หน่วยงานรับผิดชอบยังเกียร์ว่าง!! ภายหลังสื่อมวลชนนำเสนอข่าวท่าทรายพื้นที่บ้านปากโสม ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย รุกป่าสงวนแห่งชาติป่าพานพร้าว ป่าแก้งไก่ พบยังคงขนทราย ดูดทรายปกติ สื่อตรวจสอบพบอยู่ในขั้นตอนขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต ผู้ประกอบการนำเครื่องจักรเข้าปรับพื้นที่ป่าทันที ชี้ความผิดชัดเจนจี้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมาย


ภายหลังชาวบ้านร้องท่าทรายนำเข้าทรายจาก สปป.ลาว ไม่ถูกต้อง จนนายอำเภอสังคมนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ผู้ประกอบการอ้างทรายที่นำขึ้นมาจากการขุดร่องน้ำ ไม่นำออกไปใช้ประโยชน์หรือจำหน่ายแต่อย่างใด นอกจากส่วนราชการที่มีความจำเป็นและต้องการทรายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ทางราชการ แต่ไร้เงาหน่วยงานเข้าตรวจสอบว่าไม่ถูกนำไปขายจริงพบทรายหายไปทุกวัน ชาวบ้านในพื้นที่โวยหายไปไหนหากไม่ถูกนำไปขาย สื่อมวลชนตรวจสอบพบบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนป่าพานพร้าว ป่าแก้งไก่ ทั้งๆที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ พบขณะเดินสำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนร่วมตรวจสอบอ้างที่ส่วนบุคคล จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพร้อมสั่งหยุดดำเนินการ


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา นายสมควร ใจซื่อ นายอำเภอสังคม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ศุลกากร ผู้นำท้องถิ่น นำสื่อมวลชนลงพื้นที่บริเวณ ท่าทราย บริษัท พันธมิตรค้ากรวดทราย 254 จำกัด บ้านปากโสม ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ตรวจสอบทรายที่นำเข้าจาก สปป.ลาว และทรายที่ขุดลอก หลังมีการร้องเรียนจากผู้ประกอบการสัมปทานบ่อทราย ตามมาตรา 9 สงสัยเป็นทรายที่นำเข้าไม่ถูกต้องขอให้มีการหยุดดำเนินการ และตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนก่อน สำหรับผู้ประกอบการขอนำเข้าทรายจาก สปป.ลาว ที่ได้รับอนุญาต มีจำนวน 3 ราย ในพื้นที่อำเภอสังคม อำเภอโพนพิสัยและอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย


จากการลงพื้นที่ได้มีตัวแทนผู้ประกอบการฯนำเจ้าหน้าที่เดินตรวจสอบ พบมี ทรายจำนวนมากกองอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จำนวน 2 กอง ทรายกองที่ 1 เป็นทรายที่นำขึ้นจากการขุดร่องน้ำให้เรือสามารถแล่นเข้ามาได้ โดยมีการปักป้ายว่า “กองวัสดุจากการขุดลอก” และป้าย “ใบอนุญาตให้ขุดลอกร่องน้ำทางเรือเดินบริเวณหน้าท่าเทียบเรือ เลขที่ 33/2566” ไว้หน้ากองทราย และทรายกองที่ 2 เป็นทรายที่นำเข้าจาก สปป.ลาว ซึ่งมีรถแบคโฮ กำลังตักทรายใส่รถบรรทุก ส่วนในแม่น้ำโขงพบเรือดูดทราย จำนวน 1 ลำ จอดอยู่ดอนกลางแม่น้ำโขงฝั่ง สปป.ลาว และเรือบรรทุกทรายอีก 2 ลำ อยู่ร่องน้ำฝั่งไทย


โดยผู้ประกอบการนำเข้าทราย บอกว่า ทรายที่นำขึ้นมาจากการขุดร่องน้ำ จะไม่นำออกไปใช้ประโยชน์หรือจำหน่ายแต่อย่างได นอกจากส่วนราชการที่มีความจำเป็นและต้องการทรายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ทางราชการ ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย และระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนทรายที่นำเข้าจาก สปป.ลาว เป็นทรายที่นำเข้าอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน โดยมีเอกสารยื่นคำร้องต่อศุลกากรหนองคาย ซึ่งได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปตรวจสอบ ส่วนการนำเรือออกไปบรรทุกทรายและดูดทราย ก็จะมีการแจ้งพิกัดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบทุกครั้ง


