ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เปิดงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุพระธาตุบังพวน ประจำปี 2566 ที่วัดพระธาตุบังพวน จัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 1 – 5 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีน้อมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ (หัวเหน่า) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้คงอยู่สืบไป อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น


เมื่อช่วงเย็นวันนี้(1 กุมภาพันธ์ 2566) ที่วัดพระธาตุบังพวน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธีเปิดในพิธีเปิดงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุพระธาตุบังพวน ประจำปี 2566 ที่วัดพระธาตุบังพวน จัดให้มีขึ้น ในระหว่างวันที่ 1 – 5 กุมภาพันธ์ 2566 โดยมีพระราชรัตนาลงกรณ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์


พระธาตุบังพวนเป็นพระธาตุเจดีย์ที่เก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรล้านช้าง นับเป็นโบราณสถานที่สำคัญยิ่งของจังหวัดหนองคาย และเป็นพระธาตุที่สำคัญองค์หนึ่งของประเทศไทย พระธาตุบังพวนมีสถูปเจดีย์ทรงเรือนปราสาทสี่เหลี่ยมเป็นองค์ประธาน มีชื่อในศิลาจารึกว่า “พระธาตุบางพวนวรเจดีย์ศรีสัตตมหาสถาน” ภายในวัดมีกลุ่มพระธาตุต่าง ๆ อีก 15 องค์ มีวิหาร 3 หลัง อุโบสถ 1 หลัง และมีสระน้ำเป็นบ่อน้ำโบราญที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในราชสำนักล้านช้างโบราณจนถึงในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ก็มีพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ถวายถึง 4 ครั้ง และในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลปัจจุบันอีก 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ภายในบริเวณเดียวกันเรียกว่า “สัตตมหาสถาน” อันเป็นสถานที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาฯชณที่พุทธคยาประเทศอินเดีย ซึ่งสัตตมหาสถานที่สร้างขึ้นทั้งหมดทั่วโลกมีอยู่ 4 แห่งเท่านั้น คือที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย , ที่เมืองพุกาม ประเทศเมียนม่า , ที่วัดเจดีย์เจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่ และที่วัดพระธาตุบังพวน จังหวัดหนองคาย
ในทุก ๆ ปี วัดพระธาตุบังพวนจะจัดให้มีงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุพระธาตุบังพวน ขึ้นในระหว่างวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 เป็นเวลา 5 วัน 5 คืน

ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 1 – 5 กุมภาพันธ์ 266 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการจัดงานฯ เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีน้อมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ (หัวเหน่า) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้คงอยู่สืบไป เพื่อเป็นการส่งเสริมและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกของประชาชนในท้องถิ่นให้มีความภาคภูมิใจ มีความรักความหวงแหน ร่วมกันอนุรักษ์ทำนุบำรุงโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีของประชาชนในท้องถิ่นและสาธุชนทั่วไป อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงานของท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น

แสดงความคิดเห็น