
“ศรีนครินทร์” พลิกโฉมวงการแพทย์อีสาน! ชู “ผ่าตัดกระเพาะ” รักษาโรคอ้วน เพิ่มโอกาสหายขาด ความดัน-เบาหวาน คืนชีวิตใหม่ด้วยทีมแพทย์ระดับสากล
(ขอนแก่น – 12 ธันวาคม 2568) – คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกาศความสำเร็จในการยกระดับการรักษา “โรคอ้วน” ในภาคอีสานสู่ความเป็นเลิศ ระดมทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพดูแลครบวงจร ชี้การผ่าตัดกระเพาะไม่ใช่ทางลัดของคนขี้เกียจ แต่เป็น “Metabolic Surgery” หรือการผ่าตัดปรับระบบเผาผลาญที่ช่วยให้คนไข้น้ำหนักเกินวิกฤตกลับมามีชีวิตปกติ ย้ำ! สิทธิบัตรทอง-ประกันสังคม รักษาได้หากเข้าเกณฑ์
โรคอ้วน: ภัยเงียบที่ไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง
ท่ามกลางความเข้าใจผิดว่าความอ้วนเป็นเพียงเรื่องของบุคลิกภาพหรือความสวยงาม รศ.นพ.จักรพันธ์ วิทยาไพโรจน์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดผ่านกล้องและลดขนาดกระเพาะอาหาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อธิบายให้เห็นภาพชัดเจนว่า การผ่าตัดกระเพาะคือการรักษาโรคอ้วนโดยตรง
“การผ่าตัดกระเพาะ คือการรักษาโรคอ้วนครับ ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนักเพื่อความสวยงาม เราทำเพื่อให้คนไข้หายจากโรคอ้วน โดยลดขนาดกระเพาะให้เล็กลง ทำให้คนไข้อิ่มเร็วขึ้น ช่วยให้คนที่ไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยวิธีปกติได้ มีโอกาสกลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง” รศ.นพ.จักรพันธ์ กล่าว
Metabolic Surgery: มากกว่าความผอม คือการ “หายป่วย” จากโรคเรื้อรัง
จุดเปลี่ยนสำคัญของการรักษาด้วยวิธีนี้คือผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่น่าทึ่ง รศ.นพ.สุริยะ พันธ์ชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมส่องกล้องฯ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เสริมว่า การผ่าตัดนี้ทางการแพทย์เรียกว่า Metabolic Surgery เพราะช่วยเสริมระบบเผาผลาญ และปรับสมดุลฮอร์โมน ความหิว ความอิ่ม ให้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น
“ข้อดีที่สุดของการผ่าตัด ไม่ใช่แค่ผอมลง แต่คือการรักษาโรคแทรกซ้อนครับ โดยเฉพาะเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง และโรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ข้อมูลชี้ชัดว่าคนไข้เบาหวานที่ผ่าตัดไปแล้วกว่า 60% สามารถหยุดยาได้ ความดันโลหิตลดลงครึ่งหนึ่ง นี่คือการเปลี่ยนชีวิตคนไข้จากที่ต้องกินยาตลอดชีวิต ให้กลับมาใช้ชีวิตได้เกือบปกติ” รศ.นพ.สุริยะ ระบุ
เจาะลึก: ถาม-ตอบ (Q&A) ทุกข้อสงสัยเรื่อง “ผ่าตัดกระเพาะ” กับทีมแพทย์ มข.
เพื่อให้ประชาชนเข้าใจลึกซึ้งถึงกระบวนการรักษา ทีมแพทย์ ม.ขอนแก่น ได้มาไขคำตอบด้วยตนเอง มาฟังคำตอบจาก รศ.นพ.สุริยะ พันธ์ชัย และ รศ.นพ.สุริยะ พันธ์ชัย กับ 9 คำถาม ดังนี้:

Q1: หลักการทำงานคืออะไร? ทำไมตัดกระเพาะแล้วถึงผอมลงได้?
รศ.นพ.จักรพันธ์: “จริงๆ การผ่าตัดกระเพาะคือ การควบคุมปริมาตร ครับ คือลดขนาดความจุของกระเพาะอาหารนั่นเอง ทำให้เรากินอาหารได้น้อยลง แคลอรี่หรืออาหารที่เราทานเข้าไปก็น้อยลง พอพลังงานเข้าน้อย ที่เหลือร่างกายก็จะเอาพลังงานที่สะสม (ไขมัน) มาเบิร์นมาใช้ ทำให้เราผอมลงได้ทั้งตัว หลักการคือทำให้ความจุกระเพาะลดลง ทำให้เราอิ่มเท่านี้ โดยที่เรากินอาหารปริมาณไม่ได้เยอะ”
Q2: ใครบ้างที่ “ต้อง” ผ่าตัด? (เช็กเกณฑ์ด่วน)
รศ.นพ.สุริยะ: “เราดูที่ดัชนีมวลกาย หรือ BMI เป็นหลักครับ วิธีดูง่ายๆ คือเอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง
- ถ้าดัชนีมวลกาย หรือ BMI เกิน 37.5 ขึ้นไป ถือว่าเป็นโรคอ้วนรุนแรง อันนี้ควรผ่าตัด
- หรือถ้าดัชนีมวลกาย หรือ BMI เกิน 32.5 แต่มีโรคร่วมที่สัมพันธ์กับความอ้วน เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง หรือนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ อันนี้ก็เบิกจ่ายได้ตามเกณฑ์”

Q3: ชาวบ้านทั่วไปจะเข้าถึงได้ไหม?
รศ.นพ.สุริยะ: “ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขอนุมัติให้ เบิกจ่ายได้ทุกสิทธิ์การรักษา ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม หรือข้าราชการ ถ้าค่า BMI ของท่านเกินเกณฑ์ที่กำหนดครับ”
Q4: หลายคนกลัวการผ่าตัดใหญ่ ที่ ม.ขอนแก่น ใช้วิธีไหน?
รศ.นพ.สุริยะ: “ตอนนี้เราใช้มาตรฐานคือ การผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery) ครับ เราไม่ได้ผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบสมัยก่อนแล้ว การส่องกล้องแผลจะเล็ก เจาะรูนิดเดียว ทำให้คนไข้เจ็บน้อยมาก ภาวะแทรกซ้อนน้อย และที่สำคัญคือคนไข้ฟื้นตัวเร็ว ผ่าตัดง่ายขึ้น”


Q5: ต้องพักฟื้นนานแค่ไหนกว่าจะกลับไปทำงานได้?
รศ.นพ.จักรพันธ์: “เนื่องจากเป็นแผลเล็ก คนไข้จะนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยแค่ 1-3 วัน เท่านั้นครับ หลังจากนั้นกลับไปพักฟื้นที่บ้านต่ออีกประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและทำงานได้ตามปกติแล้วครับ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด”
Q6: การผ่าตัดช่วยรักษา “เบาหวาน” ได้จริงหรือ?
รศ.นพ.สุริยะ: “ได้จริงครับ เราเรียกว่า Metabolic Surgery หรือการผ่าตัดรักษาโรคระบบเผาผลาญ ข้อมูลยืนยันว่าคนไข้ที่เป็นเบาหวาน เมื่อผ่าตัดลดขนาดกระเพาะไปแล้ว กว่า 60% สามารถหยุดยาเบาหวานได้เลย ส่วนความดันโลหิตก็ลดลงเกินครึ่ง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับก็หายไป นี่คือการเปลี่ยนชีวิตคนไข้จากที่ต้องกินยาตลอดชีวิต ให้กลับมาใช้ชีวิตได้เกือบปกติ”
Q7: คนอ้วนมากๆ ที่มีโรคแทรกซ้อนเยอะ ผ่าตัดอันตรายไหม?
รศ.นพ.จักรพันธ์: “การผ่าตัดทุกอย่างมีความเสี่ยง แต่เราเน้นความปลอดภัยสูงสุดครับ คนไข้โรคอ้วนต้องมีการ ‘เตรียมตัว’ เยอะมาก เราไม่ได้คนไข้เดินมาถึงแล้วผ่าเลย เราต้องเช็กหัวใจ เช็กปอด ทำ Sleep test เตรียมความพร้อมด้านการดมยาสลบ จนมั่นใจว่าคนไข้ปลอดภัยที่สุดเราถึงจะผ่าตัดให้”
Q8: ผ่าตัดไปแล้ว จะกลับมาอ้วนได้อีกไหม?
รศ.นพ.จักรพันธ์: “มีโอกาสครับ ถ้าพฤติกรรมไม่เปลี่ยน เพราะกระเพาะที่ตัดไปแล้ว แม้จะเล็กในตอนแรก แต่ผ่านไป 2-3 ปี มันสามารถขยายตัวได้เล็กน้อย ถ้าเรากลับไปกินจุบจิบ กินน้ำหวาน กินขนม ไม่คุมอาหาร น้ำหนักก็อาจจะดีดกลับขึ้นมาได้ ดังนั้นหัวใจสำคัญคือ ‘วินัย’ ครับ การผ่าตัดเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในช่วงเริ่มต้น แต่ระยะยาวอยู่ที่ตัวคนไข้เอง”
Q9: จุดเด่นของการรักษาที่ศรีนครินทร์ คืออะไร?
