ชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมอุดรฯ กรมทางหลวงสั่งรื้อบ้านสร้างรุกที่หลวงจะขยายถนนเข้านิคมอุตสาหกรรม

วันที่17 ก.พ. 66  ที่วัดประชาราษฎร์บำรุง บ้านโนนสูง ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ชาวบ้าน จำนวน 6 ราย ที่มีบ้านพักอาศัยและร้านค้าอยู่ริมถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้าตัวเมืองอุดรธานี   รวมตัวให้ข้อมูลกับทางผู้สื่อข่าว พร้อมพาไปดูจุดที่ทาง แขวงการทาง ทำการวัดเขตพ่นข้อความเขตพื้นที่ทางหลวง และปักเสาเขต ซึ่งมีการวัดทำสัญญาลักษณ์ จำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุด มีการวัดและมาพ่นสีกำหนดจุด เข้าไปในพื้นที่หลังกำแพงวัด และในตัวบ้าน

โดยเมื่อวันที่ 2 ก.พ.66 ได้มีเจ้าหน้าที่แขวงการทาง นำส่งหนังสือระบุว่าเป็นหมวดการทางชัยพร (ที่คค.0620/16/66)  ซึ่งเป็นหน่วยงานย่อยของกรมทางหลวง แจ้งว่าตามที่ชาวบ้านได้ปลูกสร้างอาคารร้านค้าหรือสิ่งอื่นใดในที่ดินเขตกรมทางหลวงของทางหลวงหมายเลข 2 ตอนโนนสะอาด-อุดรธานี บริเวณกม.441+000-441+500 ขาเข้าจังหวัดอุดรธานี ในท้องที่ตำบลโนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี  โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น

หมวดการทางชัยพร ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานรับผิดชอบในบริเวณดังกล่าว การกระทำของชาวบ้านดังกล่าวถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายมาตรา 47 วรรค 1 พ.ร.บ.ทางหลวงพ.ศ.2535 มีโทษทั้งจำและปรับ พร้อมกับระบุในท้ายเอกสารดังกล่าวว่า ให้ทำการรื้อถอน/ทำลาย/ขนย้าย/สิ่งปลูกสร้างให้พ้นเขตทางหลวงภายใน 30 วันทำการ  โดยหนังสือเอกสารดังกล่าวลงชื่อโดยนายศักดิ์สิทธิ์  ทิพยธร   หัวหน้าหมวดการทางชัยพ

หลังจากนั้นทางชาวบ้านและพระ  จึงได้นำเรื่องนี้มาคุยกันเพื่อหาทางแก้ไข ส่วนบางคนก็ได้ไปกู้ยืมเงินมาทำการรื้อหน้าบ้านของตนไปก่อนแล้วเพราะความกลัวว่าจะมีความผิด บางคนก็ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร เนื่องจาก การวัดครั้งล่าสุดได้ทำเครื่องหมายเข้ามา ในตัวบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ในการที่จะ รื้อตามที่ ทางการกำหนดไว้ จึงได้นัดพูดคุยและร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อขอความช่วยเหลือ จากเรื่องดังกล่าว

ต่อมาตัวแทนชาวบ้านบ้านโนนสูง ต.โนนสูง อ.เมืองจ.อุดรธานี ที่มีบ้านอยู่อาศัยอยู่ริมถนน หมายเลข 2(อุดรธานี-ขอนแก่น)  เดินทางไปที่ สนง.ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดอุดรธานี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี โดยมี นายธิปัตย์  ชูนันธ์  นิติกรชำนาญการพิเศษ  มารับหนังสือแทน นายเจษฎา  ปานนะถึก  ผู้อำนวยการศูนย์ฯ  ซึ่งติดราชการ หลังจากรับหนังสือแล้วได้แจ้งให้ตัวแทนชาวบ้านว่าจะรีบนำหนังสือร้องเรียนของชาวบ้าน นำเสนอ ต่อนายวันชัย  คงเกษม  ผวจ.อุดรธานี และจะแจ้งผลการดำเนินการให้ตัวแทนชาวบ้านให้ทราบผลภายในเวลา 7 วัน

