ขอนแก่น กลุ่มราษฎรขอนแก่นจุดเทียนแปลอักษร RIP หลังผลโหวต พิธา

13 ก.ค.66 ที่ศาลาพระราชทานปริญญาบัตร (หลังเดิม) มหาวิทยาลัยขอนแก่น นักกิจกรรมกลุ่มราษฎรขอนแก่น กลุ่มดาวดิน และนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดยนายวุฒิรักษ์ แพงตาแก้ว กลุ่มราษฎรขอนแก่น และ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคก้าวไกล ได้ร่วมกันติดตามการลงมติเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย หลังจากที่เพจเฟซบุ๊ค “ดาวดิน สามัญชน Daodin Commoners” ได้ประกาศนัดกิจกรรม “ซอมเบิ่งโหวตนายก” ซึ่งมีกิจกรรมและนักศึกษาทยอยเดินทางมาจับจองเก้าอี้เพื่อติดตามการลงมติโหวตนายกฯ ในครั้งนี้ กว่า 100 คน โดยในการติดตามการโหวตนายกฯ ทางกลุ่มนักกิจกรรมที่จัดงาน ได้มีการเช่าจอหนังกลางแปลงขนาด 9เมตร ลิงค์สัญญาณรับชมการถ่ายทอดสดจากรัฐสภา มีการปูสื่อไว้รองรับนักศึกษาเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ กระทั้งผลการลงมติฯ เสร็จสิ้นลงในเวลาประมาณ 17.54 น. ทางกลุ่มนักกิจกรรมจึงได้ร่วมกันจุดเทียนแปลอักษรข้อความภาษาอังกฤษ คำว่า “RIP” พร้อมกับเปิดเพลงธรณีกรรแสง เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการไว้อาลัยให้กับผลการลงมิติในครั้งนี้

นายวุฒิรักษ์ แพงตาแก้ว แกนนำกลุ่มราษฎรขอนแก่น และ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต4 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ผลที่ออกมาในวันนี้ก็เป็นไปตามที่หลายคนคาดการณ์ว่า พรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค ยังคงจับมือกันเหนียวแน่น และไม่ใครที่เปลี่ยนใจ ในฐานะที่เป็นภาคประชาชนก็ต้องขอชื่นชมพรรคร่วมทั้ง 8 พรรค ขณะเดียวกันการโหวตของ ส.ว. ในครั้งนี้ก็เป็นไปตามที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ที่มีกับ ส.ว. เป็นอย่างไรเราก็พอจะรู้กันดี ซึ่งเราได้มีการแสดงออกมาตั้งแต่ต้นว่าเราไม่ยอมรับในเรื่องของที่มาและความเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ซึ่ง ส.ว. หลายท่าน ก็ออกมาบอกว่า ตนเองไม่มีความชอบธรรมด้วย แต่ก็ไม่คิดว่าทุกคนจะเลือกการโหวตในรูปแบบการงดออกเสียง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก และหากจะมาอธิบายว่าการงดออกเสียง หมายถึงการแสดงออกว่า เป็นการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ตนเองมองว่า ไม่ถูกต้อง แต่มันเป็นการไม่รับผิดชอบ ไม่แยแสต่อประชาธิปไตย

นายวุฒิรักษ์ กล่าวอีกว่า คะแนนโหวตที่ได้ในวันนี้ เป็นไปตามเป้าที่คาดการณ์เอาไว้ แต่ก็มีหลายคน อย่างการโหวตของ ส.ว. ที่คาดไว้ว่าอาจจะไม่ถึง 10 คน แต่ก็มี ส.ว. จำนวน 13 คน ที่โหวตเห็นด้วยให้คุณพิธาฯ เป็นนายกฯ ซึ่งเกินคาดมา 3 คน อย่างไรก็ตามก็อยากให้กำลังใจพรรคร่วมรัฐบาลที่กำลังจะจัดตั้งใหม่ ขณะเดียวกันอยากฝากไปยัง ส.ว. ว่า ขอให้เห็นแก่ประชาชนและประเทศชาติ เพราะตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ได้มีการร่างมติ ครม. ไว้จำนวนมากในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นไม่อยากให้ประชาชนต้องเสียโอกาส โดยเฉพาะภาคของการท่องเที่ยว ที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาดีขึ้น แต่พอมาเห็นมติในวันนี้ก็ทำให้ผิดหวังพอสมควร และเมื่อเราหยิบเอาคำตอบของ ส.ว.บางคนมาบอกด้วยว่า พรรคก้าวไกล ได้รับเลือกตั้งมา 14 ล้านเสียง ไม่ใช่ 27 ล้านเสียง แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็รวมกันได้ 27 ล้านเสียง ซึ่งการที่ ส.ว. โหวตลงคะแนนเช่นนี้อาจจะไม่ใช่การฝืนมติของประชาชน แต่เป็นการฝืนเจตนารมของประชาชนมากกว่า เพราะผู้แทนราษฎร คือ เสียงสะท้อนของประชาชน ดังนั้นผู้แทนราษฎรเวลาที่ไปรวมกับใคร นั้นคือการสะท้อนความต้องการของพื้นที่ ฉะนั้นการสะท้อนของพรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค 312 เสียง ในการโหวตเลือกนายพิธาฯ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็คือเจตนารมณ์ของประชาชน และการที่ ส.ว.หลายๆ คน ไม่เห็นด้วย นั้นคือการสะท้อนให้เห็นว่า มองไม่เห็นเจตนารมณ์ของประชาชน ทำให้ประชาชนและประเทศชาติเสียโอกาส เราจึงขอไว้อาลัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ โดยเฉพาะการอภิปรายของ ส.ว. ในวันนี้ไม่ได้พูดถึงประชาชนเลย ทำให้เราเกิดคำถามว่า เขาเอาประชาชนไว้ตรงไหน มองเห็นประชาชนหรือไม่ เงินเดือนก็มาจากภาษีประชาชน เคยเคารพประชาชนในจุดนี้บ้างหรือเปล่า

เมื่อถามว่า หากนายพิธาฯ ไม่ได้เป็นนายกฯ ตามที่คาดหวังเอาไว้ จะเป็นอย่างไร นายวุฒิรักษ์ กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่ได้ยึดติดที่ตัวบุคคล ขอแค่มีความชอบธรรมในการเข้ามาว่ามาถูกต้องหรือไม่ ได้รับมติจาก ส.ส. เกินครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรหรือเปล่า หรือมาจากการตกลงกันของพรรคที่มีเสียงข้างมากหรือเปล่า หากมาถูกต้องตามครรลอง เราก็เห็นด้วย แต่เราก็ยังคิดว่า วันนี้เราควรที่จะให้โอกาสพรรคที่ได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 1 ในการจัดตั้งรัฐบาล ให้เขาได้บริหารประเทศก่อน ถ้าหากเขาบริหารไม่ได้ เราก็เลือกใหม่ นี่คือครรลองของระบอบประชาธิปไตย

หลังจากเสร็จสิ้นการทำกิจกรรม ทางกลุ่มฯ ก็ได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมในการติดตามการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ในวันที่ 19 ก.ค.นี้

แสดงความคิดเห็น