หนุ่มใหญ่ 55 มีดจ้วงแทงเพื่อนรักดับก่อนเดินกลับบ้านใช้มีดปาดท้องไส้ทะลักแล้วผูกคอตายตาม

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 4 พฤษภาคม 2566 ร.ต.อ.วิชิต ลาชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุ มีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 9 บ้านโนนนาโพธิ์ ต.ศรีสำราญ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จักพรรดิ วิจิตรไวทยะ ผกก.สภ.น้ำโสม ร.ต.ท.บรรเทา แก้วนารี รอง สวป.สภ.น้ำโสม อาสากู้ภัยทางหลวง จุดน้ำโสม รุดไปที่เกิดเหตุ

พบเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง บริเวณใต้ถุนพบกองเลือดอยู่ที่พื้นปูน พร้อมมีดปลายแหลม 1 เล่ม ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อภายหลังว่านายช้อนไชย จันภูถิ่น อายุ 55 ปี เจ้าของบ้านถูกแทงที่ราวบนซ้าย 2 แผล บาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้ารีบนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนมือมีดผู้ก่อเหตุทราบชื่อว่านายชวน ชาวสวน อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 203 หมู่ 12 บ้านโนนนาโพธิ์ ต.ศรีสำราญ เป็นเพื่อนรักกัน หลังก่อเหตุได้เดินกลับบ้าน ซึ่งอยู่หลังบ้านรั้วติดกัน

พ.ต.อ.จักรพรรดิ วิจิตรไวทยะ ผกก.สภ.น้ำโสม นำกำลังตำรวจได้เดินไปที่บ้านนายชวนมือมีด ซึ่งอยู่หลังบ้านผู้ตาย พบเป็นบ้าน 2 ชั้นไม้ครึ่งปูน พบคาบเลือดอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ภายในบ้าน ทีวีและพัดลมยังเปิดทิ้งไว้ ที่พื้นบ้านพบกองเลือดและไส้เป็นกองวางอยู่พื้น พบหยุดเลือดจากแคร่ไม้ไผ่ไปห้องน้ำ พร้อมมีดทำครัวยาวประมาณ 20 ซม.วางอยู่ ภายในห้องน้ำพบศพนายชวนใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตายกับขื่อห้องน้ำหลังบ้านเสียชีวิตในสภาพนั่ง ส่วนบริเวณหน้าท้องถูกปาดแนวตั้งด้วยของมีคม เลือดและลำไส้ทะลักออกมา จึงเก็บมีดไว้เป็นหลักฐาน และมอบศพให้ญาติ

ต่อมาเวลา 12.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 9 ต.ศรีสำราญ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดเหตุ พบญาติได้จัดพิธีศพนายช้อนไชยตามประเพณี นางยุพิณ จันภูถิ่น อายุ 52 ปี ภรรยานายช้อนไชย เล่าว่า ตนกับนายช้อนไชยมีลูกด้วยกัน 3 คน มีอาชีพรับจ้าง ส่วนนายชวนบ้านอยู่ติดกัน เป็นพ่อหม้ายเมียหนี ไม่มีลูก อยู่บ้านคนเดียว และเป็นเพื่อนรักกับสามี ทั้งสองจะไปรับจ้างตัดอ้อยด้วยกัน กลับมาบ้านก็จะทำกับข้าวกินด้วยกันประจำ ไปไหนก็จะไปด้วยกัน ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันเลย

ก่อนเกิดเหตุ หลังจากไปรับจ้างตัดอ้อยกลับมา สามีได้อาบน้ำแล้วมานั่งกินข้าวกับตนและลูกที่ใต้ถุนบ้าน ต่อมานายชวนได้ถือขวดเหล้าขาวเดินมาหาผู้ตาย และดื่มเหล้าด้วยกันคนละ 1 แก้ว นายชวนมีอาการแปลกคือไม่พูดจา พอสามีกินข้าวอิ่มแล้วก็เดินไปไปนั่งสูบบุหรี่ที่ท้ายรถอีแต๊ก นายชวนก็เดินตามไป แล้วใช้มีดแหลมที่เตรียมมาแทงหัวใจสามีโดย 2 ครั้งจนมีดปักคา ส่วนสามีได้วิ่งหนีพร้อมกับพูดว่า “มึงทำไมทำแบบนี้” จากนั้นก็ล้มลงที่พื้น จากนั้นนายชวนได้เดินกลับไปบ้าน ตนและลูกตกใจ ได้เรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล แต่สามีก็เสียชีวิต

