ขอนแก่น ชื่นชม ช่างซ่อมรถแจ้งเบาะแสโจรขโมยรถ จยย.ชาวบ้าน นำมาซ่อมที่ร้าน

12 มิ.ย.66 ภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านเลขที่46 บ้านหนองหัววัว ม.6 ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น เผยให้เห็นพฤติกรรมของคนร้ายลักษณะคล้ายผู้หญิง ใช้เสื้อยืดสีฟ้ามัดคลุมศีรษะ สวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินคาดชมพู มีกระเป๋าสะพายคาดบ่า สวมกางเกงขายาวสีเทา และสวมเท้าผ้าใบสีดำ เดินเข้าไปภายในบ้านหลังที่อยู่ตรงข้าม โดยมีท่าทีมองซ้ายมองขวา ก่อนที่จะตรงเข้าไปที่รถจักรยานยนต์คันสีแดงของเจ้าของบ้านที่จอดอยู่บริเวณโรงจอดรถ แต่สักพักคนร้ายรายนี้ก็เดินกลับออกมา แล้วข้ามถนนมาด่อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่บ้านที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด เมื่อเห็นว่าปลอดคนจึงเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านหลังนี้ ซึ่งเปิดประตูรั้วบ้านเอาไว้ จากนั้นได้ข้าไปขโมยเอารถจักรยานยนต์ของเจ้าของบ้านที่จอดเอาไว้ แล้วขับขี่ออกไป ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด หลังเกิดเหตุเจ้าของบ้านได้คลิปวงจรปิดมาโพสต์ลงในโลกโซเชียลเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย ขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านในหมู่บ้านช่วยกันตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ตั้งไว้หน้าบ้านของตนเอง กระทั้งพบว่า คนร้ายรายนี้ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่าฟีโน่ สีชมพู เข้ามาวนเวียนภายในหมู่บ้าน ก่อนจะขับรถคันที่ขับมาไปจอดไว้นอกหมู่บ้าน แล้วจึงเดินตระเวนดูว่า บ้านหลังไหนมีรถจักรยานยนต์จอดไว้ หากง่ายต่อการขโมยก็จะลงมือก่อเหตุทันที โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 10.24 น.ของวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกคนร้ายรายนี้ขโมยไปว่า สามารถติดตามรถจักรยานยนต์กลับคืนมาได้แล้วในสภาพสมบูรณ์ ซึ่งเจ้าของรถจักรยานยนต์ไม่คิดว่าจะได้รถกลับคืนมา ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบกับเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่บ้านเลขที่ 46 บ้านหนองหัววัว ม.6 ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบกับ นางทองมาศ แก้วกัญญา อายุ 57 ปี ซึ่งกำลังนั่งจับกลุ่มพูดคุยกับบรรดาชาวบ้านที่ทราบข่าวว่า ได้รถจักรยานยนต์กลับคืนมา จึงเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี และพูดคุยกันถึงพฤติกรรมการก่อเหตุของคนร้าย พร้อมกับพาผู้สื่อข่าวตรวจสอบดูรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยไป เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 สีดำ หมายเลขทะเบียน ขทค 700 ขอนแก่น

