
27 ก.ค.66 นายหอม พงษ์โคกสี อายุ 64 ปี เกษตรกรชาวบ้านเลิง ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น พาผู้สื่อข่าวไปดูแปลงปลูกต้นหอมที่ว่างเปล่าลง หลังก่อนหน้านี้ได้ปลูกต้นหอมไว้จำนวนกว่า 2 ไร่ ก่อนจะเร่งเก็บเกี่ยวออกจากแปลง เหลือไว้ไม่เพียงไม่กี่ต้น เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในช่วงนี้ ทำให้ต้นหอมใบแห้งเหี่ยวและเหลืองตายเนื่องจากเจอทั้งแดดและฝน จึงเสี่ยงต่อการติดเชื่อรา เป็นโรคหัวและลากเน่า เกษตรกรจึงต้องเร่งเก็บไปกักไว้ที่โรงเก็ฐผักภายในบ้าน เพื่อนำไปใช้เป็นพันธุ์ไว้ปลูกหลังหน้าฝนแทน บางส่วนเก็บขายแต่ก็ไม่ได้กำไร เนื่องจากผักไม่สมบูรณ์

นายหอม พงษ์โคกสี เล่าว่า เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นหอมที่ปลูกไว้ ใบเริ่มลวกไหม้และเหี่ยวลง สาเหตุมาจากเจอแดดและฝนในช่วงกลางวัน ตนและครอบครัวจึงจำเป็นต้องเร่งเก็บผักเพื่อนำไปขาย บางส่วนเก็บไว้เพื่อทำพันธุ์ เพราะหากช้ากว่านี้ หัวและรากอาจจะเน่าเสียหาย ซึ่งต้นหอมทั้งหมดได้ซื้อหัวมาจากที่อื่นในราคากิโลกรัมละ 80 บาท ตอนนี้ยอมรับว่าขาดทุน เนื่องจากที่ปลูกไว้ทั้งหมดจำนวนกว่า 2 ไร่ ขายไปได้เพียง 20 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าคิดเป็นเงิน ก็ไม่ถึง 2,000 บาทด้วยซ้ำ ส่วนที่เหลือเก็บไว้เพื่อรอปลูกในครั้งต่อไป

เช่นเดียวกับที่แปลงปลูกต้นหอมของนางทองหยด สีผา อายุ 55 ปี ชาวบ้านเดียวกัน ที่พึ่งได้ปลูกต้นหอมได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ในพื้นที่กว่า 4 ไร่ และกำลังช่วยกันเก็บวัชพืชออกจากแปลงผัก โดยเล่าว่า ตอนนี้ต้องรอดูท่าทีว่าฝนจะตกลงมาหนักมากน้อยเพียงใด ยอมรับว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคใบแห้งเหี่ยว และหัวรากเน่า เพราะการที่ปลูกต้นหอมหน้าฝนจะไม่เหมือนกับหน้าหนาว เนื่องจากปลูกหน้าฝนถึงจะได้ราคาดี แต่ใบจะไม่สวยเท่ากับปลูกในหน้าหนาว ตอนนี้ตนลงทุนไปประมาณ 2 หมื่นบาท ต้องรอลุ้นว่าจะได้ผลกำไรมากน้อยขนาดไหน เพราะตอนนี้ราคาต้นหอมรับซื้อที่ราคาสูงพอสมควร เนื่องจากต้นหอมกำลังขาดตลาด ถ้าทำผลผลิตรได้ ก็ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างมากของเกษตร