ส่วนเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า ผู้ประกอบการรายดังกล่าวได้ยื่นเอกสารการขอนำเข้าทราย เอกสารคู่ค้าผู้ได้รับสัมปทานฝั่งลาว เอกสารการซื้อขาย และเอกสารอื่นครบถ้วน โดยมีการอนุญาตเป็นห้วงๆ ไป พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งหน่วยงานในจังหวัด อำเภอ ตำรวจ กกล. นรข. และกรมเจ้าท่า ในพื้นที่ เข้าไปตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ และอนุญาตให้ดำเนินการได้
ด้านผู้ประกอบการสัมปทานบ่อทราย ตามมาตรา 9 กล่าวว่า ตนเชื่อว่า การนำเข้าทรายจาก สปป.ลาว มาในพื้นจังหวัดหนองคาย เป็นการนำเข้าที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบและขอให้หยุดดำเนินการนำเข้าทรายไว้ก่อน จนกว่าการตรวจสอบจะมีความชัดเจน อีกทั้งตนไม่เห็นด้วยกับการที่จะต้องนำเข้าทรายจาก สปป.ลาว เนื่องจากประเทศไทยมีทรายเป็นจำนวนมาก ซึ่งมุมมองของผู้ประกอบการเชื่อว่า อาจสร้างความเสียหายระดับประเทศได้ จริงแล้วต้องไปแก้ข้อกำหนดทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการดูดทรายตามแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหือง ในการประชุมไทย-ลาว ที่เมืองพัทยา ปี 2551 ซึ่งทางประเทศไทยบังคับใช้มาโดยตลอด ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการดูดทรายของไทย ตามมาตรา 9 เริ่มปิดตัวลง และจะหมดไปในที่สุด เห็นควรมีการประชุมอนุกรรมการ ไทย-ลาว เพื่อแก้ข้อกำหนดทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการดูดทรายตามแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหือง ที่เมืองพัทยา ปี 2551 ผู้ประกอบการดูดทรายจึงจะสามารถดูดทรายตาม มาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินได้ จังหวัดหนองคาย ทรายก็จะไม่ขาดแคลนและราคาถูกกว่าการนำเข้า


ทั้งนี้จากการตรวจสอบเชิงลึกของสื่อมวลชนพบว่า การที่ผู้ประกอบการอ้างทรายที่นำขึ้นมาจากการขุดร่องน้ำ ไม่นำออกไปใช้ประโยชน์หรือจำหน่ายแต่อย่างได นอกจากส่วนราชการที่มีความจำเป็นและต้องการทรายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ทางราชการ แต่พบว่าไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาตรวจสอบเลย และพบทรายหายไปทุกวันจึงเกิดคำถามว่าทรายที่ขุดขึ้นมาหายไปไหน โดยยังพบอีกว่าเรือที่จะใช้ขนทรายจาก สปป.ลาว ยังไม่สามารถขนทรายเข้ามาได้ และผู้ประกอบการรายดังกล่าวนำทรายที่ไหนมาจำหน่ายจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างจริงจังให้เกิดความกระจ่าง ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้


โดยยังพบอีกว่าการดำเนินการของผู้ประกอบการท่าทรายรายดังกล่าวได้ทำการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าพานพร้าว ป่าแก้งไก่ แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากทางป่าไม้แต่อย่างใด แต่ได้ทำการปรับพื้นที่แผ้วทางพื้นที่ป่าไปแล้วซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมายชัดเจน และต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินสำรวจเพื่อออกใบอนุญาตไม่ยอมให้สื่อมวลชนเดินสำรวจด้วย โดยอ้างเรื่องพื้นที่ส่วนบุคคล ทั้งๆที่สื่อมวลชนมีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ โดยสื่อมวลชนจะได้ยื่นหนังสือถึงหน่วยงานทั้งระดับจังหวัดและส่วนกลางเพื่อลงมาตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป


ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2565 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.1 (สังคม) ได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพานพร้าวและป่าแก้งไก่ที่ถูกกลุ่มนายทุนเตรียมปรับพื้นที่ทำท่าทรายบุกรุกพร้อมแจ้งข้อกล่าวหากระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าอันเป็นการทำลายป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ,กระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ฐานยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย


ต่อกรณีดังกล่าว เมื่อพบว่าท่าทรายในพื้นที่บ้านปากโสม ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ได้บุกรุกแผ้วถางป่า เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนฯ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำความผิดกฎหมายเดียวกัน เหตุใดถึงไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ประกอบการท่าทราย ยังคงปล่อยให้ดำเนินการต่อทั้งๆที่ทำผิดกฎหมายชัดเจน
ชาวบ้านในพื้นที่เห็นว่ากรณีดังกล่าวกฎหมายเดียวกันแต่เหมือนผู้ประกอบการท่าทรายเหมือนกันถูกเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งในวันนี้ (3 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการท่าทรายยังคงดำเนินการขุดทราย ขนทรายโดยยังไม่มีการดำเนินการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด.

แสดงความคิดเห็น