“ไม่รู้ว่าทั้งสองมีปัญหาอะไรกัน เพราะเห็นทั้งสองรักกันดี ไปไหนก็ไปด้วยกัน แต่ก่อนเกิดเหตุนายชวนบอกบ่นว่าอยากตาย ก็ได้ถามว่ามีปัญหาอะไรให้บอก แต่นายชวนก็ไม่พูด แต่เดินตามไปแทงสามีแบบไม่ทันระวังตัวจนตายแล้วฆ่าตัวตายตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้สาเหตุว่านายชวนฆ่าสามีตนทำไม”

ส่วนที่ศาลาฌาปนกิจสถาน ภายในวัดโพธิ์ศรีภักดี บ้านโนนนาโพธิ์ ซึ่งญาติได้นำศพนายชวน มาทำพิธีทางศาสนา โดยมีชาวบ้านมาร่วมงานจำนวนมาก นายธงชัย ถมหิรัญ อายุ 73 ปี เพื่อนบ้านของผู้ตายทั้งสอง เล่าว่า ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน อยู่บ้านใกล้กัน จะไปทำงานรับจ้างตัดอ้อยด้วยกัน กลับมาบ้านก็จะเดินมากินข้าวด้วยกัน ไม่เคยเห็นทั้งสองทะเลาะกัน แต่นายชวนมือมีดจะมีโรคประจำลมชัก และมีอาการทางจิตประสาทเล็กน้อย ไม่ถึงต้องนำไปรักษา มักจะมีอาการเอะอะโวยวายในวันพระ ซึ่งวันเกิดเหตุก็ตรงกับวัน และนายชวนเคยมาเล่าให้ฟังว่า โกรธที่ถูกนายช้อนไชยเพื่อนรักกับเมียต่อว่าเรื่องตัดอ้อยกองเล็ก ทำให้คีบขึ้นรถบรรทุกไม่ได้ ทำให้นายชวนกดดันมาตลอด คาดว่าจะเป็นสาเหตุนี้ที่ทำให้นายชวนก่อเหตุแทงเพื่อนตายแล้วฆ่าตัวตายตาม

ส่วนนายบุญพร้อม อินชำนาญ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน บ้านอยู่ติดกัน ไปทำงานด้วยกัน แม้แต่มาช่วยก่อสร้างโบสถ์ที่วัดก็มาด้วยกัน นายชวนมือมีดมีโรคประจำตัวคือคลมชัก แต่พาไปรักษาจนหาย เคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ต่อมาพ่อแม่มาเสียชีวิต และเคยมีภรรยาแต่ภรรยาหนีและไม่มีลูก ทำให้อยู่บ้านคนเดียว เมื่อ 10 ปีก่อนเคยทำงานที่ลานรับซื้อมันสำปะหลัง และเคยเสพยาบ้าด้วย จะมีอาการจิตประสาทเล็กน้อย หลังเกิดเหตุแทงนายช้อนไชย ซึ่งเป็นเพื่อนรักตาย แล้วฆ่าตัวตายตาม ซึ่งชาวบ้านยังหาสาเหตุ หรือเหตุจูงใจในการฆ่าไม่ได้เลย

“ส่วนตัวสันนิษฐานว่า นายชวนมือมีดบ่นว่าอยากตาย และคิดฆ่าตัวตาย แต่ไม่กลัวจะไม่มีเพื่อน จึงก่อเหตุแทงนายช้อนไชยเพื่อนรักจนตาย ก่อนจะไปฆ่าตัวเองตาย เพื่อจะได้มีเพื่อนตายไปด้วยกันจะได้ไม่เหงา

ส่วน พ.ต.อ.จักพรรดิ วิจิตรไวทยะ ผกก.สภ.น้ำโสม เปิดเผยว่า หลังจากผู้ก่อเหตุ ใช้มีดแทงเพื่อนตายแล้วได้เดินกลับไปบ้าน แล้วฆ่าตัวตายตาม ซึ่งห่างกันประมาณ 30 นาที ซึ่งได้สอบสวนแล้วว่าไม่มีใครทำให้ตาย เป็นการฆ่าตัวตายหนีความผิด จึงต้องรวบรวมพยานและหลักฐานและทำสำนวนคดีไปตามกฎหมาย แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุเสียชีวิต จึงจะสั่งไม่ฟ้อง ถือว่าคดีสิ้นสุด

 

แสดงความคิดเห็น