“อยู่ดีมีแฮง แปงเมืองร้อยเอ็ด” โมเดลใหม่ปลุกเศรษฐกิจเมืองเก่า ยกระดับสุขภาวะชุมชนอย่างยั่งยืน

Key Points:

  • โมเดลพัฒนาเมืองยุคใหม่: “อยู่ดีมีแฮง แปงเมืองร้อยเอ็ด” คือแพลตฟอร์มสร้างสรรค์ที่บูรณาการระหว่างการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากกับการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของชุมชนย่านเมืองเก่าร้อยเอ็ด
  • ชูจุดเด่นทุนวัฒนธรรมและคำว่า ‘แปงเมือง’: เน้นการดึงอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวร้อยเอ็ดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ผ่านการท่องเที่ยวและพื้นที่ศิลปะสร้างสรรค์
  • พลังขับเคลื่อนบูรณาการ: การร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภาคีเครือข่าย ชุมชน และคนรุ่นใหม่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเมืองต้นแบบที่ยั่งยืน

การพัฒนาเมืองเก่าในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่การอนุรักษ์ตึกรามบ้านช่องหรือโบราณสถานให้คงสภาพเดิมเท่านั้น แต่ท้าทายยิ่งกว่าด้วยโจทย์ที่ว่า “จะทำอย่างไรให้เมืองเก่าสามารถหล่อเลี้ยงชีวิตและสร้างเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชนปัจจุบันได้?” จังหวัดร้อยเอ็ดกำลังให้คำตอบนั้นผ่านโมเดลการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ล่าสุด

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายและภาคประชาชน ได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าร้อยเอ็ด ภายใต้แนวคิด “อยู่ดีมีแฮง แปงเมืองร้อยเอ็ด” ซึ่งเป็นโมเดลที่มุ่งหวังปลุกกระแสเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาคึกคัก พร้อมๆ กับการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนให้กับคนในท้องถิ่น

เจาะลึกแนวคิด “อยู่ดีมีแฮง แปงเมือง” พลิกโฉมร้อยเอ็ดสู่เมืองสร้างสรรค์

คำว่า “อยู่ดีมีแฮง” ในวิถีวัฒนธรรมอีสาน สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ ความสุข และการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ส่วนคำว่า “แปงเมือง” หมายถึงการซ่อมแซม สร้างสรรค์ หรือพัฒนาเมือง โมเดลนี้จึงถูกออกแบบมาโดยใช้มนุษย์และชุมชนเป็นศูนย์กลาง ผ่านกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้านหลัก ได้แก่:

1. การเปลี่ยนต้นทุนทางวัฒนธรรมเป็นมูลค่าเศรษฐกิจ (Cultural Capital)

ย่านเมืองเก่าร้อยเอ็ดเต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมคูเมืองโบราณ รวมถึงอาหารและผ้าทอท้องถิ่น โมเดลนี้เข้ามาสนับสนุนให้ชุมชนนำสิ่งเหล่านี้มาเล่าใหม่ในมุมมองที่สร้างสรรค์ เพื่อยกระดับสู่การเป็นย่านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism Hub) ที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว ช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าในชุมชนโดยตรง

2. การสร้างระบบนิเวศเมืองเพื่อสุขภาวะ (Healthy City Ecosystem)

เมืองที่เศรษฐกิจดีต้องควบคู่กับการมีสุขภาพที่ดี โครงการนี้จึงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะ ย่านเดินเท้า และการจัดการสิ่งแวดล้อมรอบคูเมืองเก่า เพื่อให้เอื้อต่อการทำกิจกรรมทางกาย การพักผ่อน และการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) สำหรับเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ ยกระดับสุขภาวะองค์รวมของคนในพื้นที่

3. พลังร่วมระหว่าง “คนรุ่นเก๋า” และ “คนรุ่นใหม่” (Intergenerational Collaboration)

หนึ่งในหัวใจความสำเร็จของโมเดลนี้ คือการเชื่อมโยงคนสองรุ่นเข้าด้วยกัน โดยให้ผู้สูงอายุในชุมชนเป็นผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาและความรู้ดั้งเดิม ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่และนักสร้างสรรค์ (Creators) นำเทคโนโลยี นวัตกรรม และศิลปะสมัยใหม่เข้ามาช่วยพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ตลาดวงกว้าง

ก้าวต่อไปของเมืองเก่าร้อยเอ็ด

การขับเคลื่อนโมเดล “อยู่ดีมีแฮง แปงเมืองร้อยเอ็ด” ไม่เพียงแต่จะช่วยเปลี่ยนภาพจำของร้อยเอ็ดให้กลายเป็นเมืองแห่งความสร้างสรรค์และน่าอยู่ แต่ยังเป็นต้นแบบ (Sandbox) สำคัญในการพัฒนาเมืองขนาดกลางในภูมิภาคอีสานและประเทศไทย ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการมีสุขภาวะที่ดีสามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้อย่างลงตัว

 

แหล่งอ้างอิง 

แสดงความคิดเห็น