ตัดผิดชีวิตเปลี่ยน”วงจรปิด”มัดตัวอดีตลูกจ้างการไฟฟ้ากลายเป็นโจรลักตัดสายไฟฟ้าชาวบ้านและบนเสาไฟฟ้า

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 พ.ต.ท.วีระพล มูลบัวภา สว.สืบสวน สภ.โนนสูง ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รอง สว.สืบสวน สภ.โนนสูง ด.ต.อิสรภาพ ชุมมวล ด.ต.ปารเมศ ไตรยาง ยางค์ ผบ.หมู่ งานสืบสวน สภ.โนนสูง ร่วมกันจับกุมนายมารุต มุทขอนแก่น หรือวัน อายุ 35 ปี ได้ที่บ้านพักเลขที่ 167 ม.1 บ.หนองบัว ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลาง สายไฟฟ้าสีดำ ยาว 3.40 ม. 2 เส้น สายไฟแบบคู่สีดำ ยาว 6 ม. 1 คู่ สายไฟคู่สีดำ ยาว 4.30 ม. สายไฟแบบเดี่ยวสีดำ ยาว 3.50 ม. 8 เส้น คีมตัดสายไฟ 2 ตัว อุปกรณ์ปีนเสาไฟฟ้า 1 คู่ และรถ จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีขาวแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยนายมารุตฯ ยังอยู่ระหว่างต้องคดีขโมยสายไฟฟ้าที่หนองประจักษ์ฯ อยู่ระหว่างการรายงานตัวต่อศาล ต้องใส่กำไลข้อเท้า หรือกำไล EM

สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2566 นายณัฏฐ์วัจน์ พลเวียง อายุ 35 ปี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชวนัย มารศรี รอง สว.สอบสวน สภ.โนนสูง ว่าถูกคนร้ายมาขโมยตัดสายไฟฟ้าที่บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 166/2 ม.4 ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี ฝั่งตรงข้ามกับ ตชด.24 อุดรธานี โดยมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน สามารถบันทึกภาพขณะคนร้ายก่อเหตุเอาไว้ได้ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.อุดรธานี 2 (นิตโย) ได้ไปทำซ่อมแซมจุดที่คนร้ายก่อเหตุ จึงทราบว่า สายไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ บริเวณใกล้กันก็ถูกตัดเสียหายไปด้วยเช่นกัน จึงส่งนิติกรเข้าแจ้งความเพิ่มเติม โดยการไฟฟ้าฯ ยืนยันว่าคนร้ายคือนายมารุตฯ อดีตลูกจ้างการไฟฟ้า ที่ลาออกไปแล้วนานกว่า 3 ปี ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัวพร้อมของกลางได้ที่บ้านพัก ก่อนนำตัวไป

นายวัน สารภาพว่า ตนเองเคยทำงานเป็นลูกจ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.อุดรธานี 2 (นิตโย) มานาน 10 ปี มีความชำนาญเรื่องไฟฟ้า เมื่อ 5 ปีก่อน ภรรยาได้ปันใจมีชายคนใหม่ หอบลูก 2 คน ชายหญิง กลับไปอยู่บ้านที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ระหว่างนั้นตนก็ตามไปง้องอน จนขาดงานนานกว่า 15 วัน ละอายใจจึงลาออกจากงาน และมาทำงานอยู่ที่ร้านรับซื้อของเก่า ริมทางรถไฟ หลัง รร.หนองบัว ทน.อุดรธานี ช่วงหลังร้านรับซื้อของเก่าปิดกิจการ ตนจึงตกงาน แต่นายจ้างได้มอบรถ จยย.มาให้ใช้ และเมื่อต้นปีที่แล้ว ตนได้ไปยืนดูตำรวจตรวจสอบเหตุลักสายไฟฟ้าในหนองประจักษ์ ตำรวจจึงจับกุมตน แต่ตนไม่ได้เป็นคนก่อเหตุ จึงปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และยังอยู่ระหว่างต่อสู้คดี จึงต้องใส่กำไล EM ที่ข้อเท้าซ้ายเอาไว้

“ โดยระหว่างสู้คดี ตนไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ไม่มีเงินใช้จ่าย จึงนำวัสดุเหล็กและเชือกมาดัดแปลงเป็นเกือกปีนเสาไฟฟ้า ออกตะเวนตามหาตัดสายไฟฟ้าตามสถานที่ต่างๆ เน้นเฉพาะสถานที่ร้างผู้คน หรือสายไฟฟ้าที่เป็นของการไฟฟ้าฯ ก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ภายใน 1 ปี ที่ผ่านมา จนมาถูกจับกุมได้ในครั้งนี้ ยอมรับว่าก่อเหตุจริง เพราะต้องการหาเงินมาใช้จ่ายประจำวัน และไปซื้อยาบ้ามาเสพ ตนติดเสพวันละ 2 เม็ด ในการก่อเหตุแต่ละครั้ง จะลอกสายไฟฟ้าเหลือแต่ทองแดงก่อนเอาไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า จะได้เงินครั้งละ 700-800 บาท ตอนนี้สำนึกผิดแล้ว หากพ้นโทษออกมาจะเลิกพฤติกรรมไม่ดี และจะหางานทำตามปกติ เพราะสงสารลูกทั้ง 2 คน ”

พ.ต.ท.วีระพล มูลบัวภา สว.สืบสวน สภ.โนนสูง เปิดเผยว่า สืบสวนจับกุมคนร้ายจากภาพวงจรปิด เพราะเมื่อนำหลักฐานไปให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าดูจึงทราบว่าเป็นอดีตลูกจ้าง จึงตามเข้าไปจับกุมได้ที่บ้านพัก และจากข้อมูลทางการไฟฟ้าระบุว่ามีการก่อเหตุลักตัดสายไฟฟ้าลักษณะนี้มากกว่า 30 จุด ทั่วพื้นที่เขต อ.เมืองอุดรธานี และทางการไฟฟ้าก็เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของคนร้ายรายนี้ ซึ่งก็ต้องทำสืบสวนสอบสวนอีกครั้ง เพราะคนร้ายรับว่าก่อเหตุเพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้น และหากการลงมือก่อเหตุของคนร้ายในครั้งนี้ ไม่ไปตัดสายไฟฟ้าของประชาชน จะไม่มีการแจ้งความ จะไม่มีภาพวงจรมามัดตัวคนร้าย ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีของการสืบสวน แต่เป็นโชคร้ายของผู้ก่อเหตุ เบื้องได้แจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการพาทรัพย์นั้นไป และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

แสดงความคิดเห็น