นางทองมาศ เล่าว่า ตนเองไม่คิดว่าจะได้รถจักรยานยนต์กลับคืนมาในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากเคยเห็นข่าวทางโทรทัศน์เกี่ยวกับการถูกขโมยรถจักรยานยนต์ไปแล้วก็ไม่ได้รถกลับคืน ทำให้ตนเองรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากรถจักรยานยนต์คันนี้คนในครอบครัวใช้งานเป็นประจำ และใช้งานมานาน ซื้อมาในราคากว่า 30,000 บาท ซึ่งในวันที่รถจักรยานยนต์หายไปนั้น เป็นวันที่ไม่มีใครอยู่บ้าน ตนเองออกไปทำธุระต่างหมู่บ้านและคิดว่าไปไม่นาน จึงไม่ได้ถอดกุญแจรถจักรยานยนต์ออก และไม่ได้ปิดประตูรั้วบ้านเอาไว้ เมื่อกลับมาที่บ้านก็ยังคิดว่า สมาชิกในครอบครัวขับรถไปใช้งานข้างนอก จนกระทั้งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่าย ก็ยังไม่มีใครขับรถกลับมา ตนเองจึงเริ่มเอะใจ จึงโทรศัพท์ไปหาลูกสาวให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั้งพบว่า มีคนร้ายเข้ามาขโมยไปตั้งแต่ช่วงเช้า และยังพบว่า คนร้ายรายนี้ได้ขับรถจักรยานยนต์มาตระเวนดูภายในหมู่บ้าน ซึ่งก่อนจะเข้ามาขโมยรถจักรยานยนต์ของตนเองไป คนร้ายยังได้เข้าไปบ้านฝั่งตรงข้ามเพื่อหวังจะขโมยรถจักรยานยนต์ของบ้านหลังนั้น แต่รถสตาร์ทไม่ติด จึงเปลี่ยนมาก่อเหตุที่บ้านตนเองแทน จึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองไหม ขณะเดียวกันลูกเขยก็ได้นำภาพวงจรปิดไปโพสต์ตามหารถและเบาะแสของคนร้าย จนกระทั้งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันถัดมาว่า มีพลเมืองดีซึ่งเป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ตั้งอยู่ภายในซอยเรือนจำขอนแก่น อ.เมืองขอนแก่น แจ้งว่า มีคนนำรถจักรยานยนต์ลักษณะคล้ายกับรถจักรยานยนต์ของตนเองที่ถูกขโมยไปมาซ่อมที่ร้าน เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่า เป็นรถจักรยานยนต์ของตนเองจริงๆ แต่ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้ซ้อนแผนในการจับคนร้ายให้ได้คาหนังคาเขา ตนเองจึงยังไม่ได้ไปนำกลับคืนมา เพราะคาดว่า คนร้ายอาจจะกลับมาติดต่อขอรับรถคืนจากร้านซ่อมรถ แต่ผ่านมาแล้ว 2 วัน คนร้ายก็ยังไม่มารับรถ ตนเองจึงได้ไปนำเอารถจักรยานยนต์กลับคืนมาที่บ้านเพื่อใช้งาน ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์เป็นอย่างมากที่ช่วยแจ้งเบาะแส จนตนเองได้รถกลับคืนมา

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์พลเมืองดี ที่ “ร้านสุคิด การช่าง” ตั้งอยู่เลขที่ 193/26 ซอยเรือนจำขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยได้พบกับนายสุคิด นามแสง อายุ 53 ปี กำลังให้บริการซ่อมรถจักรยานยนต์ให้กับลูกค้าตามปกติ โดยนายสุคิด เล่าให้ฟังว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองกำลังให้บริการซ่อมรถจักรยานยนต์ให้กับลูกค้า ได้มีลูกค้ารายหนึ่ง เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 35 – 40 ปี ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 สีดำ หมายเลขทะเบียน ขทค 700 ขอนแก่น มาที่ร้าน โดยบอกให้ตนเองตรวจสอบสภาพและเปลี่ยนอะไหล่รถให้แบบจัดตม เอ้ย จัดแตม เอ้ย จัดเต็ม เอ้ยถูกแล้ว พร้อมกับบอกว่า หากซ่อมแล้วขายได้ก็จะนำไปขาย ซึ่งตอนนั้นตนเองยังไม่ทราบว่าเป็นคนร้าย และกำลังซ่อมรถให้ลูกค้าคนอื่นอยู่ จึงบอกให้คนร้ายนั่งรอ กระทั้งเวลาผ่านไปสักพัก คนร้ายก็บอกกับตนเองว่า มีรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ที่จอดเสียอยู่ข้างทาง อยากให้พาไปนำมาซ่อม ซึ่งที่ร้านตนเองก็มีบริการช่วยเหลือรับซ่อมรถ จยย.ข้างนอกอยู่แล้ว เมื่อซ่อมรถให้ลูกค้าคนอื่นเสร็จ จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของตนเองพาคนร้ายไปเอารถจักรยายนต์ที่คนร้ายกล่าวถึงมาซ่อม ซึ่งเป็นรถยี่ห้อยามาฮ่าฟีโน่ เมื่อกลับมาถึงร้านตนเองตรวจสอบดูก็พบว่า ต้องใช้เวลาในการซ่อมนานพอสมควร คนร้ายจึงบอกว่า จะกลับมาเอารถในภายหลัง โดยเขียนเบอร์โทรศัพท์ทิ้งเอาไว้แล้วเดินออกจากร้านไป จากนั้นในเวลาประมาณ 18.00 น. คนร้ายที่นำรถมาซ่อม ได้กลับมาที่ร้านเพื่อจะมาเอารถ โดยมากับเด็กผู้หญิง อายุประมาณ 6 – 7 ขวบ แต่ตนเองแจ้งว่ารถยังซ่อมไม่เสร็จ คนร้ายและเด็กที่มาด้วยจึงเดินทางกลับไป

