พ่อหม้ายวัย 36 จมน้ำดับต่อหน้าน้าเขยขณะลงงมหอยในหนองน้ำ หลวงพ่อเคยทักดวงชะตาขาด

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 เมษายน 2566 ขณะที่ ร.ต.อ.พิพัฒน์ วันภักดี รอง สว.(สอบสวน)สภ.โนนสะอาด อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จ.อุดรธานี ว่ามีเหตุชายอายุ 35 ปี ลงงมหาหอยในหนองเตย อยู่บริเวณท้ายหมู่บ้านม่วงดง ม.4 ต.โคกกลาง หลังจากญาติลงงมหาร่างอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ แต่ก็ไม่พบร่าง เนื่องจากหนองน้ำมีความลึก 4-6 เมตร และมีความกว้างประมาณ 40 ไร่ จึงได้ประสานชุดประดาน้ำอาสากู้ภัยทางหลวง จุด อ.โนนสะอาด รุดไปตรวจสอบ ช่วยกันลงหาร่างอยู่ประมาณ 30 นาที

จึงพบร่างผู้ตายทราบชื่อภายหลังคือ นายสัจพงศ์ สุกุมาร อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 213 ม.4 ต.โคกกลาง อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 5 เมตร และอยู่ก้นหนองเตย ในความลึกประมาณ 4 เมตร สภาพศพสวมโม่งลายพรางสีเขียว สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีแดง และพบรอเท้าแตะสีเขียวของผู้ตายวางอยู่ริมฝั่งหนองเตย ตรวจสอบตามร่างกายในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย เสียชีวิตจากการจมน้ำมาประมาณ 2 ชั่วโมง ญาติไม่ติดใจ จึงนำศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.โนนสะอาด ก่อนมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

สอบถามนายบุญมา ไชยบุตรดี อายุ 59 ปี น้าเขยผู้ตาย เล่าว่า ช่วงสายวันนี้ ที่วัดได้จัดงานบุญเบิกบ้านในเทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย ภายในวัดประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบุญประเพณีที่ทำสืบทอดกันมาทุกปี ผู้ตายและตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันมา เพื่อจะไปร่วมงานบุญที่วัด ซึ่งเป็นวันสุดท้าย แต่พิธีงานบุญใกล้เสร็จแล้ว จึงรอให้พระสงฆ์ให้ศีลให้พรญาติโยมก่อน ถึงจะพากันเข้าไปในวัด ที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก โดยผู้ตายได้ฝากเงินให้ตนไปร่วมทำบุญ 20 บาท แล้วจะตามตนไปที่วัด

”จากนั้นผู้ตายบอกว่าจะลงไปหาหอยเล็บม้า เพื่อไปทำกับข้าวกิน และที่หนองน้ำมีเด็กพากันเล่นน้ำอยู่ริมฝั่ง 2-3 คน ซึ่งตนได้บอกเด็กน้อยว่าอย่าลงไปลึก เนื่องจากหนองเตยได้ถูกขุดลอกในโครงการอีสานเขียว เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา มีความลึกชันมาก ขณะหลานชายลงงมหาหอย ตนได้เห็นหญิงสาวขี่รถรถจักรยานยนต์ผ่านมา จึงหันหลังไปพูดคุยด้วยสักพัก พอหันกลับมาก็ไม่เห็นหลานแล้ว เมื่อถามเด็กน้อยที่เล่นน้ำอยู่ริมฝั่งบอกว่า เห็นผู้ตายดำน้ำลงไป ตนรออยู่สักพักก็ไม่เห็นโผล่ขึ้นสักที ตนจึงลงไปจมหาตั้ง 4-5 รอบ แต่ไม่พบ จึงไปตามคนมาช่วยลงงมอยู่นานนับชั่วโมง แต่ก็ไม่เจอ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางหลวงฯมาดำน้ำช่วยค้นหาจนพบ”

ด้าน น.ส.ภรณ์ทิพย์ สุมาร หรือปุ๋ย อายุ 32 ปี น้องผู้ตายเล่าว่า ตนกับพี่ชายอยู่ด้วยกัน 2 คน ส่วนพ่อป่วยเสียชีวิตไปนานแล้ว ส่วนแม่เพิ่งป่วยเสียชีวิตไปช่วงกลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา และเมื่อประมาณ 10 ปี ที่ผ่านมา พี่ชายได้แยกทางกับภรรยา มีลูกสาวฝาแฝดด้วยกัน แต่ก็ไปอยู่กับแม่ที่ จ.พิษณุโลกา หลังจากแยกทางกัน พี่ชายมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เป็นคนร่างเริง ดื่มสุราบ้างในบางโอกาส ช่วงต้นปี 2566 แม่และตนได้พาพี่ชายไปหาพระหลวงพ่อปลิว ที่วัดป่าบ้านกระเบื้อง ต.บุ่งแก้ว เพื่อรดน้ำมนต์สะเดาเคราะห์ แล้วหลวงพ่อได้ดูดวงพี่ชาย พร้อมกับทักว่าดวงชะตาขาด

 ”หลวงพ่อบอกว่า ถ้าพี่ชายอยู่เกิน 35 ปี หรืออยู่ครบปีนี้ คือรอด และหลังจากนั้นแม่ก็ป่วยเสียชีวิตไป เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่พี่ชายจะมาจมน้ำเสียชีวิต หลังจากที่หลวงพ่อทักมา คิดว่าหลังจากทำบุญเทศกาลสงกรานต์เสร็จ จะพาพี่ชายไปให้หลวงพ่อปลิว รดน้ำมนต์กับต่อดวงชะตาให้พี่ชาย แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว โดยตนมีความเชื่อเรื่องที่หลวงพ่อทักพี่ชาย เพราะตนเชื่อถือศรัทธาท่าน เพราะแม่พาไปทำบุญกราบไหว้อยู่เป็นประจำ และก่อนที่พี่ชายจะจมน้ำเสียชีวิตก็ไม่มีลางร้าย หรือลางสังหรณ์บอกเหตุล่วงหน้าเลย”…….

แสดงความคิดเห็น