ย้อนรอยเลือกตั้ง 66 “กาแยกใบ” สะท้อนอะไร? เมื่อคนไทยเลือก “คนทำงาน” ไว้ใกล้ตัว แต่เลือก “หัวใจ” ไว้ที่พรรค!

ผลการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนขั้วอำนาจ แต่ยังเป็น “กรณีศึกษา” (Case Study) ที่น่าสนใจที่สุดในรอบทศวรรษ เกี่ยวกับพฤติกรรม “Split-ticket Voting” หรือการที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตัดสินใจเลือก ส.ส. เขต จากพรรคหนึ่ง แต่เลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ จากอีกพรรคหนึ่ง

1. The Pragmatist Voter: “เอาไว้ใช้งาน” vs “เอาไว้บริหาร”

ตัวเลขที่ชัดเจนที่สุดคือ พรรคภูมิใจไทย ที่ได้ ส.ส. เขต ถึง 68 ที่นั่ง แต่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพียง 1.1 ล้านเสียง (คิดเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อเพียง 3 คน)

  • การตีความ: ประชาชนในต่างจังหวัดมีความคิดแบบ “SME” คือบริหารความเสี่ยง

    • ใบสีม่วง (เขต): เลือก “บ้านใหญ่/ผู้มีอิทธิพล” เพราะเวลามีงานศพ งานบวช น้ำท่วม คนกลุ่มนี้คือคนที่พึ่งพาได้จริง (Pragmatic Choice)

    • ใบสีเขียว (พรรค): เลือก “พรรคก้าวไกล/เพื่อไทย” เพราะต้องการนโยบายระดับชาติ หรือต้องการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี (Ideological Choice)

2. The Ideological Wave: เมื่อ “พรรค” ใหญ่กว่า “คน”

ในทางตรงกันข้าม พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ถล่มทลายถึง 14.4 ล้านเสียง ซึ่งมากกว่าคะแนนรวมของผู้สมัคร ส.ส. เขตของพรรคตัวเองหลายล้านคะแนน

  • การตีความ: นี่คือชัยชนะของ “Programmatic Politics” (การเมืองเชิงนโยบาย) เหนือ “Clientelistic Politics” (การเมืองระบบอุปถัมภ์) ในระดับชาติ ประชาชนพร้อมจะกากบาทให้ใครก็ได้ที่สวมเสื้อพรรคนี้ โดยไม่ต้องรู้จักชื่อผู้สมัครด้วยซ้ำ

3. The Lost Soul: เพื่อไทยกับวิกฤตศรัทธา

พรรคเพื่อไทย เจ็บปวดที่สุดจากระบบบัตร 2 ใบ เพราะถูก “ดึงคะแนน” ทั้งสองทาง

  • ทางเขต: ถูกบ้านใหญ่ (ภูมิใจไทย/พลังประชารัฐ) แย่งเก้าอี้ด้วยระบบอุปถัมภ์ที่เข้มข้นกว่า

  • ทางพรรค: ถูกก้าวไกลแย่งคะแนนคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางด้วยจุดยืนที่ชัดเจนกว่า ผลลัพธ์คือการได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพียง 10.9 ล้านเสียง ต่ำกว่ามาตรฐานเดิมที่เคยทำได้

(ซ้าย) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง, (ขวา) พรรคที่ได้คะแนนแบบบัญชีรายชื่อสูงสุดจำแนกตามเขตเลือกตั้ง      ก้าวไกล       เพื่อไทย       ภูมิใจไทย       พลังประชารัฐ       รวมไทยสร้างชาติ
ประชาธิปัตย์       ชาติไทยพัฒนา       ประชาชาติ       ไทยสร้างไทย       เพื่อไทรวมพลัง       ชาติพัฒนากล้า
พรรค แบ่งเขต บัญชีรายชื่อ ที่นั่งรวม
คะแนนเสียง % ที่นั่ง คะแนนเสียง % ที่นั่ง
ก้าวไกล 9,665,433 25.98

112 14,438,851 38.48

39

151 / 500

เพื่อไทย 9,340,082 25.11

112 10,962,522 29.22

29

141 / 500

ภูมิใจไทย 5,133,441 13.80

68 1,138,202 3.03

3

71 / 500

พลังประชารัฐ 4,186,441 11.25

39 537,625 1.43

1

40 / 500

รวมไทยสร้างชาติ 3,607,575 9.70

23 4,766,408 12.70

13

36 / 500

ประชาธิปัตย์ 2,278,857 6.12

22 925,349 2.47

3

25 / 500

ชาติไทยพัฒนา 585,205 1.57

9 192,497 0.51

1

10 / 500

ประชาชาติ 334,051 0.89

7 602,645 1.61

2

9 / 500

ไทยสร้างไทย 872,893 2.34

5 340,178 0.91

1

6 / 500

ชาติพัฒนากล้า 297,946 0.80

1 212,676 0.57

1

2 / 500

เพื่อไทรวมพลัง 94,345 0.26

2 66,830 0.17

0

2 / 500

เสรีรวมไทย 277,007 0.74

0 351,376 0.94

1

1 / 500

ประชาธิปไตยใหม่ 13,583 0.03

0 273,428 0.73

1

1 / 500

ใหม่ 1,365 0.00

0 249,731 0.67

1

1 / 500

ท้องที่ไทย 1,202 0.00

0 201,411 0.54

1

1 / 500

เป็นธรรม 9,653 0.00

0 184,817 0.49

1

1 / 500

พลังสังคมใหม่ 20,353 0.05

0 177,379 0.47

1

1 / 500

ครูไทยเพื่อประชาชน 4,464 0.01

0 175,182 0.47

1

1 / 500

อื่น ๆ 466,175 14.61

0 4,191,255 10.15

0

0 / 500

คะแนนสมบูรณ์ 37,190,071 94.12 400 37,522,746 94.96 100 500
คะแนนเสีย 1,457,899 3.69 1,509,836 3.82
ไม่ประสงค์ลงคะแนน 866,885 2.19 482,303 1.22
จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 39,514,973 75.71 39,514,964 75.71
จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,238,594 100.00 52,238,594 100.00
ที่มา: คณะกรรมการการเลือกตั้ง[1]

บทสรุป: โจทย์หินเลือกตั้ง 69

จากสถิติปี 66 สะท้อนไปยังปี 69 ได้ว่า:

  1. พรรคประชาชน: ต้องเร่งสร้าง “ตัวบุคคล” ในพื้นที่ให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้คะแนนเขตไล่ทันคะแนนพรรค

  2. พรรคภูมิใจไทย/พรรคร่วม: ต้อง “Re-brand” ภาพลักษณ์พรรคให้ทันสมัย เพื่อหวังคะแนนปาร์ตี้ลิสต์บ้าง ไม่ใช่ได้แต่ ส.ส. เขต

  3. ประชาชน: จะยังคงใช้สิทธิแบบ “Strategic Voting” (เลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์) ต่อไป คือ “เขตเอาไว้ใช้ พรรคเอาไว้เชียร์”

การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคที่จะชนะแบบ Landslide คือพรรคที่สามารถผสาน “บ้านใหญ่” เข้ากับ “อุดมการณ์” ได้อย่างลงตัว… ซึ่งยังไม่มีพรรคไหนทำได้สมบูรณ์แบบในขณะนี้

อ้างอิง:

แสดงความคิดเห็น