สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 11 ทลายแหล่งลักลอบล้างถังสารเคมี ผงะมากกว่า 2 พันใบ ทำลายสิ่งแวดล้อมเขต อ.สูงเนิน โคราช

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 มีนาคม นายธนัญชัย วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมพลพิษที่ 11 จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบการปนเปื้อนสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งปรากฎว่ามีการลักลอบประกอบกิจการนำถังบรรจุสารเคมีที่ปนเปื้อนมาล้างและจำหน่ายกระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ และตรวจพบการปนเปื้อนสารโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพสะสมในดินและแหล่งน้ำซึ่งเป็นแหล่งรองรับน้ำเสียจากกิจการล้างถังบรรจุสารเคมีดังกล่าว ทั้งนี้ การประกอบกิจการล้างถังบรรจุสารเคมีที่นำมาจากภาคอุตสาหกรรม จะต้องดำเนินการโดยผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานที่มีระบบจัดการของเสียอย่างถูกต้องเท่านั้น และเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหา ได้รับมอบหมายภารกิจ นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ให้หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 – 16 ประสานความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำกับควบคุมการประกอบกิจการให้เป็นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ผลการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา นายบัญชา ขุนสูงเนิน ผู้อำนวยการส่วนตรวจและบังคับใช้กฎหมาย พร้อมนางสาวอัจฉรา อิ่มมณี นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ นายยศฐ์วพงศ์ วัชรมโนภาส นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ พร้อมกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.3บก.ปทส.) ตำรวจภูธรภาค 3 สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา อำเภอสูงเนิน และองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต.)มะเกลือเก่า เข้าตรวจสอบสถานประกอบการล้างถังบรรจุสารเคมี จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ผลการตรวจสอบสรุปได้ ดังนี้ 1. ตรวจพบภาชนะบรรจุสารเคมีพลาสติกขนาด 20 ลิตร ถึง 1,000 ลิตร และถังโลหะขนาด 200 ลิตร ในสถานประกอบการทั้งสองแห่ง มากกว่า 2,000 ใบ โดยผู้นำตรวจให้การว่ารับซื้อมาจากผู้มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ลำดับ 105 และ 106 ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และปทุมธานี
2. สถานประกอบการทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ สปก. ไม่พบใบอนุญาตค้าของเก่า และไม่มีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปทส. ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในข้อหาประกอบกิจการค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต
3. สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 จะดำเนินการตรวจสอบว่าสถานประกอบการทั้งสองแห่งเข้าครอบครองพื้นที่เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
4. ตรวจพบบ่อพักน้ำทิ้งจากการล้างถัง มีสภาพเป็นบ่อท่อซีเมนต์วงขอบ และบ่อดิน สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา จึงเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง และของเสียที่ตกค้างในภาชนะส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ จำนวน 7 ตัวอย่าง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินการทางกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฯเปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการล้างถังบรรจุสารเคมีและตรวจพบการกระทำความผิดกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถละเว้นได้ เพื่อป้อมปรามมิให้มีการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอีกต่อไป จึงมอบหมายให้ กองกำกับการ 3 (กก.3) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ดำเนินการตรวจยึดอายัดของกลาง และกล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในข้อหาประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และประกอบกิจการค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมหากผลการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการพบข้อบ่งชี้ว่าเข้าข่ายการครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ทั้งนี้ บก.ปทส.จะขยายผลดำเนินการสืบสวนหาแหล่งที่มาของถังบรรจุสารเคมี ประสานบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวัง สืบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิด ต่อไป
แสดงความคิดเห็น