น.ส.กนกวรรณ   โองขากาศ (099-6988108)  เปิดเผยว่า ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินสายอุดรธานี-ขอนแก่น บ้านโนนสูง ต.โนนสูง อ.เมืองจ.อุดรธานี หลายราย  ที่อยู่ในบริเวณที่จะมีการขยายพื้นที่ทำเป็นทางเข้านิคมอุตสาหกรรม อุดรธานี  ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการดังกล่าว เพราะชาวบ้านได้รับหนังสือราชการที่ระบุว่าเป็นหมวดการทางชัยพร แจ้งว่าชาวบ้านได้ปลูกสร้างอาคารร้านค้าหรือสิ่งอื่นใดในที่ดินเขตกรมทางหลวงของทางหลวงหมายเลข 2 ตอนโนนสะอาด-อุดรธานี ในท้องที่ตำบลโนนสูง อ.เมืองจ.อุดรธานี  โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น การกระทำของชาวบ้านดังกล่าวถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย มีโทษทั้งจำและปรับ พร้อมกับระบุในท้ายเอกสารว่า ให้ทำการรื้อถอน/ทำลาย/ขนย้าย/สิ่งปลูกสร้างให้พ้นเขตทางหลวงภายใน 30 วันทำการ

น.ส.กนกวรรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า พวกเราชาวบ้านเข้าใจดีว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวไม่มี น.ส.3 หรือโฉนด   แต่ชาวบ้านได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อก่อนหน้านี้เป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่รุ่น ปู่ ย่า พ่อแม่ ก็ตายไปจนหมดแล้ว  ซึ่งจากหนังสือแจ้งให้ชาวบ้านต้องย้าย รื้อ อาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่มีอยู่ในเวลานี้ออกไปให้พ้นเขตทางหลวงภายในเวลาเพียง 30 วัน เป็นการสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักมากให้กับชาวบ้าน  เพราะทุกวันนี้หาเงินก็อยาก ชาวบ้านอยู่อาศัยมานานแล้ว ลงทุนก่อสร้างด้วยเงินทุน  การจะย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน  การก่อสร้างใหม่ก็ต้องใช้เงินเป็นแสนๆ บาท  มีชาวบ้านบางคนที่ไม่รู้หนังสือก็เซ็นชื่อไป ต้องหยิบยืมเงินเสียดอกเบี้ยร้อยละ 5  มาเพื่อรื้อถอนบางส่วน

ที่ตัวแทนชาวบ้านมายื่นหนังสือร้องเรียนนี้ ต้องการให้ทางการช่วยเหลือเยียวยาหาทางออกที่ไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน  เพราะก่อนหน้านี้ทางหลวงก็ไม่เคยมาดูแล  เพราะชาวบ้านสร้างสิ่งปลูกหลังแนวเสาไฟฟ้าแรงสูง และได้ให้ความร่วมมือกับทางหลวงทุกครั้งที่แจ้งให้ชาวบ้านขยับถอยหลังพื้นที่ทุกครั้ง  และมีการวัดเขต ในแต่ละครั้งก็เปลี่ยนที่ตลอด ซึ่งก็เป็นเพียงบริเวณหน้าบ้าน แต่ครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนมาก เพราะแนวเขตขยายกินพื้นที่อาคาร บ้านอยู่อาศัยร้านค้าครึ่งหลัง 4-5 เมตร และให้รื้อถอนภายใน 30 วัน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องใช้เงินจำนวนเป็นแสนๆบาท

“พวกเราเข้าใจว่าพื้นที่บริเวณบ้านโนนสูง และใกล้เคียงเป็นที่ดินหลวง ไม่สามารถมีโฉนดได้ แต่พวกเราก็อยู่มาเป็นเวลาหลายสิบปี  และก็ไม่เคยมีทางการหน่วยงานใดๆมาบอกหรือแจ้ง ขับไล่ชาวบ้านให้ออกไปจากบริเวณดังกล่าว มันจะมาทำแบบฉุกละหุกเร่งรีบไม่ได้  มันเป็นความผิดชาวบ้านหรือของทางการที่ไม่มีการดูแล”

นายธิปัตย์  ชูนันธ์  นิติกรชำนาญการพิเศษศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า  หลังจากที่ชาวบ้านได้นำเรื่องความเดือดร้อนมาแจ้งกับทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี จะได้นำเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เพื่อแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ตามขั้นตอน ส่วนความคืบหน้าจะได้มีการทำเป็นลายลักษณ์อักษรถึงผู้ร้องและหน่วยงานให้ทราบ  ซึ่งจะเร่งดำเนินการในช่วงสัปดาห์นี้หนังสือจะออกถึงหน่วยงานในต้นสัปดาห์หน้า และจะติดตามเรื่องให้อีกทาง

แสดงความคิดเห็น