เกิดเหตุไฟไหม้รถบรรทุกอ้อย ที่บรรทุกอ้อยมาจากอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย จะไปส่งโรงงานน้ำตาลที่จังหวัดอุดรธานี โชคดีที่รถดับเพลิงฉีดน้ำดับได้ทัน ทำให้ไฟไหม้เสียหายเฉพาะบริเวณส่วนหัวของรถ ไม่ลุกลามไปยังอ้อยที่บรรทุกมา คาดเกิดจากระบบไฟลัดวงจร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เร่งให้ย้ายรถที่ไฟไหม้ออกจากผิวจราจร หวั่นเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

เกิดเหตุไฟไหม้รถบรรทุกอ้อย ที่บรรทุกอ้อยมาจากอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย จะไปส่งโรงงานน้ำตาลที่จังหวัดอุดรธานี โชคดีที่รถดับเพลิงฉีดน้ำดับได้ทัน ทำให้ไฟไหม้เสียหายเฉพาะบริเวณส่วนหัวของรถ ไม่ลุกลามไปยังอ้อยที่บรรทุกมา คาดเกิดจากระบบไฟลัดวงจร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เร่งให้ย้ายรถที่ไฟไหม้ออกจากผิวจราจร หวั่นเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
เมื่อเวลาประมาณ 17.15 น.วันนี้ (16 ม.ค. 66) ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีเหตุไฟไหม้รถบรรทุกอ้อย ที่ถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรฯ ฝั่งขาออก บริเวณใกล้แยกหมู่บ้านการเคหะแห่งชาติ ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย จึงได้ประสานไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุ สภ.เมืองหนองคาย จากนั้นศูนย์รับแจ้งเหตุ สภ.เมืองหนองคาย ได้รายงานผู้บังคับบัญชา และประสานรถดับเพลิงจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองหนองคาย , รถดับเพลิงเทศบาลตำบลโพธิ์ชัย , เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจักษ์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างคงคาธรรมสถาน


เมื่อเจ้าหน้ามาถึงพบบรรทุกพ่วง ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน 70-2244 บุรีรัมย์ ไฟกำลังลุกไหม้บริเวณส่วนหัวของรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและคนขับรถพยายามนำถังน้ำไปตักน้ำจากร่องน้ำที่อยู่บริเวณถนนมาดับไฟ แต่ไม่สามารถดับไฟที่กำลังลุกไหม้ได้ ต่อมารถน้ำหนองคายเจริญจักรกลที่มาถึงก่อนรถน้ำคันอื่น ก็ได้ฉีดน้ำดับไฟ ฉีดน้ำใส่บริเวณถังน้ำมัน และฉีดน้ำใส่อ้อยที่อยู่ใกล้กับส่วนหัวของรถ จากนั้นรถน้ำจากเทศบาลเมืองหนองคาย และจากเทศบาลตำบลโพธิ์ชัย ก็ได้มาถึง ก็ได้ระดมฉีดน้ำจนสามารถควบคุมเพลิงได้ โดยมีนายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้เดินมาดูการดับไฟด้วย


จากการสอบถามนายสมบัติ กาลวิบูลย์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี จ.อุดรฯ บอกว่า ได้นำรถบรรทุกไปบรรทุกอ้อยมาจาก บ้านหนองอั้ว ต.ทุ่งหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย โดยออกจากอำเภอโพนพิสัย เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. จนมาถึงที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงระเบิดที่บริเวณใต้ท้องรถ จึงได้นำรถชิดข้างทางแล้วเปิดประตูส่องดู พบกลุ่มควันและไฟกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็วเริ่มจากบริเวณแบตเตอรี่ ก่อนจะลามตามสายไฟมาที่บริเวณส่วนหัวของรถและในห้องโดยสาร ตนได้ลงจากรถนำถังน้ำไปตักน้ำที่ร่องน้ำข้างทาง นำมาดับไฟแต่ไม่สามารถดับได้ ประชาชนที่ผ่านมาจึงได้แจ้ง 191 จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถดับเพลิงมาช่วยดับไฟ


เบื้องต้นสาเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ น่าจะเกิดจากระบบไฟลัดวงจร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของไฟไหม้ที่แท้จริงต่อไป ในขณะที่นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ก็ได้สั่งการให้เร่งเคลื่อนย้ายรถที่ไฟไหม้ออกจากผิวจราจร เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุอยู่ใกล้จุดที่กำลังมีการก่อสร้างถนนและค่อนข้างมืด หวั่นเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนได้.

แสดงความคิดเห็น