ประชาชนเรือนแสน หลั่งไหลชมงานวันเกษตรภาคอีสาน มข. ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการเกษตร นับพันล้านบาท

มาถึงครึ่งทางแล้วสำหรับการจัดงานวันเกษตรภาคอีสานประจำปี 2567 โดยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับหน่วยงานราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนร่วมเป็นพันธมิตรจัดงานกว่า 40 หน่วยงาน โดยปีนี้จัดภายใต้คำขวัญ “เกษตรอีสาน   สรรค์สร้างนวัตกรรม นำคุณค่าสู่สากล”

 

 

รศ.นพ.ชาญชัย  พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผย ว่า งานวันเกษตรภาคอีสาน  กำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 26 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดขึ้น เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตรสู่ชุมชน ปีนี้นับเป็นปีที่ 32     ของการจัดงานและยังเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการก่อตั้งคณะเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น “การจัดงานวันเกษตรภาคอีสาน ถือเป็นกิจกรรมใหญ่อีกกิจกรรมหนึ่งของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะในภาคการเกษตร โดยมุ่งเน้นการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรที่ได้จากการฝึกงานของนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์และเกษตรกรในท้องถิ่น” การจัดงานเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมามีประชาชนเข้าเที่ยวชมงานรวมกว่า 560,000 คน หรือโดยเฉลี่ยวันละ 56,000 คน และมีเงินทุนหมุนเวียนภายในงานมากกว่า 500-600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมียอดการเข้าชมงานเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

 

ทางด้าน รศ.ดร.ภาณุพล หงษ์ภักดี รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรมและการต่างประเทศ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการ 60 ปีเกษตร มข. ที่จัดบริเวณ อาคารจตุรมุข ว่า                    การจัดนิทรรศการในครั้งนี้เป็นการนำเสนอการเดินทางตั้งแต่จุดเริ่มต้นของคณะเกษตรศาสตร์ ที่เป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยขอนแก่น นอกจากนี้ยังคัดเลือกผลงานที่โดดเด่นจาก 8 สาขาวิชาเอก ได้แก่  กีฎวิทยาและโรคพืชวิทยา ปฐพีศาสตร์และสิ่งแวดล้อม พืชสวน พืชไร่ การส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เศรษฐศาสตร์การเกษตร ประมง และ สัตวศาสตร์

 

“ผลงานที่นำมาจัดนิทรรศการในครั้งนี้ เป็นงานวิจัย นวัตกรรม องค์ความรู้ที่โดดเด่น มีการนำไปใช้งานจริง อาทิ นิทรรศการจาก สาขาพืชสวน พืชไร่ ที่นำเสนอพันธุ์ข้าว KKU 60 KKU 61 มันสำปะหลังที่มีการปรับปรุงพันธุ์                      พืชสวน มีการแสดง ไม้ดอก ไม้ผล การบริหารจัดการการให้น้ำพืชมูลค่าสูงผ่านแอปพลิเคชันอย่างแม่นยำ เทคโนโลยีการให้แสงเร่งการออกดอกนอกฤดู พืชผักที่ปรับปรุงพันธุ์ อย่างพริก bushy hot ที่ได้ทูลเกล้าถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของต้นโสมไทย กระชาย ทำให้ได้ต้นจำนวนมาก ปลอดโรค ต้นแข็งแรงเหมือนต้นแม่ สาขาวิชาสัตวศาสตร์                         มีการนำไก่พื้นเมือง อย่าง ไก่ KKU1 หรือ ไก่ 3 โลว์’ (Low-Uric Low-fat Low Cholesterol ที่เนื้อนุ่มเหนียว รสชาติอร่อยมาแสดง รวมไปถึงการนำเสนออาหารสัตว์ที่คิดค้นจากสมุนไพรพื้นบ้าน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสูตรอาหาร สามารถลดทั้งต้นทุนการผลิต และ เมื่อสัตว์เลี้ยงกินเข้าไป การขับถ่ายยังมีปริมาณก๊าซมีเทนที่ลดลง ช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซมีเทนจากอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ยังมีความรู้จาก สาขาอารักขาพืช ที่ใช้ชีวพันธุ์ในการดูแลพืช ใช้เชื้อจุลินทรีย์ฆ่าเชื้อในพืช ทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยลดการใช้สารเคมี ฉะนั้นการจัดนิทรรศการครั้งนี้จึงเหมาะสำหรับเกษตรกร รวมไปถึงผู้ที่สนใจทั่วไป เพราะนอกจากจะได้ความรู้แล้ว เทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ ยังจะช่วยสร้างความคิดสร้างใหม่ ที่จะนำไปใช้พัฒนาด้านการเกษตรระดับครัวเรือน จนไปถึงระดับอุตสาหกรรม”

 

นอกจากนี้ ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย ทั้งการเสวนาและฝึกอบรมอาชีพทางด้านการเกษตร, การประกวดและแข่งขันภูมิปัญญาชาวบ้าน,การแข่งขันตอบปัญหาทางด้านการเกษตร การประชุมวิชาการเกษตร การจัดแสดงปลาสวยงาม การแข่งขันจับปลาไหล การประกวดสัตว์ชนิดต่าง ๆ และนิทรรศการแสดงนวัตกรรมการเกษตรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประกวดกระบือฯ พื้นเมืองไทย การแข่งขันประลองไก่เก่ง 3 รุ่น จากชมรมผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง  การแข่งขันคล้องโค ล้มโค และกิจกรรมใหม่กับการแข่งขันลาบชิงแชมป์ ชมแปลงพืชพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาว (KKU Smart Flower Farm) พร้อมบริการนำเที่ยวโดยนักศึกษา

 

ทั้งนี้ ยังมีการจัดแสดงสินค้าชุมชนจากทั่วทุกภาคของประเทศ (OTOP) การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของดี 20 จังหวัดภาคอีสาน การจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมความก้าวหน้าเครื่องจักรกลการเกษตรทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ การจัดแสดงนวัตกรรมทางด้านพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ชนิดต่าง ๆ การจำหน่ายพันธุ์ไม้หายากหลากหลายชนิดและการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเกษตรอีสาน ครั้งที่ 11 และการประกวดวงดนตรี Aggie Music

ครั้งที่ 5

ข่าว : เบญจมาภรณ์ มามุข

แสดงความคิดเห็น