กระทั่งช่วงเย็นวันเดียวกัน ตนเองได้พักเหนื่อยจึงหยิบโทรศัพท์มาเล่นตามปกติ กระทั้งเลื่อนไปพบว่า มีชาวบ้านโพสต์ว่า รถจักรยานยนต์ถูกคนร้ายขโมยไป พร้อมกับแนบภาพรถที่ถูกขโมยและรูปพรรณของคนร้าย เมื่อตนเองตรวจสอบดูก็มั่นใจว่า เป็นรถจักรยานยนต์คันเดียวกันที่มีคนนำมาซ่อม จึงรีบเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แนะนำตนเองว่า ให้ทำตัวปกติและจอดรถไว้โดยให้ล็อคล้อไว้ด้วย หากคนร้ายย้อนกลับมาเอารถก็ให้รีบแจ้งตำรวจเพื่อจับกุมตัว แต่ผ่านมาแล้ว 2 วัน คนร้ายก็ยังไม่มารับรถ ตนเองโทรศัพท์ไปตามเบอร์โทรที่ทิ้งไว้ ปรากฏว่า ติดต่อไม่ได้ จึงคาดว่าคนร้ายน่าจะรู้ตัว เนื่องจากมีการโพสน์เตือนภัยในกลุ่มเฟซบุ๊ก ต่อมาเจ้าของรถจักรยานยนต์จึงได้เดินทางมารับรถของตนเองคืนทั้ง 2 คัน ซึ่งจักรยานยนต์ยี่ห้อฟีโน่ ที่คนร้ายขับขี่ไปก่อเหตุ ก็เป็นรถของชาวบ้านหมู่บ้านใกล้เคียงกันกับบ้านหนองหัววัว ที่คนร้ายไปขโมยมาก่อนหน้านี้

นายสุคิด ยังกล่าวอีกว่า ตนเองรู้สึกเห็นใจเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกคนร้ายขโมยไป เพราะทุกวันนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดี ยิ่งมีโจรขโมยมาก่อเหตุลักทรัพย์ซ้ำเติมชาวบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ อีกทั้งตนเองก็มีอีกอาชีพ คือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลขอนแก่น ทำให้นิ่งเฉยไม่ได้กับการก่อเหตุของมิจฉาชีพ เมื่อเจ้าของรถได้รถของตนเองคืนตนเองก็ดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนสำคัญในการนำทรัพย์สินคืนให้กับเจ้าของ ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ เนื่องจากเป็นภัยต่อสังคมและอาจจะไปก่อเหตุที่อื่นอีกก็เป็นได้.

แสดงความคิดเห็น