รศ.นพ.สุริยะ: “จุดเด่นของเราคือความเป็น ทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) ครับ เราไม่ได้ดูแลแค่เรื่องผ่าตัด แต่เรามีทั้งอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ จิตแพทย์ นักโภชนาการ และนักกายภาพบำบัด มาช่วยกันดูแลคนไข้คนหนึ่งแบบรอบด้าน ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและยั่งยืนที่สุด”

ภาพการอบรม: ทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team)
นอกจากทางทีมแพทย์ยังมีศักยภาพผ่าตัด คนไข้ที่มีภาวะซับซ้อน เช่น เคสที่มี BMI มากกว่า 50 และมีเบาหวานรื้อรังร่วม ด้วยเทคนิคที่หลากหลายและครอบคลุม ทั้งเทคนิคทั่วไป การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ (Sleeve Gastrectomy) หรือเทคนิคพิเศษอย่าง “การผ่าตัดสร้างทางเดินอาหารใหม่ (Gastric Bypass)
_____________________________________________________________
เปิดมุมมอง: เรื่องที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้
จากการสัมภาษณ์เชิงลึก อาจารย์แพทย์ทั้ง 2 ท่านได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่สำคัญมาก:
- เยียวยา “แผลใจ” ผู้ป่วยโรคอ้วน
คนอ้วนไม่ได้ป่วยแค่กาย แต่หลายคนมีภาวะซึมเศร้า (Depression) แฝงอยู่ รศ.นพ.จักรพันธ์ เล่าว่า “คนอ้วนส่วนใหญ่จะมีภาวะซึมเศร้าแฝงอยู่ครับ เพราะสังคมอาจจะบูลลี่เขา หรือสภาพร่างกายทำให้เขาไปเล่นกีฬา ไปเข้าสังคมกับเพื่อนไม่ได้” การผ่าตัดจึงไม่ใช่แค่เรื่องกายภาพ แต่เป็นการคืนความมั่นใจและสุขภาพจิตที่ดี ให้เขากลับมายืนในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ
- อายุไม่ใช่กำแพง (9 ขวบ – 70 ปี ก็รักษาได้)
โรคอ้วนไม่เลือกวัย ทีมแพทย์ศรีนครินทร์เคยผ่าตัดรักษาเด็กอายุน้อยที่สุดคือ 9 ขวบ (น้ำหนักหลักร้อยกิโลกรัม) และผู้สูงอายุวัย 70 กว่าปี แสดงให้เห็นว่าหากอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การผ่าตัดมีความปลอดภัยสูงมาก
- ระวังกับดัก “อ้วนแต่ยังแข็งแรง” (Healthy Obese)
หลายคนชะล่าใจ คิดว่าตัวเองอ้วนแต่น่ารัก ยังแข็งแรงดี รศ.นพ.สุริยะ เตือนสติว่า “อย่ารอจนเดินไม่ได้ หรือป่วยติดเตียงแล้วค่อยมาหาหมอครับ… หลายคนคิดว่าตัวเอง ‘อ้วนจ้ำม่ำ’ น่ารักดี แต่จริงๆ แล้วระเบิดเวลากำลังทำงาน อย่ารอให้เข่าพัง หรือหยุดหายใจขณะหลับแล้วค่อยมา เพราะตอนนั้นคุณภาพชีวิตเสียไปแล้ว”
_____________________________________________________________
บทส่งท้าย: จากใจหมอถึงประชาชน

รศ.นพ.สุริยะ พันธ์ชัย ฝากข้อคิดสำคัญว่า การผ่าตัดเป็นเพียง “ตัวช่วย” ที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นใหม่
“การผ่าตัดไม่ใช่ทางลัด แต่มันช่วยให้เรากลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ได้ง่ายขึ้นครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘การป้องกัน’ ดีกว่าการรักษาแน่นอน แต่ถ้าป่วยเป็นโรคอ้วนแล้ว ก็อย่าท้อถอย การผ่าตัดคือทางออกที่ช่วยรักษาโรคให้หายได้ แต่สุดท้ายท่านต้องดูแลตัวเองต่อด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกาย เพื่อรักษาสุขภาพดีนี้ให้อยู่กับท่านไปตลอดชีวิต”

ด้าน รศ.นพ.จักรพันธ์ วิทยาไพโรจน์ เน้นย้ำเรื่องความตระหนักรู้
“ผมอยากสร้าง Public Awareness ครับ ว่าโรคอ้วนมันอันตรายกว่าที่คิด อย่ารอให้เกิดโรคแทรกซ้อนจนแก้ยาก การที่ท่านรู้ตัวเร็ว เข้าสู่กระบวนการรักษาเร็ว ไม่ว่าจะด้วยการปรับพฤติกรรมหรือการผ่าตัด มันคือการตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตครับ อยากให้คนอีสานและคนไทยทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องนี้ เพื่อลดภาระโรคเรื้อรังในอนาคต”
สำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคอ้วนรุนแรง หรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อได้ที่ คลินิกศัลยกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ หรือโรงพยาบาลศูนย์ใกล้บ้านท่านทั่วภาคอีสาน เพื่อประเมินความพร้อมและรับการรักษาที่ถูกวิธี
ข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดกระเพาะรักษาโรคอ้วนที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และสิทธิการรักษาต่างๆ สรุปได้ดังนี้
1. โครงการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะ โรงพยาบาลศรีนครินทร์
โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีศูนย์ความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดผ่านกล้อง (Minimally Invasive Surgery Center of Excellence) ให้บริการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารเพื่อรักษาโรคอ้วน โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
จุดเด่น:
-
ใช้เทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (Laparoscopic Surgery) ทำให้เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว
-
มีคลินิกเฉพาะทางดูแลแบบครบวงจร ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด
-
ให้บริการโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ (ศัลยแพทย์, อายุรแพทย์, นักโภชนาการ ฯลฯ)
2. ใครมีสิทธิรักษาเบิก? (ตามเงื่อนไข)
ประชาชนที่มีสิทธิรักษาพยาบาลต่างๆ สามารถใช้สิทธิผ่าตัดกระเพาะรักษาโรคอ้วนได้ หากเข้าเกณฑ์ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ (ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม) โดยมีรายละเอียดดังนี้:
-
สิทธิประกันสังคม (ม.33 และ ม.39):
-
ต้องเป็นผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคอ้วนรุนแรง เข้าเกณฑ์ภาวะทุพพลภาพ หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
-
เกณฑ์เบื้องต้น: ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 37.5 หรือ มากกว่า 32.5 ร่วมกับมีโรคร่วม (เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน ฯลฯ) และพยายามลดวิธีอื่นแล้วไม่สำเร็จ
-
สามารถเบิกค่ารักษาได้ตามสิทธิโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (ตามเงื่อนไขของ รพ.ตามสิทธิ)
-
-
สิทธิบัตรทอง (30 บาทรักษาทุกโรค):
-
ต้องมีใบส่งตัวจากหน่วยบริการปฐมภูมิ หรือโรงพยาบาลต้นสังกัด
-
ต้องผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีความจำเป็นต้องผ่าตัดรักษาโรคอ้วน
-
-
สิทธิข้าราชการ:
-
สามารถเบิกจ่ายตรงได้ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง
-
3. เกณฑ์การพิจารณาผ่าตัด (เบื้องต้น)
ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ โดยทั่วไปใช้เกณฑ์ดังนี้:
-
อายุ: 18 – 65 ปี
-
BMI: มากกว่า 37.5 kg/m² หรือ มากกว่า 32.5 kg/m² ร่วมกับมีโรคร่วม (เช่น เบาหวาน, ความดัน, หยุดหายใจขณะหลับ)
-
ประวัติการรักษา: พยายามลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างจริงจังแล้วแต่ไม่สำเร็จ
-
ความพร้อม: สภาพร่างกายและจิตใจพร้อม ไม่มีข้อห้ามในการผ่าตัด (เช่น ติดยาเสพติด, โรคจิตเวชรุนแรง)
4. ช่องทางการติดต่อและรับคำปรึกษา
ผู้สนใจสามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาและตรวจประเมินเบื้องต้นได้ที่:
-
คลินิกศัลยกรรมโรคอ้วนและผ่าตัดส่องกล้อง SMC: อาคาร สว.1 ชั้น 1 โรงพยาบาลศรีนครินทร์
-
โทรศัพท์: 043-366444-5 (ในวันและเวลาราชการ)
- Line Ofiicial: @SMCKKU
-
นอกเวลาราชการ: มีคลินิก SMC นอกเวลา ให้บริการ
แนะนำให้เตรียมประวัติการรักษาและปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้เดิม (ถ้ามี) เพื่อขอใบส่งตัว หรือเข้ามาปรึกษาที่คลินิกศัลยกรรม รพ.ศรีนครินทร์ โดยตรงเพื่อประเมินความเหมาะสมในการผ่าตัด

