุ์ ก็รีบไปรับเขา แต่ตอนไปก็พาลูกสาวไปด้วย พอมาถึงบ้านช่วงเย็นก็พามานอนที่บ้านผ่านไป 1 คืน พอวันที่ 3 ม.ค.เขาบอกว่าอยากไปไหว้ปู่ศรีสุทโธคำชะโนด เพราะรู้สึกดวงไม่ดี ตนก็พาไป พอช่วงเย็นตนขับรถมอเตอร์ไซค์ไปธุระต่างหมู่บ้าน

*******”พอกลับมาบ้านไม่เห็นตัวเขาและรถยนต์ และเขาโทรมาบอกว่า ผมขอยืมรถไปธุระไม่เกิน 30 นาทีจะกลับมาโดยรถยนต์คันนี้ ตนซื้อด้วยเงินสด 550,000 บาท หลังจากไปทำงานที่เมืองนอกมา พอเขาเอารถไปแล้ว ต่อมาก็มีไลน์ของอีกคน คิดว่าเขาปลอมไลน์บอกว่า รถอยู่กับคนนี้ ผมขอโทษ นายเต้ยเป็นหนี้ 35,000บาท หากอยากได้รถยนต์ให้โอนเงินมา จึงตัดสินใจโอนไป 35,000 บาท ไปที่บัญชีนายเต้ย เขาก็บอกว่าจะเอามารถจอดไว้ตรงนี้ตรงนั้นนะ ไม่นานก็ทักมาขอเงินเพิ่มอีกหลายครั้งรวมเป็นเงิน ที่โอนไปให้นายเต้ย 106,800 บาท จนเงินในบัญชีของตนหมด จึงไปแจ้งความอายัดบัญชีของนายเต้ย และทราบว่าเงินแสนบาทกว่าบาท เขาเบิกออกไปเหลือเงินในบัญชีขอเขาเพียง 30,000 บาท”

*******น.ส.พงศ์พันธ์ ฯ เปิดเผยต่อว่า ตนอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ว่าคนดีกับคนโง่มันจะมีเส้นบางๆขั้นกลาง เป็นคนดีได้แต่อย่าเป็นคนโง่ อย่าใช้ความสงสาร เพราะมิจฉาชีพแฝงตัวมาทุกรูปแบบ ทีแรกจะมาในเชิงชู้สาวพอไม่เล่นด้วยเปลี่ยนมาเชิงสร้างความหน้าสงสาร และอยากเตือนผู้ใช้โซเชียล ว่าโซเชียลมีทั้งผลดีและผลเสีย คนที่ทำดีในโซเชียลก็มี และมิจฉาชีพก็เยอะ ไตร่ตรองให้มากๆ ช่วยได้ตามกำลัง อย่าเอาโจรเข้าบ้านเหมือนตน ตนก็ขอบคุณตำรวจและสื่อโซเชียลที่ ช่วยให้ตนได้ลูกชายคนเล็กคืนมา (รถยนต์) เพราะรักรถคันนี้เหมือนลูกชาย ซึ่งตนมีลูกสาว 2 คน รถคันนี้เป็นรถที่ตนซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

อุดรธานี อธิวัฒน์  พงศภัควิวัฒน์ 0627145169

แสดงความคิดเห็น