หนุ่มช่างซ่อมจยย.สุดทนโดนตีนแมวพังฝาบ้านเข้าไปลักเงิน3ครั้ง แถมอึก้อนโตใส่โถส้วมไว้ให้ดูต่างหน้า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 เมษายน 2566 ขณะที่ พ.ต.ต.กฤษดา ชานนท์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ชื่อร้านช่างเปิ้ล เลขที่ 490 ซ.กำนัน ม.1 ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้เงินสดที่เก็บไว้ในถาดไป 200 บาท และสายชาร์จโทรศัพท์มือถือ 1 อัน โดยเจ้าของร้านแจ้งว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ในรอบ 2 เดือน จึงออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน


ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถว 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้พบ นายสมชาย พงษ์พิทักษ์ อายุ 44 ปี หรือช่างเปิ้ล ชาว ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี เจ้าของร้าน นำตำรวจตรวจสอบบริเวณกำแพงข้างบ้าน พบร่องรอยคนร้ายใช้ปืนขึ้นไปชั้น 2 ใช้เท้าถีบฝาบ้านที่ผุเป็นช่องมุดเข้าไปในบ้าน ที่ใช้ไม้อัดกั้นห้อง คนร้ายได้ใช้เท้าถีบด้านล่างข้างประตูจนเปิดออก เพราะผู้เสียหายใช้ไม้เนื้อแข็งตอกตะปูคัดประตูเอาไว้ ก่อนที่คนร้านจะมุดออกมาทางช่องผนังห้องเดินลงบันไดมาชั้นล่าง ที่เปิดเป็นร้านซ่อมจักรยานยนต์ ขโมยเงินเหรียญ 5 บาท 10 บาท และแบงก์ 20 บาท รวมประมาณ 200 บาท ที่อยู่ภายในกล่องขนมที่วางอยู่บนตู้กระจกสำหรับไว้ทอนให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ และสายชาร์จโทรศัพท์มือถือไป 1 อัน


จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครอุดรธานี ที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้ปากซอยกำนัน ที่อยู่ห่างจากร้นประมาณ 100 เมตร ซึ่งเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 19 เมษายน 2566 พบผู้ต้องสงสัย รูปร่างสันทัด สวมเสื้อผ้าสีทึบ เดินมาจากในซอยกำนัน แล้วเดินเข้าไปตรงข้างร้าน ซึ่งเป็นจุดที่ใช้ปีนกำแพงรั้วขึ้นไปถีบฝาบ้าน หลังก่อเหตุไม่พบคนร้ายออกมา คาดว่าคนร้ายหลบหนีไปทางด้านหลังร้าน ซึ่งอยู่ติดกับลานจอดรถของโรงแรม (คำเจริญ) ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนจะได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาเบาะแสติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


นายสมชาย หรือช่างเปิ้ล เล่าว่า ตนเช่าห้องแถวแห่งนี้เปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์มาเกือบ 20 ปี ไม่เคยมีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ เปิดร้าน 08.00 น. และปิดร้าน 19.00 น. ทุกวัน ช่วงหลังประมาณ 5 ปี ตนและครอบครัวไปนอนที่บ้าน และไม่มีคนนอนเฝ้าร้าน เพราะชั้น 2 ของตัวบ้านชำรุดทรุดโทรม แต่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดนโจรเข้ามาขโมยเงินแล้วถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกช่วงต้นเดือนมีนาคม 2566 คนร้ายปีนกำแพงรั้วข้างบ้าน แล้วงัดหน้าต่างเข้ามาขโมยเงินเหรียญไปประมาณ 100-200 บาท ตนก็ใช้ไม้อัดมาตอกตะปูปิดไว้


ครั้งที่ 2 คืนวันที่ 18 เมษายน 2566 คนร้ายปีนขึ้นไปทางเดิม แต่ครั้งนี้ใช้เท้าถีบฝาบ้านที่เป็นไม้ผุจนพังเสียหาย ก่อนมุดเข้าไปก่อเหตุขโมยเงินทอนที่ตนเก็บไว้ที่เดิมไปเกือบ 2,000 บาท และครั้งที่ 3 ช่วงกลางคืนวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา คนร้ายขโมยเงินทอนที่เดิมไปอีก 200 บาท แต่ครั้งนี้สุดเจ็บใจที่คนร้ายอึก้อนโตใส่ชักโครกในห้องส้วมหลังร้านไว้ให้ดูต่างหน้า แถมขโมยน้ำในตู้เย็นดื่มไป 1 ขวด แล้วทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าเช่นกัน ตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตักน้ำมาราดอึ เพราะเป็นอึก้อนโตและแข็ง จึงใช้เวลาลาดอึลงอยู่หลายนาที”


นายสมชาย หรือช่างเปิ้ล เล่าต่อว่า ที่แรกว่าจะไม่ไปแจ้งความ เพราะเป็นทรัพย์สินเล็กน้อย แต่สุดทนเพราะก่อเหตุติดต่อกัน 2 คืน แถมยังอึก้อนโตไว้ให้ตนดูต่างหน้าอีก จึงต้องแจ้งความให้ตำรวจติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และให้ติดคุกนานๆ เพราะก่อเหตุถึง 3 ครั้ง และอยากฝากถึงคนร้ายให้ไปหางานสุจริตทำ เพราะคิดว่าคงไม่ใช่คนพิการ มือเท้าคงปกติ เนื่องจากปีนกำแพงรั้วขึ้นไปถีบฝาบ้านได้ และคาดว่าโจรขี้ยา เพราะไม่เอาทรัพย์สินอื่น เอาไปเพียงแต่เงินเท่านั้น เบื้องตนจะให้หลานชายมานอนเฝ้าและติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อป้องกันคนร้ายกับมาก่อเหตุซ้ำอีก


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
อุดรธานี อธิวัฒน์ พงศภัควิวัฒน์ 0627145169

แสดงความคิดเห็น