
Key Points:
-
พิกัดสำคัญ: พบภาพสลักพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ บริเวณโขดหินริมน้ำ “วังมน” ลำโดมใหญ่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
-
ศิลปกรรมพันปี: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ ตามคติความเชื่อในศาสนาฮินดู
-
ความพิเศษ: แตกต่างจากภาพสลักทั่วไปที่มักพบบนทับหลังปราสาท แต่เลือกสลักริมต้นน้ำธรรมชาติ เพื่อสะท้อนคติการให้กำเนิดสรรพสิ่ง
“วิษณุอนันตศายิน-ปัทมนาภะ” เทพผู้สร้างสรรพสิ่ง
ในประเทศไทย การค้นพบภาพสลัก “พระนารายณ์บรรทมสินธุ์” หรือในพระนาม “วิษณุอนันตศายิน-ปัทมนาภะ” มีปรากฏให้เห็นแล้วไม่น้อยกว่า ๑๔ องค์ ซึ่งส่วนใหญ่มักกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานและพบได้บ้างในภาคกลาง โดยภาพสลักเหล่านี้มักจะถูกประดับอยู่บน “ทับหลัง” ของปราสาทหินโบราณ
ภาพสลักดังกล่าวเป็นภาพสะท้อนแนวคิดและคติความเชื่อเรื่องจักรวาลวิทยาตามคัมภีร์วิษณุปุราณะ ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ขององค์พระนารายณ์ (พระวิษณุ) ในฐานะพระผู้สร้าง ทรงบรรทมอยู่เหนืออนันตนาคราช (เศษนาค) ในเกษียรสมุทร โดยมีดอกบัวผุดขึ้นจากพระนาภี (สะดือ) และมีพระพรหมประทับอยู่เหนือดอกบัวนั้นเพื่อทำหน้าที่สร้างโลกในลำดับต่อไป
ความพิเศษแห่ง “ลำโดมใหญ่” ภาพสลักบนโขดหินธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ภาพสลักพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่ตั้งอยู่ ณ บริเวณบ้านแข้ด่อน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี กลับมีความพิเศษและแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากไม่ได้ถูกสลักไว้บนศาสนสถานหรือปราสาทหิน แต่กลับถูกสลักลงบน โขดหินฝั่งทิศตะวันตกริมลำน้ำธรรมชาติ ในเวิ้งน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “วังมน” ซึ่งเป็นจุดที่ลำห้วยไหไหลลงมาบรรจบกับลำห้วยขนาดเล็กอีกหลายสายจนก่อเกิดเป็นลำโดมใหญ่
จากลักษณะทางศิลปกรรมโดยรวม นักโบราณคดีสามารถกำหนดอายุของภาพสลักชิ้นนี้ได้ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ สภาพของแหล่งที่ตั้งซึ่งเหมาะแก่การพักแรมหรืออยู่อาศัยชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งหมายของคนโบราณที่ต้องการใช้พื้นที่ธรรมชาตินี้ เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม บวงสรวงบูชา หรืออาจเป็นศาสนสถานในอีกรูปแบบหนึ่งที่อิงแอบกับธรรมชาติ

ต้นน้ำแห่งชีวิต คติความเชื่อเรื่องการให้กำเนิด
การที่คนโบราณเลือกพื้นที่ “ต้นน้ำ” เป็นสถานที่สลักภาพพระผู้สร้างโลก ย่อมแฝงไปด้วยนัยยะทางความเชื่อที่ลึกซึ้ง การประทับอยู่ ณ จุดกำเนิดของลำน้ำ เปรียบเสมือนการสร้างโลกอันบริสุทธิ์ ที่ซึ่งสายน้ำทุกหยดจะไหลลงสู่เบื้องล่าง ก่อเกิดเป็นความอุดมสมบูรณ์ หล่อเลี้ยงสรรพสิ่งและวิถีชีวิตของผู้คน เปรียบประดุจพระกรุณาธิคุณและการสร้างโลกขององค์พระนารายณ์ตามคติฮินดูนั่นเอง
ภาพสลักพระนารายณ์บรรทมสินธุ์แห่งลำโดมใหญ่ จึงไม่เพียงแต่เป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่ทรงคุณค่าทางศิลปกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ ความเชื่อ และธรรมชาติ บนผืนแผ่นดินอีสานได้อย่างงดงามและสมบูรณ์แบบ
(เรียบเรียงข้อมูลโดย: นายพงษ์พิศิษฏ์ กรมขันธ์ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี)
สามารถค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://finearts.go.th/main
