Key Points:
-
ตรวจสอบรุกป่า: กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา สอบปมที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ (พระสิ้นคิด) สร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเกินกว่า 15 ไร่ที่ได้รับอนุญาต
-
โต้ข่าวลือ: หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพรยืนยัน อธิบดีกรมป่าไม้ไม่ได้ไหว้ขอโทษหลวงตาสินทรัพย์ตามที่โซเชียลลือ เป็นเพียงการเจรจา ย้ำแจ้งดำเนินคดีไปแล้วตั้งแต่ 6 เม.ย.
-
วอนสังคมเข้าใจ: “ชัยวัฒน์” จี้สอบปมซื้อที่ดินเถื่อน ขณะที่ “ชีวะภาพ” ชื่นชมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พร้อมเตือนทีมกฎหมายหลวงตาและชาวโซเชียลให้ยึดข้อเท็จจริง
กมธ.สิ่งแวดล้อม ถกปมที่พักสงฆ์ “หลวงตาสินทรัพย์” รุกป่า
วันที่ 21 เมษายน 2569 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริง กรณีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ นอกแนวเขตพื้นที่ 15 ไร่ที่ได้รับอนุญาต ของที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเชื่อมโยงกับ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือ “พระสิ้นคิด”
โดยในการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนสำคัญจากกรมป่าไม้เข้าชี้แจง ประกอบด้วย นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้, นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ไพร และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ

พยัคฆ์ไพรพบรุก 48 แห่ง – สยบข่าวลือ “อธิบดีขอโทษ”
นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ไพร ชี้แจงว่า ได้รับการร้องเรียนตั้งแต่ปี 2567 และเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีการสร้างอาคารและที่พักของพระสงฆ์ แม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรม จำนวนถึง 48 แห่ง แทรกตัวอยู่ตามไม้ยืนต้นและแนวหินในพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ นอกเหนือจากพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษฐานรุกป่าไปเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์การเปลี่ยนชื่อประธานที่พักสงฆ์จากพระสินทรัพย์เป็นบุคคลอื่น
พร้อมกันนี้ นายชาญชัย ได้ตอบโต้กระแสข่าวลือในโลกโซเชียล โดยยืนยันว่าข่าวที่อธิบดีกรมป่าไม้ไปไหว้ขอโทษหลวงตาสินทรัพย์นั้น “ไม่เป็นความจริง” เป็นเพียงการพูดคุยทำความเข้าใจเพื่อหาข้อยุติเท่านั้น ส่วนการแจ้งดำเนินคดีก็ต้องดำเนินต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม
“ชัยวัฒน์” จี้สอบปมซื้อที่ดิน – วอนโซเชียลหยุดมโน
ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ได้ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกรณีที่พระสินทรัพย์ไลฟ์สดอ้างว่า ได้ซื้อที่ดินมาจากชาวบ้านในพื้นที่จริงหรือไม่ เนื่องจากที่พักสงฆ์ดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้วยยอดมน ซึ่งมีสภาพเป็นภูเขาและหินโผล่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ และอยู่นอกเหนือพื้นที่จัดสรรที่ทำกินของราษฎร พร้อมย้ำว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีเจตนาจับใครติดคุก เพียงต้องการทวงคืนผืนป่า แต่หากวัดมีเจตนาสร้างสิ่งปลูกสร้างเกิน 15 ไร่ที่ได้รับอนุญาต ก็ถือว่าผิดกฎหมาย
ขณะที่ นายชีวะภาพ ประธาน กมธ. ได้กล่าวชื่นชมจุดยืนและอุดมการณ์ของหน่วยพยัคฆ์ไพรที่สามารถแยกแยะระหว่างกฎหมายกับการทำบุญได้ พร้อมฝากเตือนไปยังทีมกฎหมายของพระสินทรัพย์ว่า ควรให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่หลวงตา โดยเฉพาะประเด็นการซื้อขายที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ว่ามีความผิดตามกฎหมาย และวิงวอนถึงผู้ใช้โซเชียลมีเดียว่า อย่าสร้างกระแสหรือมโนข้อเท็จจริงเพียงเพื่อหวังยอดไลก์หรือโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ

